โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัตวแพทย์คนดัง แนะถูกงูกัดอย่ากระชาก เหตุทำแผลใหญ่กว่าเดิม

MThai.com

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 15.37 น.
หมอล็อต แนะถ้าโดนงูรัด แนะตั้งสติ อย่าดิ้น เพราะงูจะรัดแน่นกว่าเดิม และถ้าถูกกัด อย่าฝืนดึงออกเพราะแผลจะเหวอะกว่าเดิม

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อปรากฏภาพงูเหลือมตัวขนาดใหญ่นอนอยู่ในห้องน้ำในสภาพมีเลือดออกที่หัวแต่ไม่ตาย ขณะที่ในห้องน้ำเต็มไปด้วยข้าวของกระจัดกระจายคล้ายเกิดการต่อสู้

ก่อนจะทราบต่อมาว่า เกิดจากการที่เจ้าของบ้านรายหนึ่งถูกงูที่ซุ่มอยู่ในชักโครกกระโจนกัดที่ขาก่อนจะพยายามรัดที่ตัว ต่อสู้เอาตัวเจ้าของบ้านจึงต่อสู้เพื่อเาชีวิตรอด จนข้าวของกระจัดกระจาย จากนั้นมีคนมาเห็นและเข้าช่วยไว้ทัน เจ้าของบ้านจึงรอดชีวิต แต่ก็ได้รับบาดเจ็บเป็นผลขนาดใหญ่นั้น

จากเรื่องนี้ทางนายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ หมอล็อต สัตวแพทย์ชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แนะนำข้อปฏิบัติหากถูกงูกัด และงูขนาดใหญ่รัด ผ่านทางรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ผ่านทางช่อง 3 ว่า

หากประชาชนประสบกับเหตุดังกล่าวให้ตั้งสิตให้ดี อย่าดิ้น จากนั้นก็ออกแรงตะโกนให้คนช่วยให้เร็วที่สุด เพราะหากยิ่งดิ้นงูจะรัดแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมันคิดว่าเป็นเหยื่อ ส่วนการเข้าช่วยเหลือคนถูกงูรัด และงูกัดนั้น ให้ใช้มือบีบไปที่คองู แล้วดึงย้อนรอยเขี้ยว จากนั้นค่อย ๆ แกะจากหางมาก่อนจะทำให้หลุดง่ายขึ้น อย่าฝืนดึงออก เพราะเขี้ยวงูมีลักษณะโค้ง ถ้ายิ่งดึงยิ่งจะทำให้แผลเหวอะมากขึ้น

ส่วนการใช้มีดกรีดไปที่ผิวหนังงูนั้นไม่สามารถช่วยได้ แถมจะทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ถูกรัดมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่องูยิ่งเจ็บมันก็จะรัดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวิธีดังกล่าวข้างต้นจึงเหมาะสมที่สุดที่จะเอาตัวรอดจากการถูกงูรัดครั้งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...