โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความรู้ 7 ข้อ จากนิทรรศการขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ธ.ค. 2562 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2562 เวลา 12.57 น.

ศูนย์ภาพมติชน : ภาพ

ก่อนจะได้ชมความสวยงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ เป็นการดีสำหรับคนที่สนใจอยากมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชพิธีและขบวนพยุหยาตราทางชลมารค สามารถไปหาข้อมูลกันได้ในนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม-11 พฤศจิกายน 2562 ณ ท้องสนามหลวง

นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคแบ่งพื้นที่จัดงานเป็น 4 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 “เถลิงถวัลยราชสมบัติ สยามรัฐสีมา” มีรูปแบบการจัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 ห้อง ได้แก่

ห้องที่ 1 “มหามงคลสมัยพระขวัญไผทเถลิงรัช” จัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน โดยมีเนื้อหาและภาพพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์และการแสดงมหรสพสมโภชทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผ่านจอแอลอีดีและแท่นอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา รวมทั้งห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ e-Book สำหรับสืบค้นและศึกษาข้อมูลภาษาไทยและอังกฤษ

ห้องที่ 2 “นิรมิตเรืองนทีเถลิงหล้า” จัดแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสม นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความสุขของคนไทยที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ โดยการฉายภาพ 3 มิติ บนจอแอลอีดี วิชวล พาโนรามา ความยาว 40 เมตร ประกอบการแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคด้วยเรือพระราชพิธีจำลอง 52 ลำ จัดรูปขบวนตามแบบแผนสืบมาแต่โบราณ ประกอบเสียงกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ จัดแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม ชุดนิรมิตเรืองนทีเถลิงหล้า รอบปกติวันละ 3 รอบ ในเวลา 16.00 น., 18.00 น. และ 20.00 น. รอบพิเศษสำหรับหมู่คณะ เวลา 10.00 น., 12.00 น. และ 14.00 น.

ห้องที่ 3 “ขบวนนาวาอารยศิลป์แผ่นดินสยาม” จัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับขบวนพระยุหยาตราทางชลมารคตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาจนถึงปัจจุบัน โดยนำเสนอภาพขบวนเรือผ่านจอแอลอีดี รวมทั้งกาพย์เห่เรือ จำลองภาพเรือ 52 ลำ ประกอบคำบรรยาย พร้อมทั้งจัดแสดงเครื่องดนตรีประกอบการเห่เรือ และหุ่นแสดงเครื่องแต่งกายของพนักงานประจำเรือ

 

ส่วนที่ 2 “ศรีศุภยาตรา ปวงประชารวมใจถวายพระพร” จัดแสดงเรือพระที่นั่งจำลอง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ประกอบการแสดงเห่เรือจากกองทัพเรือ รวมทั้ง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก 4 ภูมิภาค และการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ การแสดงละครนอก ละครใน โดยนักแสดงจากกรมศิลปากรและสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จัดแสดงวันละ 2 รอบ เวลา 18.30-20.00 น. และเวลา 20.30-22.00 น.

ส่วนที่ 3 “ม่านธาราลือขจรเฉลิมราชย์องค์ราชัน” จัดแสดงม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง เฉลิมพระเกียรติฯ นำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตคนไทยกับสายน้ำที่ผูกพันมาอย่างยาวนาน และความวิจิตรตระการตาของโขนเรือขบวนพยุหยาตราทางชลมารค รวมทั้งพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ผ่านเทคนิคม่านน้ำ

ส่วนที่ 4 “เอมอิ่มสุขสันต์ครบครันสำรับไทย” จำหน่ายสุดยอดอาหารไทยเลิศรสจากร้านที่มีชื่อเสียง โดยเปิดจำหน่ายเวลา 11.00-20.00 น.

