นักศึกษาปี 2 เลือกจบชีวิต ญาติเผยเรียนออนไลน์ถึงตี 4 ต้องหาหมอ
นักศึกษาหญิงปี 2 มหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพฯ ตัดสินใจจบชีวิต ครอบครัวเผยเพิ่งไปหาหมอ หลังเรียนออนไลน์หนักจนนอนไม่หลับ ด้านอาจารย์จุฬาฯ เตือน มหาวิทยาลัยต้องใส่ใจลงรายละเอียดดูแล well-being ของนิสิตนักศึกษา
วันที่ 31 มกราคม 2564 ข่าวสด รายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ตำรวจ สน.พญาไท พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุ คนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ย่านราชเทวี กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น พบศพ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 21 ปี สภาพผูกคอเสียชีวิตที่ชั้น 2 ของห้องพักในอาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบและนำศพลงมา ก่อนนำศพส่งให้แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี ไปชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตต่อไป
สอบถามญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้เสียชีวิตเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นเด็กเรียนดีมาโดยตลอด แต่หลังจากมีการเรียนออนไลน์และให้ทำรายงานส่ง ทำให้ผู้เสียชีวิตนอนดึกไ ม่ต่ำกว่าเวลา 04.00 น.เป็นเวลานาน จนเกิดอาการนอนไม่หลับ ครอบครัวจึงได้พาไปหาหมอและให้ยานอนหลับมารับประทาน ก่อนที่จะรู้สึกว่าผู้เสียชีวิตดูมีอาการมึนงง จึงแนะนำให้พักการเรียนไว้ก่อน กระทั่งมาพบเสียชีวิตดังกล่าว
ด้าน นายอรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหานิสิตนักศึกษามีความเครีดยสะสมจากการเรียนออนไลน์ ดังนี้
อ่านข่าวนิสิตนักศึกษาหญิงทำร้ายตัวเองเสียชีวิตด้วยความเครียดสะสมจากการเรียนออนไลน์มาเทอมที่ 3 แล้วชวนสะเทือนใจ
และน่าสะท้อนใจมากขึ้นเมื่อได้ทราบว่า นิสิตนักศึกษาในข่าวเป็น ‘ลูกศิษย์ของลูกศิษย์’ ของผมเอง
ภาวะเครียด ซึมเศร้า เปราะบาง อัตวินิบาตกรรม ฯลฯ ไม่ใช่เรื่องระดับปัจเจกเท่านั้น แต่มันคือพยาธิสภาพทางสังคมที่ยึดโยงกับโครงสร้างทางสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองอย่างแนบแน่น
มหาวิทยาลัยต้องเร่งใส่ใจลงรายละเอียดดูแล well-being ของนิสิตนักศึกษา จะปัดไปทีแค่ว่าลดค่าเทอม 10% มีทุนสำหรับคนวิ่งเรื่องทำคำร้อง มีฮอตไลน์สุขภาพจิตให้แล้วคงไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปเดียว
นิสิตแต่ละคนต้องเรียนออนไลน์ลำพังกันคนละกี่วิชา
แต่ละวิชาสั่งงานกันแค่ไหน
ใครพักอยู่ลำพัง และอยู่ในเงื่อนไขที่เปราะบางบ้าง ฯลฯ
มีอีกหลายคำถามที่ต้องช่วยกันหาคำตอบอย่างเร่งด่วน
ฝากถึงเพื่อนพี่น้องคณาจารย์ มอบหมายงานอย่างมีความหมาย อย่าหวังให้สมบูรณ์แบบจนเครียดกันไปทั้งคนเรียนคนสอน สอบออนไลน์จับเวลาเปิดกล้อง 2 ตัว อะไรนี่ก็เหมือนกัน เพลา ๆ กันบ้างเถิดครับ การประเมินผลการเรียนรู้มีวิธีการมากมายกว่าแค่วัดความรู้จากการสอบ Online Learning ไม่ใช่มีกล้อง มีไฟ มีฉากหลังเขียว ๆ มีไมค์ดี ๆ แล้วลุยอัดคลิปบรรยาย หรือกะเกณฑ์ให้เข้าซูมมาเพื่อนั่งฟังบรรยาย 2-3 ชม. ผลักให้คนเรียนเรียนเดียวดายอยู่ท่ามกลางลิสต์งานมหาศาลไม่ได้พักผ่อน
สภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เครียดขนาดนี้ จะหวังให้เด็ก ๆ ลั้นลาเปิดกล้องยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบานคงเกินจริงไป
ณ ตอนนี้ ไม่ว่าจะเลือก Blended Learning หรือ Semi-online Learning ที่แน่ ๆ เราต้องพยายามพัฒนาให้คลาสเรียนทางไกลของเรา เป็น Quality Remote Learning ให้มากที่สุด โดยไม่ละเลยที่จะใส่ใจอารมณ์ความรู้สึกของลูกศิษย์เรา ตัวเรา และเพื่อนร่วมงานของเรา
ส่งเสียงวิงวอนไปยังผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบายในทุกระดับ เก็บตัวชี้วัด ผลประกอบการ ต้นทุน กำไรของมหาวิทยาลัยใส่ลิ้นชักไว้ก่อนเถิดครับ
ห้วงเวลานี้ การพยายามเข้าอกเข้าใจ การเกื้อกูลทั้งทางกาย วาจา อารมณ์ สังคม คือหัวใจสำคัญที่สุด
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนิสิตที่จากไปด้วยครับ จะพยายามส่งเสียง และชวนผู้คนช่วยกันส่งเสียงเรื่องนี้ให้ดังมากขึ้น ๆ ไม่ควรมีครอบครัวใดที่จำต้องสูญเสียลูกหลานที่เป็นที่รักของพวกเขาด้วยเหตุผลเหล่านี้อีก
อ่านข่าวนิสิตนักศึกษาหญิงทำร้ายตัวเองเสียชีวิตด้วยความเครียดสะสมจากการเรียนออนไลน์มาเทอมที่ 3…
โพสต์โดย Athapol Anunthavorasakul เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2021