โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 มีนาคม 1930 คานธี นำชาวอินเดียทำสัตยาเคราะห์เกลือ "ดื้อแพ่ง" ดังทั่วโลก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 23.35 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 23.00 น.
เช้าวันที่ 6 เมษายน 1930 คานธีหยิบเกลือกำมือหนึ่งไปจากชายฝั่งขึ้นมา ซึ่งในทางเทคนิคแล้วนี่คือการ

12 มีนาคม 1930 มหาตมะ คานธี นำชาวอินเดียทำสัตยาเคราะห์เกลือ “ดื้อแพ่ง” ดังทั่วโลก

สัตยาเคราะห์เกลือ (Salt Satyagraha) หรือ Salt March เป็นการแสดงออกทางการเมืองในการประท้วงรัฐบาลอังกฤษในอินเดีย นำโดย มหาตมะ คานธี (Mohandas Gandhi) ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) นับเป็นการเดินขบวนครั้งแรกในการรณรงค์การ “ดื้อแพ่ง” ซึ่งได้รับความสนใจไปทั่วโลก

การผลิตและจำหน่ายเกลือในอินเดียเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับชาวอินเดีย เพราะเกลือถูกสงวนให้กับกิจการของอังกฤษ เนื่องจากอังกฤษต้องการผูกขาดเกลือที่ทำกำไรให้อังกฤษมายาวนาน โดยได้ผ่านกฎหมายหลายฉบับตั้งแต่พระราชบัญญัติเกลือ ค.ศ. 1882 ที่ห้ามชาวอินเดียผลิตหรือจำหน่ายเกลือด้วยตนเอง นั่นทำให้ชาวอินเดียต้องซื้อเกลือราคาแพงกว่าปกติ เพราะต้องบวกภาษีเพิ่มเข้าไปอีก

เรื่องเกลือนี้ส่งผลกระทบต่อชาวอินเดียส่วนใหญ่ที่ยากจน และไม่สามารถซื้อเกลือได้ด้วยเงินของตนเอง การประท้วงต่อต้านภาษีเกลือของอินเดียจึงค่อยๆ เริ่มในศตวรรษที่ 19 และเป็นประเด็นถกเถียงที่สำคัญมาตลอดระยะเวลาหลายปีของการปกครองอินเดียของอังกฤษหรือบริติชราช

ช่วงต้นปี 1930 มหาตมะ คานธี ตัดสินใจเดินขบวนประท้วง เพราะเป็นที่ชัดเจนว่าภาษีเกลือได้กดขี่ชาวอินเดียมากขึ้น การเดินขบวนจะเดินทางผ่านรัฐอินเดียทางตะวันตก จากซาบาร์มาติอาศรมใกล้กับเมืองอาห์มาดาบัด (Ahmadabad) รัฐคุชราต ไปยังเมืองดานดิ (Dandi) บริเวณชายฝั่งทะเลอาหรับในมหาสมุทรอินเดีย

คานธีเริ่มออกเดินทางด้วยการเดินเท้า วันที่ 12 มีนาคม ปี 1930 พร้อมกับผู้ติดตามหลายสิบคน ระหว่างทางชาวอินเดียได้รวมตัวกันเพื่อเข้าพบคานธี และต่างก็มารอฟังคานธีกล่าวโจมตีถึงความไม่เป็นธรรมของภาษีที่มุ่งเก็บจากคนยากคนจน

ชาวอินเดียอีกหลายร้อยคนเข้าร่วมกับคานธี และแล้วก็เดินทางมาถึงเมืองแดนดิ ในวันที่ 5 เมษายน ปี 1930 รวมระยะการเดินทางราว 240 ไมล์ หรือ 385 กิโลเมตร และในเช้าวันที่ 6 เมษายน 1930 คานธีและผู้ติดตามของเขาหยิบเกลือกำมือหนึ่งจากชายฝั่งขึ้นมา ซึ่งในทางเทคนิคแล้วนี่คือการ “ผลิต” เกลือและถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย

รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการจับกุมในวันนั้น คานธียังคงกระทำสัตยาเคราะห์เกลือต่อในอีก 2 เดือนข้างหน้า หมายจะย้ำเตือนสติให้ชาวอินเดียร่วมกันฝ่าฝืนกฎหมายที่สั่งห้ามทำเกลือด้วยตนเอง ชาวอินเดียหลายพันคนถูกจับกุมและถูกคุมขัง รวมถึง ชวาหะร์ลาล เนห์รู (Jawaharlal Nehru) ในเดือนเมษายน และคานธีก็โดนจับกุมในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากเขาแจ้งให้ ลอร์ดเออร์วิน อุปราชแห่งอินเดีย (Lord Irwin, the viceroy of India) ทราบถึงความตั้งใจของเขาที่จะเดินขบวนประท้วงไปยังโรงงานเกลือในเมือง Dharasana

ข่าวการกักขังคานธีก่อให้เกิดแรงกระตุ้นในหมู่ชาวอินเดียอีกนับหมื่นคนให้เข้าร่วมสัตยาเคราะห์ มีการเดินขบวนไปโรงผลิตเกลือตามกำหนดเดิมที่วางไว้ในวันที่ 21 พฤษภาคม ปี 1930 โดยมีผู้ร่วมประท้วงอย่างสันติกว่า 2,500 คน แต่หลายคนถูกจับและถูกตำรวจทำร้ายอย่างรุนแรง และภายในสิ้นปีก็มีคนกว่า 60,000 คนถูกจำขังอยู่ในคุก

คานธีได้รับการปล่อยตัวจากการควบคุมตัวในเดือนมกราคม ปี 1931 และเริ่มเจรจากับลอร์ดเออร์วิน เพื่อยุติการรณรงค์สัตยาเคราะห์ ในเวลาต่อมาได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการใน สนธิสัญญาคานธี-เออร์วิน ที่ลงนามเมื่อวันที่ 5 มีนาคม คานธียกเลิกการรณรงค์ประท้วงสัตยาเคราะห์ ลอร์ดเออร์วินตกลงปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง และอนุญาตให้ชาวอินเดียทำเกลือเพื่อใช้ในครัวเรือนได้ชั่วคราว

การทำสัตยาเคราะห์เกลือของคานธี ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอังกฤษไปทั่วโลก ซึ่งนับเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อังกฤษมั่นใจได้ว่า ไม่สามารถรักษาบริติชราชไว้ใต้ปกครองได้อีกนานเท่าใดแล้ว และอีกไม่นานสิ่งต่างๆ ที่ มหาตมะ คานธี ได้กระทำ ก็เป็นแรงกระเพื่อมที่ช่วยให้อินเดียได้รับเอกราชในวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1947

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Kenneth Pletcher. (2019). Salt March, fromwww.britannica.com

Salt March. (2018), fromwww.history.com

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 มีนาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 12 มีนาคม 1930 คานธี นำชาวอินเดียทำสัตยาเคราะห์เกลือ “ดื้อแพ่ง” ดังทั่วโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...