โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮือฮา! ปิดทองสรีระสังขาร “หลวงพ่อทอง” 4 ปี ร่างกายไม่เน่าไม่เปื่อย

77kaoded

เผยแพร่ 18 ส.ค. 2562 เวลา 14.01 น. • 77 ข่าวเด็ด

ที่จ.ชลบุรี ฮือฮาปิดทองสรีระสังขารหลวงพ่อทอง วัดไร่กล้วย ในงานมรณภาพครบรอบ 4 ปี ซึ่งร่างไม่เน่าไม่เปื่อย ท่ามกลางลูกศิษย์ร่วมงานจำนวนมาก

ไม่พลาดทุกกระแสร้อนชลบุรี-พัทยา กดรับข่าว “พัทยานิวส์”ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้

เพิ่มเพื่อน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2562 ที่วัดรังษีสุทธาวาส (วัดไร่กล้วย) ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พระครูมธุรสธรรมภาณ เจ้าอาวาสวัด รังษีสุทธาวาส (วัดไร่กล้วย) พร้อมคณะศิษย์ยานุศิษย์พระครูสุทธิคุณรังษี (หลวงพ่อทอง ปญฺญาทีโป) ที่ชาวบ้านไร่กล้วยหรือคนทั่วไปนิยมเรียกท่านว่า " หลวงพ่อทอง " อดีตเจ้าอาวาสวัดรังษีสุทธาวาส (วัดไร่กล้วย) จัดงานวันมรณภาพครบ 4ปี  พร้อมทั้งนำร่างของท่านออกจากโรงแก้วมาปิดทองทั้งองค์ โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ฯ.และ ประธานกรรมการบริษัทในเครือฉวีวรรณกรุ๊ป เป็นประธานในการปิดทองสรีระสังขารของหลวงพ่อทอง พร้อมทั้งศิษย์ยานุศิษย์จำนวนมากเข้าร่วมปิดทองสรีระของหลวงพ่อทองในครั้งนี้

หลังจากนั้นได้นำสรีระสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยหลวงพ่อทองที่นำมาปิดทองบรรจุในโลงไม้สัก ตั้งให้ประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพนับถือได้กราบไหว้บูชา ขอพรกันโดยตั้งไว้ที่ศาลาตั้งสรีระสังขาร ของหลวงปู่ทอง โดยหลวงพ่อทองนั้นได้มรณภาพมาแล้ว 4ปี แต่สังขารไม่เน่าเปื่อย ทางญาติโยมได้นำร่างของท่านออกมาจากโลงแก้ว มาทำความสะอาดและเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์ลูกหากราบมนัสการปิดทองสรีระสังขารของหลวงพ่อทอง แล้วเปลี่ยนจีวร อังสะ สบง ให้ใหม่ก่อนนำเข้าบรรจุโลงแก้ว ไม้สัก ซึ่งประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถไปกราบนมัสการขอพรสรีระสังขาร “หลวงปู่ทอง”ได้ที่วัดรังษีสุทธาวาส (วัดไร่กล้วย) ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้ทุกวัน

สำหรับ พระครูสุทธิคุณรังษี “หลวงปู่ทอง ปญญาทีโป”เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2465 ปีจอ บิดาชื่อ นายสี ก้านบัว มารดาชื่อ นางไผ่ ก้านบัว ท่านเป็นชาวอำเภอพนัสนิคม ต.หนองปรือ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 7 คนหลวงปู่เป็นบุตรคนที่ 4 ในช่วงชีวิตที่ท่านครองเพศฆราวาสนั้นได้ช่วยบิดา-มารดาประกอบสัมมาอาชีวะตามประสาสุจริตชนทั่วไป จากนั้นจึงได้เข้าสมัครรับราชการทหารเป็นเวลากว่า 2 ปี ภายหลังที่ท่านใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสมาอย่างโชกโชนแล้ว หลวงปู่ท่านจึงคิดจะบวชเพื่อแสวงหาสัจธรรมและตอนแทนพระคุณบุพการี ท่านจึงตัดสินใจเข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2489 ณ พัธสีมา วัดเนินสังข์สกฤษฏาราม ตำบลวัดหลวง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยมีพระอุปัชฌาย์ คือ พระครูเจียม วัดหลวงพรหมาวาส พระกรรมวาจาจารย์ คือพระมหาเที่ยง วัดกลางทุมมาวาส พระอนุสาวนาจารย์ คือพระอธิการเอียง วัดไร่หลักทอง ได้รับยาว่า “ปัญญาทีโป” แปลว่า ผู้มีปัญญาดุจแสงสว่างแห่งดวงประทีป

ในการสร้างวัดไร่กล้วยนั้นครั้งแรกเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2488 ก่อนหลวงปู่ทองบรรพชา 1 พรรษาชาวบ้านนิมนต์อาจารย์มานิตย์ (พระพี่ชายของหลวงปู่ทอง) มาเป็นเจ้าอาวาส เพื่อมาร่วมสร้างวัดในหมู่บ้านไร่กล้วยด้วยกัน และในปีต่อมาหลวงปู่ทอง ปญญาทีโป ท่านจึงอุปสมบทที่อำเภอพนัสนิคม และหลังจากนั้นได้ติดตามพระพี่ชายมาช่วยสร้างวัดไร่กล้วย โดยร่วมกับชาวบ้านอีกแรงหนึ่ง จนในปี พ.ศ.2491 จึงสร้างโบสถ์ไม้สำเร็จเป็นหลังแรก จวบจนพ.ศ.2494 ท่านอาจารย์นิด ลาสิกขาบทไป คงเหลือไว้แต่หลวงปู่ทอง จึงเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส ด้วยหลวงปู่ทองเป็นพระที่มีความเมตตาต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก จนเป็นที่เลื่องลือ เลื่อมใส จึงเกิดศรัทธาจากชาวบ้านในบริเวณนั้น และยังแผ่บารมี คุณธรรม ออกไปยังบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะตกทุกข์ได้ยาก ลำบากแค่ไหนเดินทางมาหาหลวงปู่ทอง ท่านก็จะมีเมตตาต่อผู้มาพบท่านอยู่เสมอมิได้ขาด ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ท่านก็ให้การช่วยเหลือมาตลอด

จนในปี พ.ศ.2496 หลวงปู่ทองจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส สร้างความปิติให้กับลูกศิษย์และชาวบ้านโดยทั่วไป หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2498 หลวงปู่ทองได้สร้างโรงเรียนวัดไร่กล้วย ให้กับชาวบ้านใช้ในการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2501 ชาวบ้านก็ได้ช่วยหลวงปู่ทองสร้างศาลาการเปรียญไม้จนสำเร็จ ในปี พ.ศ.2504 ในปี พ.ศ.2516 หลวงปู่ทอง ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นตรี ราชทินนามที่พระครูสุทธิคุณรังษี ในปี พ.ศ.2522ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นโท ในปีพ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นเอก ในปี พ.ศ.2555 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก

หลังจากนั้น หลวงปู่ทอง ก็เริ่มมีอาการอาพาธเป็นโรคปอดติดเชื้อ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ จวบจนวันที่ 22 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2558 เวลาประมาณ 11.10 น. หลวงปู่ทอง ปัญญาทีโป ได้ถึงแก่มรณภาพ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ด้วยอาการปอดติดเชื้อ สิริอายุ 94 ปี 68 พรรษา การมรณภาพของหลวงปู่ นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมากในครั้งนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...