โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“หนังเค็มพ่อประนอม” นครพนม หนังจี่ที่ขายดีจนลือลั่นยังแดนไกล

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 09 มี.ค. 2564 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2564 เวลา 03.59 น.

หนังควายเค็มหรือหนังเค็ม เป็นวิธีถนอมอาหารด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านของชาวอีสาน โดยหนังที่ผ่านกรรมวิธีทำแห้งเค็มแล้ว นำมาจี่ก็คือทำให้สุกด้วยความร้อนจากเตาถ่านเหมือนการย่าง แล้วนำมาทุบให้เหนียวนุ่มก่อนรับประทานหรืออาจนำไปประกอบเป็นเมนูอาหารได้อีกหลายอย่าง เช่น แกงขี้เหล็กหนังเค็ม แกงอ่อมหนังเค็ม ยำหนังเค็ม ต้มซุปหนังเค็ม ฯลฯ เป็นต้น

เมื่อก่อนหนังเค็มนิยมรับประทานกันเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ทางภาคอีสานและเหนือ มีแหล่งขายตามข้างทาง โดยเฉพาะเส้นทางหลักหรือขายตามตลาดชุมชน ภายหลังตลาดขายทางออนไลน์มีความคึกคัก ชาวบ้านแห่กันมาขายในช่องทางนี้เพราะส่งตรงถึงหน้าจอลูกค้า เกิดความสะดวก รวดเร็วและเห็นสินค้าทันที ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กและใหญ่ต้องกระตือรือร้น ปรับปรุงพัฒนารูปแบบหีบห่อและเพิ่มความหลากหลายสินค้าให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ใส่ใจเรื่องกระบวนการผลิตที่มีความสะอาดปลอดภัยเพื่อสร้างจุดเด่น

คุณวัฒนา สมสิ้ว หรือ คุณแขก เจ้าของผลิตภัณฑ์หนังเค็มแบรนด์ “หนังเค็มพ่อประนอม” ตั้งอยู่เลขที่ 45/2 หมู่ที่ 9 บ้านน้อยชลประทาน ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โทรศัพท์ (063) 023-2246 และ (086) 303-8495 เป็นผลิตภัณฑ์หนังเค็มรายใหญ่ของจังหวัดที่ได้รับความนิยมเกือบทั่วประเทศ แล้วยังดังไปถึงต่างประเทศด้วย

คุณแขกทำอาชีพนี้มาประมาณ 25 ปี จากทำเก็บไว้รับประทานกันในครอบครัวก่อน แล้วลองแบ่งนำไปขาย เมื่อมีชาวบ้านสนใจซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้คุณแขกต้องเพิ่มจำนวนขึ้นตามไปด้วย กระทั่งเห็นว่ามีรายได้ดีจึงขยับขยายมาทำเป็นอาชีพจริงจังจนทุกวันนี้ ซึ่งต้องใช้หนังควายกว่าสิบตัวต่อวันเพื่อผลิตหนังเค็ม จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพนี้

แหล่งหนังควายซื้อมาจากพ่อค้าที่ทำอาชีพรับหนังควายจากหลายจังหวัดมาขาย ทางผู้ขายจะแล่เอาเฉพาะหนังผ่านการหมักเกลือ ทำเป็นแผ่นพับซ้อนทับกันนำใส่รถบรรทุก 6 ล้อมาขาย แต่ละครั้งคุณแขกสั่งหนังควายแผ่นจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 ตัน เป็นควายในประเทศ เป็นหนังควายถูกกฎหมายจึงมั่นใจว่ามีความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ทางคุณแขกยังทำหน้าที่เป็นผู้ขายหนังควายด้วย โดยมีใบอนุญาตซื้อ-ขายซากสัตว์ตามกฎหมาย

คุณแขก บอกว่า หนังควายที่ขายมีทั้งแบบหนาและบาง แบ่งตามเกรดของน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าต้องการนำไปแปรรูปเป็นอะไร สำหรับคุณแขกเลือกซื้อหนังที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 35 กิโลกรัม เนื่องจากเป็นหนังที่มีความหนาเหมาะกับการนำมาผลิตเป็นหนังเค็ม

การทำหนังเค็มเริ่มจากผ่าหนังควายแผ่นนำไปแช่น้ำล้างความเค็ม แล้วนำไปตากแดดเพื่อไล่ความชื้นจนแห้ง จากนั้นนำมาทำความสะอาด ตัดเลาะขูดส่วนอื่นที่ติดกับหนังออกให้หมดเพื่อให้เหลือแต่หนังล้วน แล้วนำไปตัดแบ่งเป็นเส้น จากนั้นจึงนำไปคลุกเกลือแช่ทิ้งไว้ 1 คืน

นำหนังควายที่คลุกเกลือมาคลุกกับรำข้าวเพื่อให้หนังจากเดิมที่มีสีขาวเป็นสีเหลืองของรำข้าว ถือเป็นการย้อมสีตามธรรมชาติโดยไม่ใช้สีผสมอาหาร การคลุกรำข้าวเพื่อให้หนังควายมีสีเหลืองตามธรรมชาติ แล้วขณะย่างยังมีกลิ่นหอมโชยคล้ายขนมปังปิ้งด้วย ดังนั้น รสชาติความอร่อยและกลมกล่อมของหนังเค็มจึงเกิดจากการหมักด้วยเกลือและรำข้าวเท่านั้น มิได้มีการปรุงแต่งอะไรเลย