และต่อไปนี้ คือ ตัวอย่างองค์ความรู้ 7 ข้อเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” เรียบเรียงมาจากนิทรรศการนี้

1.การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งแรกในรอบ 93 ปี

การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 93 ปี การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งก่อนหน้านี้จัดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2468 (นับแบบปัจจุบันเป็น พ.ศ. 2469) ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 8 ไม่มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 9 มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 17 ครั้ง แต่เป็นการจัดขึ้นเพื่อเสด็จฯไปถวายผ้าพระกฐิน และโอกาสอื่น ๆ ตลอดรัชสมัยไม่ได้มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

2.ความหมายและนัยของ “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คือ ขบวนเรือพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยการยกกองทัพไปทางเรือ เป็นสัญลักษณ์แห่งแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร แสดงถึงบุญญาธิการ พระราชอำนาจ และบารมีอันสูงส่งของสมเด็จพระมหากษัตริย์ ส่วนในเวลาว่างศึกสงคราม พระมหากษัตริย์มักโปรดใช้ขบวนเรือ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ เช่น ถวายผ้าพระกฐิน หรือเสด็จฯนมัสการพระพุทธบาท โดยถือว่าเป็นการฝึกซ้อมเรียกระดมพลไปด้วย

ในปัจจุบันขบวนพยุหยาตราทางชลมารคแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่างหนึ่งของไทย ทางด้านศิลปะและประเพณี วัฒนธรรมอันเก่าแก่ และสถาบันพระมหากษัตริย์

3.การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกเกิดขึ้นสมัยพระเจ้าอู่ทอง

ตามหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่ปรากฏในกฎมณเฑียรบาลพบว่า ในสมัยอยุธยาตอนต้นมีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคขึ้นตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) กษัตริย์พระองค์แรกของอาณาจักรอยุธยา

4.กรุงรัตนโกสินทร์รับเรือพระราชพิธีมาจากกรุงธนบุรี 67 ลำ

ในหนังสือประวัติศาสตร์เรือรบไทยอธิบายไว้ว่า เรือพระที่นั่งทรงประเภทต่าง ๆ ที่ปรากฏชื่อในสมัยรัชกาลที่ 1 นั้นมีจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นมรดกสืบทอดต่อมาจากรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี ผู้ทรงกอบกู้เอกราชสยามจากพม่า และรับสั่งให้เร่งสร้างเรือพระราชพิธีขึ้นใหม่ในรัชกาลของพระองค์ จำนวน 67 ลำ เช่น เรือพระที่นั่งศรีสมรรถไชย เรือพระที่นั่งบัลลังก์แก้วจักรพรรดิ เรือพระที่นั่งสวัสดิชิงชัย เรือพระที่นั่งบัลลังก์บุษบกพิศาล เรือพระที่นั่งบัลลังก์จักรพรรดิ เรือพระที่นั่งบัลลังก์ทินกรส่องศรี เรือพระที่นั่งพิมานเมืองอินทร์ เรือพระที่นั่งสำเภาทองท้ายรถ และเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ เป็นต้น

5.ในครั้งนี้มีการแต่งบทเห่เรือขึ้นใหม่ 3 บท

บทเห่เรือในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ได้ประพันธ์ขึ้นใหม่ จำนวน 3 องก์ ได้แก่ บทสรรเสริญพระบารมี บทชมเรือ และบทชมเมือง โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประพันธ์ นาวาเอกณัฏวัฒน์ อร่ามเกลื้อ เป็นผู้เห่เรือ

6.ขบวนเรือ 52 ลำ แบ่งเป็น 3 สาย 5 ริ้ว

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ประกอบด้วยเรือ 52 ลำ แบ่งออกเป็น 3 สาย 5 ริ้ว ได้แก่ 1.ริ้วสายกลาง เป็นริ้วสายสำคัญ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ เรืออีเหลือง (เรือกลองนอก) เรือแตงโม (เรือกลองใน) เรือตำรวจ 3 ลำ และเรือแซง 1 ลำ 2.ริ้วสายใน ขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง ประกอบด้วย เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชัก 3.ริ้วสายนอก ประกอบด้วย เรือดั้ง 22 ลำ และเรือแซง 6 ลำ แบ่งเป็นริ้วละ 14 ลำ

7.หน้าที่ของเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลหน้าที่ของเรือพระที่นั่งในครั้งนี้ว่า เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ทำหน้าที่อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งทรงสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพลับพลาเปลื้องเครื่องก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯไปประทับเรือพระที่นั่งทรง และเป็นเรือพระที่นั่งทรงสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ส่วนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งรอง มีหน้าที่เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนเรือพระที่นั่งทรง

 

อ่านข้อมูลเรือทั้งหมดได้ที่นี่ 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...