เลิกกันแล้ว ทำไมไม่ควรกลับไปเป็นเพื่อนกันอีก ? - เพจบันทึกนึกขึ้นได้
หลังจากที่เลิกกันแล้ว ไม่ว่าจะระยะเวลานานหรือสั้น
ผมว่าเราน่าจะมีความคิดที่อยากจะกลับไปเป็นเพื่อนกับแฟนเก่ากันบ้าง
เท่าที่สังเกตตัวเอง สังเกตคนรอบข้าง บ้างก็อยากกลับไป
บ้างก็ร้องอี๋ แบบที่ว่า คนแบบนี้ขอเจอชีวิตนี้ครั้งเดียวพอ
ไม่อยากให้เส้นชีวิตเข้ามาบรรจบกันอีกแล้ว
ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ สำหรับคนที่รู้สึกว่า เราไม่ได้ต้องการคนนั้นในชีวิตอีกต่อไปแล้ว
ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม พร้อมนึกในใจตอนที่เขาเดินจากไปว่า
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
แต่สำหรับบางคน คนที่อยากกลับไปเป็นเพื่อน หรืออย่างน้อยขอเป็นเห็บหมัดในชีวิตเค้าสักนิด
ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ยังรู้สึกอะไรบางอย่างอยู่ หรือไม่ก็เป็นคนที่เป็นคนถูกบอกเลิก
หรือไม่ก็เป็นคนที่ไปขอเลิกเค้า แต่ก็ยังอยากกั๊กเอาไว้สักหน่อย
เรียกว่ามีหลายประเภท หลายประเด็น จำแนกกันทั้งวันก็ไม่หมด
หรือเราอาจจะเคยได้ยินว่า โตแล้ว มีวุฒิภาวะแล้ว เลิกกับแฟน ก็เป็นเพื่อนกันได้
โตๆ กันแล้ว อย่าคิดอะไรมากมายนักเลย ชีวิตมันสั้น
เอาจริงๆ อยากจะตอบกลับไปเหมือนกันนะว่า
ชีวิตเรา เราจะทำอะไรก็ได้ อย่าเอาคำว่าวุฒิภาวะของตัวเอง มากดดันว่าเราต้องมีวุฒิภาวะในแบบนั้นด้วย
เพราะวุฒิภาวะที่เหมาะสมกับชีวิตแต่ละคนมันก็ช่างต่างกันเหลือเกิน
แต่ถ้าคุณมีความรู้สึกอยากกลับไปเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าอีก
ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะครับ เอ..อาจจะไม่ใช่อย่างเดียวด้วยซ้ำ
มันอีกอะไรอีกหลายอย่างที่เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เราคิดว่า
แค่กลับไปเป็นเพื่อนกัน มันจะอะไรกันนักกันหนา
ส่วนตัวผมคิดว่า
ถ้าอยากกลับไปเป็นอะไรสักอย่าง ที่ไม่ใช่แฟน แบบเดิม
อาจจะต้องใช้เวลาในการที่จะห่างกันสักระยะ
คำว่าสักระยะผมก็ตอบไม่ได้ด้วยนะครับว่า มันนานแค่ไหน
สำหรับบางคนอาจจะหกเดือน บางคนอาจเป็นปี หรือหลายปี
ที่บอกว่าต้องใช้เวลา ก็เพื่อที่เราจะได้มีเวลาเหล่านั้นมาทบทวนตัวเอง
ให้รู้ใจตัวเองให้แน่ชัดก่อนว่า จริงๆ แล้วเราต้องการอะไรในชีวิต
เราต้องการความสัมพันธ์แบบไหน เราอยากเป็นโสด แล้วมีเพื่อนเป็นแฟนเก่าจริงๆ ใช่มั้ย
แต่ถ้าจะปล่อยเวลาไปหลายเดือนหลายปี แต่ไม่ได้คิดหรือทบทวนอะไรเลย
ผมว่ามันมีค่าไม่เท่ากันนะ
บางคนอาจจะบอกว่ามีเพื่อนเป็นแฟนเก่า ดีจะตาย
ซึ่งบางครั้งที่ผมเคยเห็นมันก็ดีนะ แล้วก็มีอีกหลายๆคนที่มันดูไม่ออกเลยว่าจะดีตรงไหน
ถึงแม้ว่าจะเป็นการเลิกกันที่ดีที่สุด จบแบบสวยที่สุด
จบแบบที่นุ่มที่สุด ส่วนตัวก็ยังคิดว่า มันจำเป็นต้องใช้เวลา
ทบทวนความรู้สึกตัวเองว่า เราควรกลับไปเป็นเพื่อนกันจริงๆ มั้ย
แต่ถ้ายังสงสัยในตัวเองกันอยู่
ผมอยากให้คุณลองสำรวจตัวเองว่า
ถ้ายังมีอาการเหล่านี้ คุณน่าจะยังไม่พร้อมที่จะกลับไปเป็นใคร
หรืออะไรสักอย่างในชีวิตเขา
1.
