โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

วิเคราะห์ 'LOKI' ตัวละครวายร้ายที่รัก และซีรีส์ปฐมบทสู่จักรวาลอันโกลาหลยิ่งกว่าที่เคย

The MATTER

อัพเดต 18 ก.ค. 2564 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 11.08 น. • Thinkers

"ซีรีส์ LOKI จะโชว์ให้ผู้ชมเห็นถึงวิวัฒนาการทางจิตวิทยาของตัวละครนี้ และเผยแง่มุมของเทพเจ้าแห่งการหลอกลวงในแบบที่คุณจะไม่เคยเห็นเขามาก่อน" ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) กล่าว ก่อนที่ซีรีส์สเกลใหญ่ ซีจีเว่อร์วังอลังการระดับหนังโรงเรื่องนี้จะดังเป็นพลุแตก

ย้อนกลับไปเมื่อตอนประกาศสร้างแรกๆ LOKI เป็นหนึ่งในซีรีส์ Disney+ ที่ผู้ชมตั้งหน้าตั้งตารอมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เนื่องจากแฟน Marvel ไว้ใจวิสัยทัศน์ของ เควิน ไฟกี (Kevin Feige) และรู้สึกดีใจที่จะได้เห็น ทอม ฮิดเดิลสตัน ในบทบาทนี้อีกครั้งหลังจาก heroic exit ใน Avengers: Infinity War (ค.ศ.2018) ซึ่งเมื่อซีรีส์ออกอากาศและจบลงที่ตอนที่ 6 ไปเป็นที่เรียบร้อยก็ไม่ผิดคาด ผลผลิตระหว่างความเป็นซีรีส์ท่องเวลา ผสมกับตัวละครวายร้ายอันเป็นที่รัก คือซีรีส์ Marvel Studios ที่อยู่อันดับ 1 ในลิสต์ของคนจำนวนมากLOKI เป็นซีรีส์ที่มีทั้งความสนุกบันเทิง ทะเล้นกะล่อน (พอๆ กับบุคลิกลักษณะของตัวเอกนั่นแหละ) ตื่นเต้น เข้มข้นไปตามลำดับ ในขณะเดียวกันก็บาลานซ์ได้ดีกับดราม่า ทั้งยังถ่ายทอดด้วยงานภาพที่หวือหวาเล่นใหญ่ กับเจาะลึกลงไปยังสิ่งที่อยู่ข้างในสมองและหัวใจของตัวละครโลกิได้อย่างน่าสนใจและอย่างหลังสุดนี้ 'จิตวิทยา' คือสิ่งที่น่าหยิบยกมาพูดถึงในเชิงวิเคราะห์เป็นอย่างยิ่ง และเป็นสิ่งที่บทความนี้กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ เนื่องจากจิตวิทยาตัวละครในซีรีส์ค่อนข้างจะความโดดเด่นชัดเจนและแทรกอยู่ในทุกอณูของซีรีส์ ไม่ว่าจะเบื้องหน้าหรือในดีเทลระหว่างทาง ทำให้นอกจากความสนุกแล้ว ซีรีส์ทำให้เรารู้จักตัวละครโลกิดีกว่าที่เคย นั่นคือเหตุผลที่ทำไมตัวละครวายร้ายตัวนี้ถึงได้เป็นวายร้ายที่แฟนๆ รักมากที่สุด ณ ขณะนี้(เนื้อหาส่วนต่อไปนี้เปิดเผยข้อมูลสำคัญของซีรีส์ LOKI)

