โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รถไฟเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรับคนเดินทางกลับกรุง 15-17 เม.ย.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 15 เม.ย. 2561 เวลา 09.01 น.

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รายงานเพิ่มสถานการณ์การเดินทางของผู้โดยสารบริเวณสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และตลอดสถานีรายทาง ในช่วงการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพ ระหว่างวันที่ 15 – 17 เมษายน 2561

โดยเพิ่มมาตรการรักษาความความปลอดภัย คุมเข้มบนขบวนรถ สถานีรถไฟ และการดูแลเสริมความมั่นคงทางรางตลอดเส้นทางทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นการลดอุบัติเหตุเพื่อให้การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ปลอดภัยตายเป็นศูนย์ อีกทั้งยังขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการอำนวยความสะดวกและให้บริการ พร้อมเน้นย้ำพนักงานขับรถว่าก่อนเคลื่อนขบวนรถทุกครั้งแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถไฟ

นอกจากนี้ยังคงแผนมาตรการด้านความปลอดภัย 4 ม. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินขบวนรถ ดังนี้

1.มาตรการด้านพนักงาน กวดขันพนักงานด้านปฏิบัติการ (Operating) ของทุกฝ่าย เช่น นายสถานี พนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ พนักงานกั้นถนน พนักงานขับรถ พนักงานช่างเครื่องฯลฯ ให้ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ระดมพนักงานด้านช่างเทคนิกต่างๆ ประจำอยู่ที่ศูนย์กลางกรุงเทพ

เพื่อประสานงานและติดตาม หรือสั่งการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลตลอด 24 ชั่วโมง และจัดตั้งศูนย์ปลอดภัยประจำการรถไฟฯ และศูนย์ปลอดภัยตามภูมิภาครวม 5 เขต คือ เขต 1 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีกรุงเทพ เขต 2 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีนครราชสีมา เขต 3 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีอุตรดิตถ์ เขต 4 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีชุมพร เขต 5 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีชุดทางหาดใหญ่ ศูนย์ปลอดภัยทั้ง 5 เขต จะมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุม ติดตาม ประสานงานกับศูนย์ประสานการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมด้านขนส่ง (จังหวัด) ประสานกับศูนย์ปลอดภัยกระทรวงคมนาคม หรือประสานกับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2.มาตรการด้านรถจักร/รถพ่วง ตรวจสอบสภาพรถจักร รถพ่วง อุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์พร้อมใช้งาน และหมั่นตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ ขณะทำขบวนระหว่างทาง และก่อนนำออกใช้งาน หากสถานีใดกำหนดให้ขบวนรถหยุดมากกว่า 10 นาทีขึ้นไป พนักงานด้านเทคนิคต่าง ๆ เช่นพนักงานตรวจกล ช่างไฟฟ้า นายสถานี พนักงานรักษารถ ต้องร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย ความสมบูรณ์ของรถจักร รถพ่วง อุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง

3.มาตรการด้านทาง จัดพนักงานตรวจสภาพทางอย่างน้อยวันละครั้ง และเพิ่มความถี่ในการออกตรวจในช่วงเทศกาล ขจัดทัศนวิสัยสองข้างทางรถไฟโดยเฉพาะบริเวณจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับทางถนนเพื่อมิให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเดินรถ พนักงานขบวนรถสามารถมองเห็นสภาพสองข้างทางได้อย่างสะดวก ชัดเจน สามารถมองเห็นอาณัติสัญญาณต่าง ๆ หรือเห็นยวดยานพาหนะต่าง ๆ ที่ขับผ่านถนนเสมอระดับทางรถไฟได้อย่างสะดวก ชัดเจน หรือในทางกลับกัน ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะสามารถมองเห็นขบวนรถไฟ อาณัติสัญญาณได้อย่างสะดวก ชัดเจน เช่นเดียวกัน

4.มาตรการด้านอาณัติสัญญาณ ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องอาณัติสัญญาณโทรคมนาคม เช่น เสาอาณัติสัญญาณไฟสี เครื่องทางสะดวก เครื่องกั้นถนน เครื่องโทรศัพท์ควบคุมการเดินรถ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถให้สามารถใช้งานได้ดีตลอดเวลา โดยจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจวันละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ได้เพิ่มป้ายเตือนต่าง ๆ ในบริเวณทางผ่านที่มีเครื่องกั้นอัติโนมัติ และเครื่องกั้นชนิดแผงกั้น โดยทำการปรับปรุง ทาสี ให้สามารถมองเห็นได้อย่างสะดวก ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพิ่มไฟฟ้าแสดงสว่างให้เพียงพอมิให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเดินรถ

การรถไฟฯ ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และสถานีตำรวจภูธร ในเขตแต่ละพื้นที่ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับป้ายเตือน/ป้ายอาณัติสัญญาณ/เครื่องอาณัติสัญญาณต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุการเดินทาง

นอกจากนั้นได้ขอความร่วมมือมายังประชาชนที่เดินทาง ขอให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟ ห้ามยืนระหว่างหัวต่อรถโดยสาร และห้ามใช้บันไดเป็นที่โดยสาร ห้ามขึ้นรถในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่เพราะอาจพลัดตกเสียชีวิตได้ ระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าของท่าน อย่าฝากสิ่งของที่มีค่าไว้กับบุคคลแปลกหน้า ห้ามจำหน่าย และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด บนขบวนรถและสถานีรถไฟ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...