คุณยังรู้สึกเจ็บปวด รู้สึกโกรธ
หรือรู้สึกว่ายังสับสนกับหลายๆ ความรู้สึกข้างในที่ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้
การเยียวยาหลังการเลิกรามันไม่ได้ใช้เวลาแค่วันสองวัน
มันต้องปล่อยให้ตัวเองให้ทบทวนหลายๆอย่าง ปล่อยให้ตัวเองได้ช่างมันกับหลายความรู้สึก
แต่ถ้าคุณยังรู้สึกคิดถึงเค้ามาก เจ็บปวดกับภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่มันแว้บเข้ามาให้คุณเจ็บจี๊ดๆ
ยังรู้สึกอยากฟาดหน้าเค้าสักป้าป ที่ทำไมถึงทำกับเราได้ขนาดนี้
ผมว่า คุณน่าจะยังไม่พร้อมที่จะกลับไปเซไฮ ว่าไงเพื่อนกับเค้าหรอกนะครับ
ซึ่งก่อนที่จะอยากกลับไปเป็นแบบนั้น
ลองทำความเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อน
ว่าที่จริงแล้วเราจบกับความรู้สึกในอดีตแล้วหรือยัง
ถ้ายัง ผมว่าพักก่อน
2.
คุณยังไม่สามารถพูดจากับแฟนเก่าได้ด้วยความรู้สึกปกติ
แต่ชอบประชดประชันด้วยถ้อยคำที่เอาสิ่งเก่าๆมาทำให้เกิดบทสนทนาแย่ๆ
ถ้าคุณยังรู้สึกว่า คุณยังอยากด่าแฟนเก่าอยู่ ยังอยากประชดเค้าอยู่ว่า นี่ก็เพราะแบบนี้ไง ชั้นถึงเป็นงั้นงี้
ยังอยากงอน อยากทำตัวให้เค้ารู้สึกว่า ที่กูเป็นแบบนี้ก็เพราะมึงนั่นแหละ
นี่ก็เป็นอีกสัญญาณที่ว่า เราเองนะ เข้าขั้นนัมเบอร์วัน ในเรื่องของคนที่ไม่ปล่อยวางอะไรสักที
ซึ่งถ้าเราเดินทางมาถึงวันที่เรื่องเก่าๆ เข้ามาทำให้เรารู้สึกเศร้าไม่ได้อีก
อย่างน้อยก็แค่แว้บมาให้คิด แต่ไม่ได้ติดตามไปตลอด แล้วก็ได้เรียนรู้ถึงบทเรียนของความสัมพันธ์ที่เพิ่งจบไป
จนไม่ได้รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น หรือหาคนผิดกันอีกต่อไปแล้ว
ถึงตอนนั้นน่าจะดีกว่าที่เราจะกลับไปเป็นเพื่อนกับเขาดู
3.
คุณรับไม่ได้ ถ้าแฟนเก่าคุณจะไปมีแฟนใหม่ หรือเดทกับใครสักคน
เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นเพื่อนกันจะคุยกันในเรื่องที่ตัวเองไปพบเจอมาในแต่ละวัน นั่นเลยหมายรวมถึงเรื่องความสัมพันธ์ใหม่ๆ
ที่เขาหรือเราจะไปพบเจอกันมาอีกด้วย แล้วถ้าในใจคุณยังรู้สึกโหวงๆ หรือรู้สึกแย่ ถ้าแฟนเก่าของคุณจะไปคุยกับใครคนใหม่
คุณยังรู้สึกว่า แล้วกูละ ทำไมต้องทิ้งกูไปอีก
เพื่อนคือคนที่แชร์สิ่งที่เราได้พบเจอกันในชีวิต
แต่ถ้าสิ่งที่เพื่อนพบเจอ ทำให้เราเจ็บปวดในการมีชีวิตต่อไป
ผมว่ามันเร็วเกินไปหรือเปล่าที่เราจะกลับไปเป็นเพื่อน
ลองนึกภาพ ว่าถ้าเราไปที่ไหนสักที่ แล้วบังเอิญไปเจอแฟนเก่ากำลังเดินกับคนใหม่
ถ้ามันใจแป๊ว หรือรู้สึกทำตัวไม่ถูก ก็ต้องลองทบทวนดูว่า เออ นี่มันถึงเวลาแล้วหรือยัง
เพื่อนคือคนที่ต้องสนับสนุนชีวิตกันและกัน แต่ถ้าเราหรือเขา ยังไม่ได้รู้สึกแบบนั้น
ลองกลับมาสนับสนุนชีวิตตัวเองดูก่อนดีกว่าครับ
4.
