โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ย้อนความในใจ แพทย์ผู้ถวายงานรำลึกในหลวง ร.9 ถ่ายทอดความตื้นตันมิลืมเลือน

Khaosod

เผยแพร่ 13 ต.ค. 2560 เวลา 04.59 น.

“เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ผมอยู่ต่างประเทศ พอได้ทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมากไม่ต่างจากพสกนิกรทุกคน เราได้สูญเสียคนที่เราเคารพบูชาอย่างสูงยิ่ง”

คำกล่าวของ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อย้อนรำลึกถึงวันที่พสกนิกรไทยทั่วโลกโศกเศร้าเหลือคณานับ

ก่อนเล่าให้ฟังต่อว่า “สภาพจิตใจของเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลศิริราชนั้นโศกเศร้ามากแน่นอนอยู่แล้ว ผมจะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนเสมอ และบอกตลอดว่าเราไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น ต้องสร้างคุณงามความดีประกอบกันไปด้วยเพื่อถวายแก่พ่อหลวงของเรา

ครั้งที่พระองค์ประทับอยู่ศิริราชก็เสมือนมีความมงคลอยู่ที่โรงพยาบาล ทุกคนพร้อมใจกันทำงานเพื่อถวายพระองค์ท่านเต็มที่ เช่นตอนที่ได้รับแจ้งว่าจะเสด็จลงมาเปลี่ยนพระอิริยาบถด้านล่าง เจ้าหน้าที่ทุกคนก็พร้อมใจกันทำความสะอาด บอกว่าเพื่อถวายพ่อหลวงของเรา ช่วยกันทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นความสามัคคีที่ทำเพื่อพระองค์ท่านมาเสมอ

“ผมจะบอกชาวศิริราชเสมอว่า เราทำงานเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เท่าที่พระองค์ท่านทำ เพราะฉะนั้นให้ดูตัวอย่างจากพระองค์ท่านเอาไว้ในเรื่องการทำงานว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยขนาดไหนเพื่อส่วนร่วม เราจะได้มีกำลังใจทำงาน”

นพ.ธีรวัฒน์ บอกเล่าความประทับใจว่า ตั้งแต่ถวายงานพระองค์ท่านมาประทับใจทุกเหตุการณ์ไม่มีวันลืมเลย ที่ประทับใจมากที่สุดคือการทรงงานหนักของพระองค์ เมื่อครั้งมีพระอาการประชวรและเสด็จมาประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ทุกครั้งที่พระอาการดีขึ้น พระองค์จะทรงงานทันที จะทอดพระเนตรทีวีทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ อินเตอร์เน็ต แล้วก็ทรงงานตลอดเพื่อพสกนิกรที่พระองค์ทรงห่วงใย

“เช่นเมื่อครั้งมีพระอาการประชวร เสด็จประทับโรงพยาบาลศิริราชแล้วประเทศไทยเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ผมต้องถวายรายงานเรื่องระดับน้ำ ช่วงนั้นผมและคณะแพทย์ต้องศึกษาเรื่องระดับน้ำต่างๆ ไว้ เพราะเมื่อตรัสถามจะต้องตอบให้ได้ ดังนั้นทุกเช้าก่อนถวายงานจะมีการประชุมพูดคุยกันเรื่องระดับน้ำก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลเห็นถึงการทรงงานหนักอยู่ตลอดเวลา เราได้แต่เฝ้ามองด้วยความชื่นชมเสมอมาในสิ่งที่พระองค์ทำ”

พระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นสิ่งที่ประทับในใจชาวศิริราชทุกคน ทรงมีพระเมตตาต่อคนทุกชนชั้น รวมถึง รปภ.ลิฟต์

“เมื่อเสด็จลงโดยลิฟท์จะมีรปภ.คอยกดลิฟท์อยู่ เวลาประตูลิฟท์เปิดที่ชั้นล่างอาคารเฉลิมพระเกียรติ อ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน จะเข็นรถพระองค์ท่านออกมา พระองค์ทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปแตะบ่ารปภ. ก่อนรับสั่งว่า ‘ขอบใจนะ’ เวลาเสด็จผ่าน รับสั่งถามรปภ.ว่า ‘วันนี้ได้นอนหรือยัง’

ทั้งยังเคยรับสั่งว่าเวลาทำศาลาให้จัดที่นั่งให้นักศึกษาแพทย์อ่านหนังสือด้วย เพราะเมื่อประทับอยู่บนชั้น 16 ของโรงพยาบาลศิริราช ทอดพระเนตรลงมาจะเห็นหมดว่าประชาชนเป็นอย่างไร ศิริราชเป็นอย่างไร ทรงห่วงใยและมีพระเมตตาต่อคนทุกชนชั้นเหลือเกิน” นพ.ธีรวัฒน์ย้อนรำลึกในพระเมตตา

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระอารมณ์ขันอยู่เสมอ เช่นช่วงที่ทรงมีพระอาการประชวรแล้วต้องฟื้นฟูพระวรกาย ผมและคณะแพทย์กราบทูลให้ทรงจักรยานเพื่อฟื้นฟูพระวรกาย ถวายคำแนะนำว่าต้องปั่นอย่างไร ช้าเร็วแค่ไหน พระองค์ทรงแย้มพระสรวลแล้วหันมารับสั่งว่า ‘คณบดีเริ่มเลกเชอร์แล้ว’

ตลอดระยะเวลาที่ได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สายพระเนตรที่ทอดมายังพวกเราชาวศิริราช แค่ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อยแค่นี้เราก็ชื่นใจหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง และมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานต่อไปแล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นดั่งกำลังพระราชหฤทัยของพระองค์ คือเมื่อประชาชนมากมายเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช พระองค์ท่านทอดพระเนตรเห็นจากชั้น 16 ที่ประทับ และได้ยินเสียงประชาชนร้องตะโกนว่าทรงพระเจริญ จะทรงมีพระพักตร์แจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นสิ่งที่ประชาชนรวมใจกันทำเพื่อพระองค์ท่านเมื่อครั้งนั้น”

อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่าสิ่งที่เราสามารถสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านคงเป็นครั้งที่ช่วงหนึ่งแพทย์ถูกฟ้องร้องจากคนไข้เยอะ แล้วพระองค์ตรัสกับคณะแพทย์ว่า “อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร” ตนนำมาปฏิบัติตามเสมอ และไม่ว่าจะไปพูดที่ไหนจะนำคำสอนนี้เผยแพร่ให้ทุกคนทราบ อีกทั้งนำคำสอนนี้ไปมอบแพทยสภา ซึ่งแพทยสภานำไปต่อยอดในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ใครเข้าเรียนหลักสูตรนี้จะได้รับคำสอนนี้ไปด้วย ถือเป็นแนวทางการทำงานของแพทย์และพยาบาลทุกคน

“1 ปีที่ผ่านมา ชาวศิริราชและประชาชนน่าจะมีกำลังใจมากขึ้นกว่าช่วงแรก แม้พระองค์ท่านจะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่อยู่ในใจชาวศิริราชตลอดเวลา
ยามที่เราเดินไปไหนมาไหนในศิริราชก็เหมือนได้ตามรอยพระบาทอยู่เสมอ เพราะทั่วทุกพื้นที่ในนี้เป็นที่ที่พระองค์ท่านเคยเสด็จ ไม่ว่าจะเป็นท่าน้ำหรือรอบๆ โรงพยาบาล

สิ่งเหล่านี้จารึกอยู่ในความทรงจำชาวศิริราชและประชาชนทุกคนอยู่แล้ว” นพ.ธีรวัฒน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...