หลังคลุกกับรำข้าวแล้วจึงนำขึ้นเตาย่างที่ทำจากอิฐบล็อกขนาด 2 คูณ 2.50 เมตร มีตะแกรงเหล็กด้านบนให้ย่างพอหนังแห้ง โดยสังเกตจากความแห้งของรำข้าวที่ติดกับหนัง ขณะย่างหนังเค็มจะหดตัวลงจนเต็มที่เพราะผ่านความร้อนจากเตาย่างมาอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งเมื่อลูกค้าซื้อไปจี่ด้วยความร้อนเพื่อจะรับประทานก็จะยังได้หนังที่มีขนาดเท่าเดิม ทำให้ลูกค้าได้สินค้าเต็มจำนวน ไม่ขาดทุน

คุณแขก บอกว่า วิธีนี้ถือเป็นจุดเด่นของหนังเค็มพ่อประนอมซึ่งผู้ผลิตรายอื่นไม่นิยมทำเพราะอาจขาดทุน แต่สำหรับสินค้าของคุณแขกต้องการให้ลูกค้าได้บริโภคอาหารที่อร่อย คุ้มค่า

หนังเค็มที่เผาแล้วนำมาปล่อยให้เย็นก่อนแล้วค่อยตัดเป็นเส้นยาว 8 เซนติเมตร เพื่อนำไปแพ็กลงถุงสุญญากาศ มีความยาวมีขนาดเท่ากันทุกถุง ใน 1 ถุง มี 10 เส้น ราคา 100 บาท มีน้ำหนักถุงละ 7-8 ขีด แต่ถ้าเป็นราคาขายส่ง 12 แพ็ก ราคา 1,000 บาท

คุณแขก เล่าถึงเส้นทางขายหนังเค็มผ่านออนไลน์ว่า เริ่มจากแต่เดิมมีลูกค้าอยู่กันแถบภาคอีสานแล้วซื้อ-ขายจัดส่งกันเป็นไปตามปกติ แต่เมื่อถึงหน้าฝนเจอปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตและการขนส่งที่ขลุกขลัก จึงคิดหาวิธีขายด้วยการสร้างเพจขึ้นมา แล้วนำเสนอขายผ่านเพจ

ปรากฏว่ามีคนสนใจทักกันเข้ามามาก หลายจังหวัดติดต่อซื้อ กลับกลายจากวิกฤตเป็นโชคดี ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเมื่อครั้งที่เพิ่งเริ่มต้นใช้หนังควายวันละ 4-5 ตัว เพื่อทำสต๊อกไว้ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ แล้วใช้เวลาที่เหลือไปทำไร่ ทำสวน แต่หลังจากเปิดขายทางออนไลน์มียอดสั่งซื้อทุกวัน จึงต้องสั่งหนังควายเข้ามาคราวละไม่ต่ำกว่า 6 ตัน โดยผลิตวันละประมาณ 10 ตัว จากยอดสั่งและจำนวนการผลิตแต่ละวัน ทำให้ธุรกิจคุณแขกถือว่าเป็นรายใหญ่ของจังหวัดนครพนม เพราะมีจำนวนมากกว่าผู้ผลิตทุกราย

สำหรับวิธีรับประทานหนังเค็ม คุณแขก บอกว่า ลูกค้าสามารถนำไปจี่ด้วยเตาแล้วรับประทานได้ หรือหากต้องการนำไปปรุงเป็นอาหารต้องนำไปแช่น้ำ 1 คืน เพื่อให้นุ่ม แล้วจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการเพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่างแทนเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นผัด แกง ทอด หรือยำ เป็นมื้ออาหารที่มีความอร่อย แต่ถ้าต้องการให้นิ่มมากก็แนะนำให้ต้ม เทน้ำทิ้งแล้วนำไปปรุงอาหารตามที่ต้องการ หากรับประทานไม่หมดสามารถนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้

คุณแขกขายหนังเค็มทั้งปลีกและส่ง มีลูกค้าทั่วประเทศ ทุกจังหวัด แล้วยังส่งขายต่างประเทศเป็นคนไทยสั่งซื้อเพื่อนำไปขายคนไทยด้วยกัน มีมูลค่าตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท โดยรับออเดอร์แล้วส่งทางเรือ

ที่ผ่านมาหนังเค็มพ่อประนอมได้พัฒนาสินค้ามาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าโดยตรง พร้อมยึดหลัก รับประทานง่าย สะดวก คุ้มค่า ดังนั้น จากวิธีขายแบบมัดห่อรัดยาง จนมาสู่รูปแบบแพ็กใส่ถุงสุญญากาศเพื่อให้มีความสะอาด ปลอดภัย ทันสมัย แล้วยังปรับปรุงวิธีรับประทานด้วยบริการเผาหนังให้เสร็จสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเผา

อีกทั้งวางอนาคตว่าจะผลิตหนังเค็มที่รับประทานได้ทันทีเมื่อเปิดซองเพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวก สบายให้กับลูกค้า นอกจากนั้น ยังพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย เจาะตลาดได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นข้าวเกรียบหนังเค็ม หนังเค็มทอดปรุงรสที่มีรสลาบ รสต้มยำ รสดั้งเดิมออกมาขายก่อนหน้านี้แล้ว

จะเห็นได้ว่าทุกสาขาอาชีพ หากมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดโดยไม่หยุดนิ่ง สินค้าหรือบริการชนิดนั้นก็จะก้าวผ่านปัญหาหรืออุปสรรคได้ไม่ยาก สอบถามรายละเอียดสั่งซื้อหนังเค็มพ่อประนอมได้ที่คุณแขก โทรศัพท์ (063) 023-2246 และ (086) 303-8495 หรือเปิดดูสินค้าได้ที่เพจ “หนังเค็มพ่อประนอม” และ “หนังแขกเค็มนครพนม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...