คุณยังมโนว่าการกลับไปเป็นเพื่อน จะทำให้คุณได้กลับไปเป็นเหมือนเดิม
ลองถามตัวเอง แบบที่จะไม่โกหกตัวเองดูก่อนนะครับว่า
แท้จริงแล้ว ทำไมคุณถึงอยากกลับไปเป็นเพื่อนกับแฟนเก่า
อะไรคือสิ่งที่โผล่ขึ้นมาในความคิด กับคำตอบนั้น
คุณยังถือความหวังที่ว่า สุดท้ายแล้วคุณจะได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า
ถ้ามันมีแว้บนั้นเข้ามา ขั้นตอนที่คุณอยากกลับไปเป็นเพื่อน
อาจไม่ใช่คำตอบ แต่อาจเป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำให้คุณมูฟออนได้ช้ากว่าเดิมอีก
คุณอาจจะคิดว่า ถ้าได้กลับไปเที่ยวด้วยกัน อยู่ด้วยกันบ้าง
เราจะรู้สึกถึงกันแบบเดิมอีกก็ได้นะ
ซึ่งความคาดหวัง มักจบลงด้วยความผิดหวัง
ไม่ใช่แค่เรา อาจจะเราทั้งคู่เลยก็เป็นได้
5.
คุณเหงา
อย่าอยากมีใครเพราะคุณไม่มีใคร
เพราะโสดแล้วมีเวลาว่างเยอะ เลยคิดไปเองว่า ถ้าได้กลับไปเป็นเพื่อนกับแฟนเก่า
เราน่าจะใช้เวลาด้วยกันได้ คุณยังคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ที่เคยมีด้วยกัน
ถ้าคุณอยากกลับไปใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมแบบเดิมๆ โดยใช้คำว่า ก็เป็นเพื่อนกัน
คุณก็ต้องยอมรับด้วยนะครับว่า เพื่อนไม่ได้ทำกิจกรรมทุกๆอย่าง แบบที่แฟนเขาทำกัน
6.
คุณอยากให้แฟนเก่าเป็นคนเดิม แบบที่คุณอยากให้เขาเป็น
อยากกลับไปเป็นเพื่อนนะ
แต่อยากให้เค้าแคร์เราแบบเดิม อยากให้เค้าสนใจเราเหมือนเดิม
ให้ความสำคัญเราเป็นอันดับแรกๆ เป็นคนที่สนใจว่า ลึกๆ เราตอนนี้รู้สึกยังไง
เอาจริง แค่พูดเท่านี้ยังอยากรู้สึกสะกิดตัวเองเลยว่า ตื่นไหม
นี่เพื่อนหรืออะไร
ถ้ายังรู้สึกแบบนั้น ผมว่า กลับมาเยียวยาตัวเองสักหน่อยดีกว่าครับ
อย่าเพิ่งรีบร้อนที่จะกลับไปเป็นอะไรเลย
คุณยังไม่พร้อมหรอก
นี่เป็นแค่ 6 สัญญาณ ที่อยากให้คุณลองเตือนสติตัวเอง
ว่าที่อยากกลับไปเป็นเพื่อนกับเขา จริงๆ แล้วเราอยากกกลับไปทำไม
ถ้ายังรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากอยู่คนเดียว
ผมบอกได้แค่ว่า คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง
นี่ไม่ใช่การบังคับนะครับ
แต่ในฐานะเพื่อน ถ้าเรายังจัดการกับความรู้สึกตัวเองไม่ได้
เราก็ไม่เหมาะกับการไปเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะกลับคนเก่าหรือคนใหม่
หรือถ้าจะตะบี้ตะบันกลับไปเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าให้ได้
ก็ต้องยอมรับผลที่มันจะตามมา ที่อาจจะแย่กว่าที่กำลังเป็นอยู่
การคาดหวังว่าสักวันคุณจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม อยู่ด้วยกันแบบเก่าๆ
โดยการกลับมาเป็นเพื่อนกันนั้น สุดท้ายแล้วอาจเป็นความหวังปัจจุบันที่ทำให้เราเสียโอกาสดีๆ ในอนาคต
ที่จะได้พบใครคนใหม่ คนที่ทำให้เราไม่ต้องมานั่งนึกกับตัวเองอีกว่า เราควรกลับไปหาเขาดีไหม
เพราะชีวิตใหม่ที่ไม่มีกัน ดีกว่ากันตั้งเยอะเลย
ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก เพจบันทึกนึกขึ้นได้ ได้บน LINE TODAY ทุกวันศุกร์