โลกิแห่งมาร์เวล vs โลกิต้นฉบับก่อนอื่นพูดถึงสิ่งที่น่าจะอยากรู้กันก่อน หลายคนน่าจะทราบกันอยู่แล้วว่าตัวละครโลกินั้นมีต้นแบบมาจาก ‘โลกิ’ เทพแห่งการโป้ปดหลอกลวงจำแลงกาย (the god of mischief) และเทพขี้เล่น (trickster) สุดป๊อปแห่งตำนานปรัมปรานอร์สหรือตำนานเทพแถบๆ ยุโรป ว่าแต่อะไรเกี่ยวกับตัวเขาที่ตรงไม่ตรงกับต้นฉบับบ้าง?ตามตำนานโลกิเป็นทายาทยักษ์น้ำแข็งแห่งโยธัน มีบิดานามว่า ฟาโบติ (Fárbauti) และมีมารดาคือ ลอเฟย์ (Laufey) ในขณะที่ในคอมมิค/หนัง/ซีรีส์มาร์เวลนั้น โลกิมีนามว่า โลกิ ลอเฟย์สัน (Laufeyson) ที่นามสกุลตั้งมาจากการเป็นบุตรแห่งลอเฟย์ ราชายักษ์น้ำแข็งแห่งอาณาจักรโยธันไฮม์ โดยต่อมา หลังจากจบศึกสงคราม เขาถูกเทพ โอดิน (Odin) แห่งอาณาจักรแอสการ์ดรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม จึงได้กลายเป็นพี่น้องบุญธรรมกับ ธอร์ โดอินสัน (Thor Odinson) ในเวลาต่อมานี่เป็นอีกจุดที่มีความแตกต่างกัน เพราะในตำนานนอร์สนั้น หากให้นับญาติกันแล้วโลกิเป็นลุงของธอร์ เนื่องจากเขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเทพโอดินแทนที่จะเป็นอย่างในคอมมิคมาร์เวล ส่วนในเรื่องราวการผจญภัย ไปหาๆดูก็พบว่ามีหลายครั้งที่โลกิร่วมเดินทางผจญภัยไปกับธอร์ ส่วนเฮลาที่รับบทโดย เคต แบลนเชตต์ (Cate Blanchett) ใน Thor: Ragnarok (ค.ศ.2017) นั้น ตามตำนานเป็นลูกสาวโลกินอกจากนี้ เขาไม่ใช่คนแย่ซะทีเดียว แม้จะเป็นเทพสายปั่น และชอบทำตัวเกรียนๆ ไปเรื่อย เขาก็เป็นเทพที่ค่อนข้างจะมีมิติและมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นไม่น้อย เช่น ครั้งหนึ่งเขาเคยตัดผมเลดี้ซิฟ ชายาธอร์ (ฉากเอาคืนเรื่องตัดผม นี้ปรากฏอยู่ในซีรีส์ด้วยในฐานะลูปสำนึกผิด) และรู้สึกผิด จึงไปพูดจาหว่านล้อมขอให้เอลฟ์ช่วยถักทอผมจากทองคำเพื่อนำมาคืนให้กับเธอ

สิ่งที่น่าสนใจคือในตำนาน ด้วยความที่มีความสามารถในการจำแลงกายเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นชายแก่ คนแคระ มนุษย์เพศหญิง สัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ และอีกมากมาย โลกิจึงเป็นเทพที่มีความเป็นสเป็คตรัม/ไม่จำกัดเฉดทางเพศ (spectrum) หรือมีความลื่นไหลทางเพศ (gender fluid) ซึ่งแม้จะดูมีพื้นฐานรูปลักษณ์เป็นเพศชาย แต่ในเรื่องเล่าก็มีหลายครั้งที่การจับคู่ เกี้ยว หรือตกหลุมรักของโลกิแสดงถึงความ 'pansexuel' คือไม่จำกัด ไม่ระบุตัวตนทางเพศ สามารถรักใครก็ได้ ตั้งแต่ชาย หญิง จนถึงเพศที่ 3เรื่องเพศของโลกิในทีแรกยังไม่ได้มีการเปิดเผยหรือถูกหยิบยกมาใช้ จนต่อมาทีเซอร์ของดิสนี่ย์พลัสเพื่อโปรโมทซีรีส์ LOKI ก็ได้เผยข้อมูลหน้าแฟ้มเอกสาร ให้เห็นว่าเพศของเขาระบุไว้ว่า 'fluid' อย่างชัดเจนฉากหนึ่งใน LOKI อีพี 3 ก็เป็นการ come out อย่างชัดเจนของตัวละคร ในบทสนทนาระหว่างโลกิกับซิลวี่"แล้วเจ้าล่ะ เป็นเจ้าชาย คงมีคนอยากเป็นเจ้าหญิงของเจ้าจำนวนมากแน่ๆ หรือเจ้าชาย""ก็ได้ทั้งสองอย่างแหละ"ส่วนความ fluid ของโลกิที่แหวกแนวที่สุดในตำนาน (ชนิดที่ fluid แบบเมตามอนในเกม Pokémon) ก็เห็นจะเป็นการที่เขาแปลงร่างเป็นม้าเพศเมียไปผสมพันธุ์กับม้าเพศผู้ เพื่อคลอดม้า 8 ขาออกมาให้เทพโอดินขี่ แสดงให้เห็นถึงความลื่นไหลที่ไม่ใช่แค่ทางเพศ แต่เป็นทางสายพันธุ์ด้วย

