โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Smart Office & Smart Service โมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ "สภาอุตฯ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.พ. 2563 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 11.14 น.
ภาพจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

คอลัมน์ แตกประเด็น โดย สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้จัดพิธีเปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Smart Office & Smart Service” เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เอกอัครราชทูต ผู้บริหารจากทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้สนับสนุนจากหลายภาคส่วนให้เกียรติร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “สภาอุตสาหกรรมฯเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักของรัฐบาลและประเทศ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนการอยู่ดีมีสุขของประชาชน และอยากให้พื้นที่ 5,100 ตารางเมตรของสำนักงานใหม่แห่งนี้ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น” นับเป็นเกียรติของพวกเราชาวสภาอุตสาหกรรมฯทำให้มีกำลังใจทำงานให้กับประเทศชาติต่อไป

ตลอดระยะเวลา 53 ปี ส.อ.ท.ได้ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการส่งเสริม สนับสนุน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบด้วย 45 กลุ่มอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 74 จังหวัด, 11 คลัสเตอร์ และมีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 11,000 ราย ปัจจุบันได้ย้ายจากสำนักงานเดิมมาทำการที่ชั้น 7, 8, 10 และ 11 ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยออกแบบตามแนวคิด “Smart Office & Smart Service” ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยยกระดับการทำงาน

เช่น ระบบ face recognition การจดจำใบหน้าบุคคลเพื่อความปลอดภัยในการเข้าออกสำนักงาน, ระบบ digital & robotic process automation ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย และระบบ smart meeting room ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ห้องประชุมรวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมตามแนวทางสำนักงานสีเขียว (green office) ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ การคัดแยกขยะและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว การจัดการทรัพยากรและพลังงาน และการจัดการสภาพแวดล้อมและความปลอดภัย

โดยได้รับการรับรอง green meetings (แนวทางการประชุมสีเขียวในองค์กร) จากองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) เมื่อปี 2562ที่ผ่านมา

ในวันนี้ ส.อ.ท.ได้ปรับกลยุทธ์องค์กรเพื่อมุ่งสู่การเป็น “service organization” หรือองค์กรที่ให้ความสำคัญในการบริการสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 ด้าน

คือ 1) โครงการ F.T.I. Academy จัดการอบรมหลักสูตรใหม่ ๆ ร่วมกับภาคการศึกษาและผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อช่วยยกระดับศักยภาพบุคลากร (upskill & reskill) ตามความต้องการของผู้ประกอบการและมีกระทรวงการอุดมศึกษาฯให้การสนับสนุน

2) marketing การบริการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และเป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านอุตสาหกรรมให้ผู้ประกอบการ โดยจะจัดตั้ง e-Commerce ให้สามารถนำสินค้ามาวางขายบน platform โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นการผลักดันนโยบาย Made in Thailand ที่จะเชื่อมโยงกับระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะขอให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้คล่องตัวมากขึ้น และสนับสนุนสินค้าไทยมากขึ้น

3) innovation ส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการด้านนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการและสมาชิก โดยการจัดตั้งกองทุนนวัตกรรม (innovation funds) ซึ่งมีภาคเอกชนเป็นผู้บริหารกองทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถใช้เงินจากกองทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะพัฒนาให้ธุรกิจ SMEs เข้มแข็งและแข่งขันได้

4) operation efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจสำหรับสมาชิก โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการให้ข้อมูลด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการพลังงาน โดยจะดำเนินการร่วมกับ บสย., SME Bank, EXIM Bank และธนาคารแห่งประเทศไทย

และ 5) environment บริการให้คำแนะนำและสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับโรงงานอุตสาหกรรม โดยการส่งเสริมให้ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (ecofactory) และโรงงานสีเขียว (green factory) การรับรอง water footprint ของผลิตภัณฑ์ การจัดทำฐานข้อมูลสินค้า

และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ecoproducts) และร่วมเสนอแนวคิด Bio-Circular-Green Economy (BCG) ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อเป็นแกนกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างความเข้มแข็งให้ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...