โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บ่อนพนัน จากเรื่องเล่า คณะที่ปรึกษาป๋าเปรม ถึง ประยุทธ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ธ.ค. 2563 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 01.00 น.

บ่อนพนัน จากเรื่องเล่าคณะที่ปรึกษาป๋าเปรม ถึงยุค พล.อ.ประยุทธ์

“บ่อนที่ระยองที่เปิดถาวรมีการลักลอบเล่นการพนันโดยมีคนจำนวนมากเข้าออกในแต่ละวัน มีการได้เสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และเป็นแหล่งแพร่เชื้อระบาดโรคโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกที่นี่”

แต่เมื่อเดือน มิถุนายน ปีนี้ที่มีการระบาดของโควิด 19 รุนแรงในรอบแรก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้เข้าทลายเพื่อจับกุมบ่อนพนันแบบเดียวกันนี้ที่ท้องที่ อ. เมือง ต.มาบตาพุด จ. ระยอง จนเป็นประเด็นข่าวดังไปทั่วประเทศ”

มีการโยกย้ายนายตำรวจพื้นที่ 5 เสือ ที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้อง โดยถูกย้ายไปประจำกองบังคับการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเบื้องบน

แต่หลังจากนั้นไม่นานพอหมดกระแสจากสื่อและสังคม นายตำรวจทั้งหมดเหล่านี้ก็กลับมาทำหน้าที่เหมือนเดิมด้วยเหตุผลว่า ไม่พบว่าเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรับผลประโยชน์จากบ่อนนี้แต่ประการใด

สังคมตั้งข้อสงสัยหลายคำถามมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ติดใจเพราะเข้าใจได้ว่าบ่อนนั้นได้ปิดตัวไปแล้ว

“ผมนำเรียนปัญหานี้กับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วสั่งการจนเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบที่มีอำนาจหน้าที่ในจังหวัดนี้ไปแล้ว แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก”

“ผมอยากเชิญชวนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีที่ผมเคารพในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ถึงเวลาที่เราต้องเอาจริงและจริงจังกับแหล่งแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 มีชื่อว่า “บ่อนถาวร” ที่มีอยู่เกลื่อนกลาด ทั่วประเทศให้หมดไป”

จดหมายเปิดผนึกกรณี “บ่อนระยอง” ของ “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 บางช่วง-บางตอน

กรณีปัญหาดังกล่าวทำให้เห็นปัญหาของคนระดับผู้นำที่นิ่งเฉย-ละเลยกับเสียงเตือนล่วงหน้าถึงความไม่ถูกต้องจนเป็นสาเหตุของการระบาดของโควิด-19 ระลอกสอง

ทำให้คิดถึง “คณะที่ปรึกษา” ทั้งเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม ของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี 8 ปี 5 เดือน ตลอดการครองตำแหน่งเก้าอี้ประมุขตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมที่จะเงี่ยหูฟัง-เปิดใจรับคำแนะนำของ “ทีมที่ปรึกษา”

“ดร.โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร อดีตคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-พล.อ.เปรม เคยสดุดี พล.อ.เปรม ไว้ว่า ตลอดเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอันยาวนานถึง 8 ปี 5 เดือน ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่ท่านให้ความไว้วางใจ อนุญาตในเข้านั่งในที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และอนุญาตให้ยกมือพูดในที่ประชุมได้เช่นเดียวกับรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ บางครั้งไม่ได้ยกมือขอพูดท่านก็เรียกให้พูด เพราะท่านทราบมาล่วงหน้าแล้วว่าจะพูดอะไร

ขณะนั้นรัฐบาล พล.อ.เปรม ต้องบริหารเศรษฐกิจหลังจากเกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันครั้งที่ 2 เศรษฐกิจโลกซบเซา-ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สถาบันเงินทุนล้ม-ธนาคารพาณิชย์ง่อนแง่น

“มีข่าวลือว่าธนาคารกรุงเทพจะล้ม ประชาชนแห่กันออกมาขอถอนเงิน ที่ปรึกษารีบเข้าไปพบท่านแล้วขอให้ท่านออกมายืนยันว่าท่านได้ตรวจสอบแล้ว ธนาคารกรุงเทพยังมีสภาพคล่องเพียงพอ ให้สำนักงานสาขาของธนาคารกรุงเทพเบิกเงินสดเอามาตั้งกองไว้ให้เห็น แต่เมื่อป๋าออกมายืนยันทางโทรทัศน์ประชาชนก็เชื่อ หยุดแห่กันออกมาถอนเงิน สถานการณ์จึงสงบลง”