ปมในใจภายใต้รอยยิ้มแสยะมาร์เวลนับว่าฉลาดไม่น้อยที่ทำให้โลกิวายร้ายกลับใจผู้เคยเป็นบอสของหนังรวมฮีโร่เรื่องแรกอย่างThe Avengers (ค.ศ.2012) ได้มีช่วงเวลาพัฒนา เปลี่ยนแปลงตัวเองในหนัง Thor ภาคต่างๆ และกลายมาเป็นผู้ไถ่บาปใน Avengers: Infinity War ด้วยการจากไปอย่างน่าจดจำ ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งด้วยร่างร้ายแบบอินโนเซนต์ช่วงเหตุการณ์การบุกยึดที่นิวยอร์ก โลกิเวอร์ชั่นนี้บังเอิญได้เทสเซอร์แร็คไประหว่างการทำภารกิจย้อนเวลาของฮีโร่ใน Avengers: End Game (ค.ศ.2019) ทำให้เขากลายไปเป็น 'ตัวแปร' ที่อาจก่อให้เกิดการแตกออกของไทม์ไลน์คู่ขนานความน่าสนใจที่สุดของของซีรีส์ LOKI เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนแรก และนั้นไม่ใช่กับหน่วยควบคุมกาลเวลาที่ควบคุมความสงบเรียบร้อยและรีเซ็ตไทม์ไลน์ได้อย่าง TVA (Time Variance Authority) แต่เป็นที่ตัวละครโลกิเองซีรีส์ LOKI เป็นซีรีส์ที่จะพาคนดูสำรวจจิตใจของตัวละครโลกิอย่างลึกซึ้ง เราอาจรู้สึกดีกับโลกิเวอร์ชั่น Infinity War ไปแล้ว แต่เวอร์ชั่นนี้ไม่ เขายังเป็นจอมวายร้ายสุดกะล่อนที่วางแผนจะเป็นราชาแห่งมิดการ์ดหรือครองโลกสไตล์ตัวร้ายทั่วไปอยู่ และซีรีส์ก็ได้พาเขาไปพบกับตัวละครมอร์เบียสของ โอเวน วิลสัน (Owen Wilson) ที่ตั้งคำถามแทนคนดูราวกับเป็นนักจิตวิทยา ว่าเหตุใดโลกิถึงเป็นโลกิ เหตุใดเขาถึงต้องเกิดมาเป็นวายร้าย