ป๋าถามที่ปรึกษาว่า “แล้วป๋าจะรู้ได้ยังไงว่าเขามีเงินให้ถอน” ที่ปรึกษาเรียนว่า รู้ไม่รู้ท่านก็ต้องออกมายืนยัน การพูดอย่างนี้ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า “white lie” เขาอนุญาตให้พูดปดได้ ท่านลังเลอยู่พักใหญ่ ในที่สุดท่านก็ยอม ท่านจึงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่ ธนาคารกรุงเทพและระบบธนาคารทั้งหมด เพราะถ้าธนาคารกรุงเทพล้ม ธนาคารทุกแห่งก็จะพลอยล้มตามกันเป็นโดมิโน่ ขณะนั้นประชาชนไม่ฟังธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์แล้ว ฟังป๋าเท่านั้น

“บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เขียนถึง “กลุ่ม 5 พี” ซึ่งเป็น “ทีมที่ปรึกษาลับ” ของพล.อ.เปรม ไว้ว่า มีทีมที่ปรึกษาชุดหนึ่งซึ่งมีบทบาทสำคัญมาก ทำงานใกล้ชิด พล.อ.เปรม ประสานงานทั้งกับรัฐบาลและกองทัพ

ถ้า พล.อ.เปรม มีนโยบายหรือต้องการแก้ปัญหาอะไร ท่านก็จะส่งผ่านมาที่ที่ปรึกษาชุดนี้ เพราะทำงานใหญ่ เกี่ยวกับความมั่นคง การทำงานของที่ปรึกษาชุดนี้จึงค่อนข้างจะเป็นความลับ

มีสื่อต่างประเทศเรียกที่ปรึกษาคณะนี้ว่าเป็น “กลุ่ม 5 พี” ซึ่งถ้าตั้งชื่อตามอักษรตัวแรกของที่ปรึกษายังถือว่าไม่ถูกต้องเพราะผมก็เป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาชุดนี้และมีอาวุโสน้อยกว่าใคร

ทีมที่ปรึกษามี พล.อ.ประจวบ สุนทรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและเป็นเพื่อนสนิท พล.อ.เปรมเป็นหัวหน้าทีม ส่วนคนอื่น ๆ ประกอบด้วย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คุณปิยะ จักกะพาก อธิบดีกรมประมวลข่าวกลาง พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ และผม

ตอนหลังมี พล.ต.อ.เภา สารสิน เลขาธิการ ป.ป.ส. และคุณอาสา สารสิน จากกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาสมทบอยู่ในทีมชุดนี้ด้วย เรามีการประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ เอาข้อมูลข่าวสารมาวิเคราะห์ รวมทั้งภารกิจที่ พล.อ.เปรมมอบหมายให้มาทำ

“ปิยะ จักกะพาก” เล่าไว้ในหนังสือ “โลกสีขาว” ถึงบทบาทที่ปรึกษาชุดนี้มีความสำคัญ ว่า ทีมงานชุดนี้ทำงานให้ป๋าทุกอย่าง ทั้งเรื่องการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ ต่างประเทศ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลข่าวสารเสนอให้ป๋าตัดสินใจ

“เราทำให้ท่านทุกอย่าง เรื่องคอมมิวนิสต์ เรื่องพรรคการเมือง เราทำเข้าแฟ้ม ข่าวต้องก้าวหน้าอยู่เรื่อย”

แม้กระทั่งแชร์แม่ชม้อยที่โด่งดังในสมัยนั้นและมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพลหลายคนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย คณะทำงานชุดนี้ยังต้องจัดการแก้ปัญหาให้ป๋าจนกระทั่งเรียบร้อย

“บางเรื่องเกี่ยวข้องกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องเชิญประธานองคมนตรี นายกฯ มาหมดเลย ดังนั้น หลายเรื่องจึงเปิดเผยไม่ได้”

คณะทำงานชุดนี้ประชุมกันทุกอาทิตย์ เรียกหน่วยข่าวมาประชุม สรุปปัญหาและแก้ไขปัญหาให้รัฐบาล หากมีเรื่องต่างประเทศก็จะให้คุณอาสา สารสิน รับผิดชอบไป

เช่นเดียวกับเรื่องของการเมืองและทหาร ก็เป็นหน้าที่ของ พล.อ.ชวลิต ที่จะต้องรับไป คณะทำงานจะประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล เมื่อได้ข้อตกลงใจแล้วก็จะประสานสั่งการออกไปทันที

ยกตัวอย่างการทลายแหล่งผลิตยาเสพติดของขุนส่า พล.อ.เปรมสั่งการมากับ พล.อ.ชวลิต หลังจากต่างประเทศซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาได้แสดงความวิตกกังวลต่อปัญหายาเสพติด