เมื่อมองทะลุเข้าไปยังข้างในเบื้องลึก โลกิเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ดูจะมีปมและปัญหาในใจ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่บุญธรรมเขาไม่ดี ตรงกันข้าม เขาได้รับความเอาใจใส่จากแม่ (แม้จะขาดมันจากพ่อ) ถูกปฏิบัติดูแลไม่ต่างจากเป็นลูกแท้ๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังถวิลหาการยอมรับและยังรู้สึกแปลกแยกเพียงเพราะชาติกำเนิด ไม่ได้เห็นค่าความรักที่ทุกคนมอบให้ ปฏิเสธมันอย่างไร้เยื่อใยมาตลอดมองตามหลักพฤติกรรมศาสตร์จะเห็นได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่โลกิทำ สะท้อนความในใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่เขารู้สึกเดียวดายและต้องการปลีกวิเวก หรือเป็นที่หนึ่ง (ที่มีคนเดียว) ก็เพราะเขารู้สึกว่าเขาไม่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเนื่องจากคนละสายพันธุ์ หนำซ้ำเขายังรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในฐานะเชลยถูกนำมาเลี้ยง ณ สถานที่ต่างแดน การที่เขาต้องการความสนใจ หรือทำอะไรสุ่มเสี่ยง เล่นใหญ่ ชั่วร้าย ก็เพราะตอนเด็กรู้สึกแปลกแยก โอดินก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นักจึงรู้สึกขาดความอบอุ่นอย่างไม่รู้ตัว แถมยังคิดว่าตัวเองไม่ต้องการใครซะด้วย การที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง ดันให้ตัวเองมีค่า เป็นที่จดจำ ต้องโกหก ลอกลวง ปลิ้นปล้อน ก็เพราะอยากเป็นคนสำคัญ ความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับจากการรู้สึกโดนทรยศโดยครอบครัว นำไปสู่การที่เขาระบายมันออกมาด้วยความรุนแรงและการเสียชีวิตอันดูจะหาแคร์ไม่ ทั้งหมดทั้งมวลรวมถึงการที่โลกิต้องทำตัวแข็งกร้าว วางมาด อวดเบ่ง ก็เพื่อปกปิดความอ่อนแอและปมปัญหาในใจของตน เพราะถูกปฏิเสธ จึงต้องการปฏิเสธโลกใบนี้

ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิทยาชื่อดังที่ใครๆต้องเคยได้ยินชื่อ แบ่งการทำงานของระดับจิตใจคนเราเป็น 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ระดับจิตสำนึก (conscious mind) ระดับจิตกึ่งสำนึก (sub-conscious mind) ระดับจิตใต้สำนึก (unconscious mind) ฟรอยด์ล่าวไว้ว่า ช่วงเวลาวัยเด็กที่ทุกคนพบเจอ โดยเฉพาะช่วงเวลาและความทรงจำที่มีต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง ครอบครัว มีผลต่อบุคลิกภาพ นิสัยใจคอ ความคิดความอ่าน และวิธีการที่คนๆนึงจะมองโลกในแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกฝังอยู่ในส่วนของระดับจิตใต้สำนึกที่หากไม่ตั้งคำถามหรือไม่มีคนบอก คนคนนั้นอาจไม่เคยรู้ตัวหรือสังเกตเลยว่า เหตุใดเขาถึงได้คิดแบบนั้น และต้องเป็นอย่างที่กำลังเป็นอยู่เมื่อมองตามนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่า จิตใต้สำนึกทำให้โลกิเป็นคนมีปม ขาดความอบอุ่น เขาถูกหล่อหลอมมาโดยปมวัยเด็ก ส่งผลให้ตอนโตต้องมาเป็นวายร้ายที่ลึกๆ แล้ว ไม่ได้อยากทำลายทุกชีวิต ไม่ได้อยากเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว แต่แค่อยากโดนใครซักคนกอดแน่นๆ เท่านั้นเอง

ช่วงเวลาแห่งการสำนึกผิด"สมมุติกลับไปได้ อยากทำอะไร""ทำสิ่งที่ได้เริ่มไว้ ครองบัลลังก์ ข้าไม่ได้ต้องการเป็นราชา ข้าเกิดมาเป็นราชา""ราชาของโลก แล้วไงต่อ""แอสการ์ด 9 อาณาจักร""อวกาศด้วยเลยมั้ยล่ะ โลกิ ราชาแห่งอวกาศ"มอร์เบียสไล่ต้อนโลกิอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะเพื่อที่จะชวนมาทำงานด้วย เขาต้องการให้คู่หูคนใหม่กลับตัวกลับใจให้ได้ด้วยการถามและให้โลกิตอบคำถามเหล่านั้นด้วยตัวเอง และถ้าไม่ใช่โอกาสนี้ ก็คงไม่มีโอกาสไหนที่ดีไปกว่านี้แล้วที่โลกิจะได้คิดถึงตัวเขาเองอย่างจริงๆ จังๆหลังจากนั้นมอร์เบียสก็เปิดให้โลกิดู ว่าเส้นทางของเขาถูกวาดเขียนไว้อย่างไร ควรจะเป็นยังไง และระหว่างทางเพื่อที่เขาจะได้บรรลุเป้าหมาย โลกิทำอะไรมาบ้างเพื่อแลกมันมา มีกี่ชีวิตที่จะต้องสังเวยเพื่อที่เทพเจ้าขี้เล่นคนนี้จะได้นั่งบนบัลลังก์ พร้อมกับถามเขาตลอดทางว่า "นายรู้สึกยังไงบ้าง?" ซึ่งเราจะได้เห็นได้ชัดว่าโลกิเริ่มที่จะมีสีหน้าไม่สู้ดี และกระอักกระอ่วนพอสมควรถ้าให้มองตามจริงแล้ว ฉากในอีพีแรกนี้ก็เปรียบเสมือนช่วงบำบัดจิตดีๆ นี่เอง มันเป็นช่วงเวลาที่เกิดการตั้งคำถามว่าคนคนหนึ่งโตมาชั่วร้าย เขาเป็น evil baby แต่ลืมตาดูโลกเลยหรือไม่ หรือที่แท้จริงแล้วเขาถูกหล่อหลอมให้เป็น และคำตอบคืออย่างหลัง

"ข้าตัดผมเจ้าก็เพราะมันน่าขำดีข้าก็แค่เรียกร้องความสนใจจริงๆแล้วข้ามันก็แค่คนหลังตัวเองและก็อาจจะเพราะข้อกลัวการที่จะต้องอยู่คนเดียว"

หลังจากนั้นเขาก็ถูกเลดี้ซิฟในไทม์ลูป ตอบกลับอย่างจุกๆเบิ้มๆคือลือยิ่งกว่าเตะผ่าหมากวนลูปด้วยการพูดว่า "เจ้าต้องอยู่คนเดียว และจะเป็นอย่างนั้นชั่วกาล" (ทีแรกก็นึกว่าจะเตะอีกรอบ แต่สำหรับโลกิแล้ว สู้เตะซะยังดีกว่าอีกมั้ง)  นี่เป็นอีกฉากหนึ่งที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า โลกิรู้สึกมีปมในใจ เขาไม่ใช่คนที่ชั่วร้ายโดยไม่มีสาเหตุ ปมในใจนำไปสู่การเพิ่มมิติให้กับตัวละคร มิติตัวละครทำให้เราผูกพันกับตัวละครนั้นๆ และมันคือสาเหตุที่ทำไมถึงมีแต่คนรักตัวละครโลกิ

จุดพลิกผันจากวายร้ายสู่แอนตี้ฮีโร่โลกิยังคงเป็นโลกิวันยังค่ำ ช่างต่อปากต่อคำ ชอบปั่นหัว ไม่พูดความจริง และไม่คิดจะให้ความร่วมมือ จนตัวเองได้มาเห็นเส้นเรื่องของตัวเอง และพบกับฉากสะเทือนใจ นั่นก็คือแม่ของเขาที่รักเขาที่สุดได้จากไป, พ่อบอกรัก, ธอร์นับเขาเป็นน้องชายแท้ๆ เสมอมา รวมถึงค้นพบว่าจุดจบของตัวเองคือการเสียสละชีวิตเพื่อช่วยพี่ชาย ก่อนที่ฟิล์มจะหมดม้วน ขึ้นว่าจบไฟล์เพื่อเป็นการบอกนัยว่า "และชีวิตคุณกับบทของคุณก็มีเท่านี้"จะว่าไปเป็นใคร ก็สะเทือนใจแหละ ที่รู้ว่าทั้งชีวิตตัวเอง เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เป็นแค่เรื่องโกหก แม้กระทั่งอัญมณี infinity stone ที่ตามหากันมาตลอดและเป็นตัวกำหนดชะตากรรมจักรวาลเอง ก็ยังเป็นแค่หนึ่งในเรื่องเล่าที่ถูกกำหนดมาและต้องเป็นไปตามนั้นเท่านั้น ซึ่งนี่ดูจะเป็นวิธีลัดที่สุดที่ซีรีส์สามารถทำได้เพื่อที่จะชำระล้างทำให้โลกิคนนี้เป็นโลกิเวอร์ชั่นพระเอก