โดยเฉพาะโรงงานผลิตยาเสพติดรายใหญ่แถบบริเวณชายแดนไทย-พม่า ที่มีขุนส่า เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ควบคุมอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่สามารถทำอะไรขุ่นส่าได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อของสองประเทศ และขุนส่าก็มีกองกำลังติดอาวุธคอยคุ้มกันอยู่ การทลายโรงงานผลิตยาเสพติดของขุนส่าจึงทำได้ยากลำบาก

“เมื่อ พล.อ.ชวลิตรับบัญชาจาก พล.อ.เปรมมา จึงมีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะทำงาน เชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมประมวลข่าวกลาง ป.ป.ส.มาประชุม เอาข้อมูลข่าวสารมาแลกเปลี่ยนกัน เมื่อได้ข้อยุติว่าจะต้องใช้กำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการ ก็เป็นหน้าที่ของ พล.อ.ชวลิตที่จะประสานกับกองทัพต่อไป”

“ประสงค์ สุ่นศิริ” หนึ่งในคณะทำงานเล่าว่า ยาเสพติดในตอนนั้นเห็นว่า ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ ปัญหาก็จะไม่สิ้นสุด จากข้อมูลข่าวกรองต่าง ๆ ที่กรมประมวลข่าวกลางส่งเข้ามาและแลกเปลี่ยนข่าวสารกับข่าวกรองของต่างประเทศ ก็มีความเห็นว่า โรงงานผลิตยาเสพติดมีอยู่มากบริเวณชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขุนส่าซึ่งตอนนั้นเข้ามาตั้งอยู่ที่บ้านหินแตก

“ประชุมหารือกันและป๋าเปรมก็ฟังจากพวกเรา ผลสุดท้ายต้องใช้กำลังทหารเข้าไปกดดันในพื้นที่ชายแดนและใช้กำลังทางอากาศโจมตีโรงงานผลิตยาเสพติดตั้งแต่เชียงราย มาเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน”

ในส่วนของการปฏิบัติการนั้นใช้กำลังของรบพิเศษบวกกับทหารพรานค่ายปักธงชัยรวมกำลังพลทั้งหมด 62 นาย นำโดย พ.อ.อรพันธ์ วัฒนวิบูลย์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 2 ลพบุรี (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น ปัจจุบันยศพลเอก เกษียณแล้ว)

“พล.อ.อรพันธ์ วัฒนวิบูลย์” เล่าว่า เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาจึงจัดกำลังคัดเลือกมือดี มีความเข้มแข็ง กล้าหาญ เราถูกผู้ใหญ่กำชับมาให้ใช้กำลังน้อย เพราะเป็นการทำงานที่ล่อแหลม โดยจัดรูปแบบหน่วยจู่โจมเฉพาะกิจเรียกว่า “หน่วยเฉพาะกิจเสือดำ” และเรียกยุทธการบ้านหินแตก

เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงนำกำลังเข้าปฏิบัติการเมื่อปลายเดือนกันยายน 2524 แม้จะจับขุนส่าไม่ได้ เนื่องจากมีกำลังติดอาวุธและหลบหนีไปก่อน แต่ก็สามารถทำลายโรงงานผลิตยาเสพติดได้ทั้งหมด

แม้ “พล.อ.ประยุทธ์” จะใช้แนวทางการบริหารราชแผ่นดินแบบ “พล.อ.เปรมโมเดล” คือ ไม่เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง (แม้ในความเป็นจริงพล.อ.ประยุทธ์ คือ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ)

ทว่า ศาสตร์-ศิลป์ในการบริหารบ้านเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ เทียบไม่ได้กับ “สไตล์ป๋า” ที่เปี่ยมบารมี และพร้อมที่จะสดับตรับฟังเสียงเตือน-คำแนะของคณะที่ปรึกษา และนำไป “แก้วิกฤต” ทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมือง ตลอดจนภายคุกคามทั้งในประเทศ-นอกประเทศ

ตรงกันข้าม พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมที่จะประนีประนอม-ประสานประโยชน์กับพรรครัฐบาล แต่ไม่ประนีประนอมกับฝ่ายตรงข้าม

***อ้างอิงจาก บทความ “จิ๋วเล่าเรื่องป๋า : กลุ่ม 5 พี คือ ใคร สำคัญแค่ไหนต่อรัฐบาลเปรม” มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 20 – 26 ธันวาคม 2562 https://www.matichonweekly.com/special-report/article_258423

***บทความ “ป๋า นายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ : วีรพงษ์ รามางกูร”  เว็บไซต์มติชน https://www.matichon.co.th/article/news_1513960

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...