และมันได้ผล ด้วยการทำให้โลกิตระหนักและครุ่นคิดอะไรหลายอย่างอย่างก้าวกระโดดนี้ เขารู้สึกว่า เป้าหมายอันทรงเกียรติ (glory purpose) ของเขาเป็นแค่เรื่องไร้สาระ แถมยังแย่กว่าเดิมตรงที่โลกิรู้สึกไร้ตัวตนกว่าเดิมและมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ชีวิตตัวเองดูไม่มีค่า ไม่มีสิทธิ์ใดใดในชีวิต ไม่มีเจตจำนงเสรี ไม่มีอิสระ เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งในเรื่องราวที่ใหญ่กว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถเลือกอะไรได้นอกจากรอไปเติมเต็ม character arc ใน story arc ให้เป็นไปตามที่ถูกกำหนดมาเท่านั้นเองทันทีที่เขาได้รับรู้ความจริงและความไม่จริงทั้งหมดเมื่อนั้นเขาค้นพบตัวเองว่า วิธีที่จะทำให้ชีวิตตัวเองมีค่าต่อจากนี้ มีตัวตนต่อจากนี้คือการสร้างคุณค่าและตัวตนใหม่ขึ้นมา และเมื่อ TVA เห็นว่าเขามีคุณค่า นั่นคือการที่เขาได้มี 'ตัวตน' จริงๆ ขึ้นมา สองสิ่งนี้เกิดขึ้นมาได้ด้วยการฟอร์มจากภายใน และคนอื่นเห็น/รับรู้ได้จากภายนอก ทำให้แอนตี้ฮีโร่คนใหม่ก็ถือกำเนิดตั้งแต่ตอนนั้น

ความโกลาหลและโลกิที่เติม sเป้าหมายของโลกิคือช่วย TVA กำจัดโลกิตัวแปรคนที่อันตรายต่อการเกิดการแตกกิ่งก้านสาขาของไทม์ไลน์อย่าง 'เน็กซัส อีเวนท์' ที่สุดอย่างซิลวี่ หรือโลกิเวอร์ชั่นผู้หญิงนอกจากนี้ ยังมีตัวแปรโลกิอีกหลายคนที่เพิ่งรู้ว่ามีอยู่ นี่คืออีกจุดที่ถือว่าสร้างความฮือฮาให้กับซีรีส์ LOKI เหล่าโลกิในเวอร์ชั่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โลกิผิวดำ โลกิที่ขี้ขลาดและไม่ถูกธานอสฆ่าจนต้องอยู่คนเดียวอย่างเหงาๆ (แต่ก็มีจุดจบที่ปิดสมบูรณ์) โลกิเด็ก จนถึงโลกิจระเข้ ที่ทำให้โลกิตัวเอกของเราต้องปวดหัวและเพลียมากๆ จนเข้าใจรู้ซึ้งด้วยตัวเองว่าคนอื่นเพลียกับความโลกิยังไงบ้าง

สิ่งหนึ่งที่อดแซวไม่ได้คือโรแมนซ์ระหว่างโลกิกับซิลวี่ หลังจากที่โลกิดูเป็นคนหลงตัวเองมาตลอด ครั้งนี้เขาดูจะหลง (รัก) ตัวเองจริงๆ และเชื่อใจตัวเองสุดๆ แสดงถึงคาแร็กเตอร์โลกิได้เป็นอย่างตรงประเด็นและชวนขำไม่น้อย อีกทั้งยังแสดงถึงการที่ตัวละครนี้มีมิติลึกซึ้งขนาดไหนผ่านการที่เข้าใจกัน แต่ก็ยังมีตีกันเอง ไม่ลงรอยกันเอง ราวกับคนคนเดียวมีความคิดตีกันในหัว (อีกคนเหตุผล อีกคนอารมณ์ความรู้สึก) หากมองทั้งคู่เป็น 'ก้อนโลกิ' เหมือนกันเรื่องราวจับพลัดจับผลูให้ทั้งคู่ (โลกิกับซิลวี่) ได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านการเดินทาง รู้จักกัน รู้สึกมีกันและกัน รักกันอย่างไม่รู้ตัว และค้นพบความจริงว่ามีสิ่งที่ยิ่งใหญ่รออยู่ นั่นก็คือโค่น TVA และค้นพบคำตอบของความจริงเบื้องหลังความโป้ปดมดเท็จที่เกี่ยวพันกับชีวิตและชะตากรรมผู้คน ความลับของผู้ควบคุมเหตุการณ์และเส้นไทม์ไลน์ต่างๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปตลอดกาลจนในที่สุดทั้งคู่ก็ได้พาไปพบคำตอบนั้น แต่ทว่ามันเป็นคำตอบที่กลับทำให้เกิดคำถามกับทั้งสองคนและคนดูมากมายมากกว่าที่จะได้รับคำตอบทั้งสองได้รู้ว่า ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้วจนถึงวินาทีตรงหน้า และได้รับทางเลือกที่จะด้นสดต่อจากนี้ นั่นก็คือปกครองที่แห่งนี้ฉันท์คู่รักแล้วควบคุมความสงยเรียบร้อยของมัลติเวิร์สด้วยกัน กับฆ่าผู้ยังคงอยู่ (อิมมอร์ตัส) ที่รับบทโดย โจนาธาน เมเจอร์ส (Jonathan Majors)

สุดท้ายดันไปลงเอยที่อย่างหลัง ซิลวี่ที่ไม่สามารถระงับแค้นได้สังหารนายคนนี้ ทำให้มัลติเวิร์สกำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะอีกหนึ่งเวอร์ชั่นชั่วร้ายของผู้ยังคงอยู่นั้น เขามีนามว่า 'แคง ผู้พิชิต' และสิ่งที่เขาทำคือ 'พิชิต' เช่นเดียวกับที่โลกิคือตัวแปรที่อันตรายที่สุดอย่างว่าจริงๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ต้องมีอยู่คู่กันอย่าง order & chaos ตัวเขานั้นเปรียบได้กับตัวแทนแห่งความโกลาหล (chaos) ที่เดาไม่ได้ ที่จะทำลายกฎระเบียบ (order ) ตามเนเจอร์ของตัวเองอยู่แล้วฉะนั้นไม่ว่าจะโลกิคนไหน สิ่งที่โลกิทำคือ 'ท้าทาย' และ 'แหกกฏ' หรือ 'กระทำการโลกิ' โลกิเองก็ไม่อยากเชื่อว่าซิลวี่จะทำแบบนั้นเช่นกัน เรื่องราวนี้ตั้งแต่เริ่มจนจบซีซั่น ทำให้โลกิรู้ว่า 'เขาไม่รู้จักตัวเองเลย' และพร้อมๆ กัน ก็ได้รู้จักตัวเองเป็นอย่างดีว่าตัวเองนั้นควบคุมไม่ได้ หัวขบถและโลกิก็คือผู้ทำตามอำเภอใจอย่างไร้กรอบ ซึ่งหมายความว่าเดาไม่ได้อีกนั่นแหละซีรีส์ LOKI ปิดฉากลงอย่างค้างคาด้วยการได้ใจผู้ชมทั้งด้านความสนุกและแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับตัวละครนี้ อนาคตของเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปคงต้องรอดูอีกทีในซีซั่น 2 หรือหนังอีกสองสามเรื่องที่ดูๆ แล้วมีแนวโน้มจะเกี่ยวข้องกับมัลติเวิร์สและเหตุการณ์นี้ ได้แก่ Spider-Man: No Way Home, Doctor Strange in the Multiverse of Madness และ Ant-Man and the Wasp: Quantumania

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...