โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัดคลิป "ทำพินัยกรรม" มีผลทางกฎหมายหรือไม่?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. 2564 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2564 เวลา 05.00 น.
ภาพโดย annazuc จาก Pixabay

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำ “พินัยกรรม” หลังมีข่าวนักร้องลูกทุ่งชื่อดังอัดคลิปยกทรัพย์สินให้เป็นสาธารณกุศลหากเสียชีวิต 

วันที่ 26 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “หญิงลี ศรีจุมพล” ออกมาอัดคลิปประกาศว่า หากเสียชีวิตไปก่อนมีทายาท จะขอยกทรัพย์สินกว่า 50 ล้านบาท ให้เป็นสาธารณกุศล

โดยทรัพย์สินของ บริษัท ลั้ลลากรุ๊ป จำกัด ได้แก่ อาคาร 3 คูหา 6 ชั้น ย่านสายไหม จะยกให้เป็นของมูลนิธิเด็กกำพร้า โดยส่งต่อหน้าที่ให้พิธีกรชื่อดัง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เป็นผู้จัดการ

ส่วนรีสอร์ตมูลค่ากว่า 20 ล้านใน จ.บุรีรัมย์ ให้ขายทอดตลาด นำเงินเข้า “มูลนิธิหญิงลั้ลลา” ส่วนพ่อแม่จะได้เงินจากการเสียชีวิตจากประกันมูลค่า 10 ล้านบาท รวมถึงรถทุกคันและบ้านที่อยู่ติดกันที่สายไหม รวมทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 50 ล้านตกเป็นของสังคม

เพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้อ่าน “ประชาชาติธุรกิจ” ตรวจสอบข้อกฎหมายเรื่อง “พินัยกรรม” อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า การทำพินัยกรรมด้วยตัวเอง มีทั้งหมด 5 วิธี ด้วยกัน ดังนี้

  • พินัยกรรมแบบธรรมดา

  • ต้องทำเป็นหนังสือ โดยจะเขียนหรือพิมพ์ก็ได้

  • ต้องลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำ

  • ต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมกัน โดยจะลงลายมือชื่อหรือพิมพ์นิ้วมือก็ได้

  • พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

  • ต้องเขียนด้วยลายมือของตนเองทั้งฉบับ ใช้พิมพ์ไม่ได้

  • จะมีพยานหรือไม่มีก็ได้

  • ต้องลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำ

  • ต้องลงลายมือชื่อ จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ หรือ เครื่องหมายอื่นไม่ได้

  • พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง

  • ยื่นคำร้องขอให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ณ อำเภอ หรือเขตใดก็ได้ ดำเนินการให้

  • พินัยกรรมทำแบบเอกสารลับ

ยื่นคำร้องขอให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ณ อำเภอ หรือเขตใดก็ได้ โดยปฏิบัติดังนี้

  • ต้องมีข้อความเป็นพินัยกรรมและลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม

  • ผู้ทำพินัยกรรมต้องผนึกพินัยกรรม แล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก

  • ผู้ทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้น ไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อย 2 คน

  • เมื่อนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขตจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรม และวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมมาแสดงไว้ในซองพับและประทับตราประจำตำแหน่งแล้ว นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ผู้ทำพินัยกรรม และพยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น

  • พินัยกรรมทำด้วยวาจา

ใช้เฉพาะกรณีที่เกิดเหตุการณ์พิเศษ ไม่สามารถทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ เช่น ตกอยู่ในอันตราย ใกล้เสียชีวิต เกิดโรคระบาด หรือ สงคราม ทั้งนี้ พินัยกรรมจะหมดอายุภายใน 1 เดือน นับจากผู้ทำพินัยกรรมกลับมาทำพินัยกรรมแบบอื่นได้

  • แสดงเจตนาต่อหน้าพยาน อย่างน้อย 2 คน ซึ่งอยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้น
  • พยานทั้งหมดต้องไปแสดงตน และแจ้งให้นายอำเภอทราบถึงข้อความพินัยกรรม และสาเหตุที่ต้องทำพินัยกรรมด้วยวาจา

นอกจากนี้ ควรระวังเรื่องการทำพินัยกรรม แบบที่ต้องมีพยานและแบบที่ให้คนอื่นเขียน เพราะพยานและคนเขียน (รวมทั้งคู่สมรสตามกฎหมายของทั้งคนเขียนและพยาน) จะไม่มีสิทธิได้รับมรดก เพราะฉะนั้นถ้าจะยกมรดกให้ใคร ก็อย่าให้เขามาเป็นคนเขียนหรือพยาน และถ้าไม่อยากให้คนรับมรดก ต้องเสียภาษีมรดก ก็ควรทำพินัยกรรมโดย กระจายมรดกให้คนละไม่เกิน 100 ล้านบาท เพราะไม่อย่างนั้นคนรับมรดกจะต้องเสียภาษีอัตรา 5% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับบุพการีและผู้สืบสันดาน นอกนั้นจะเสียในอัตรา 10% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท

แต่ถ้ากลัวว่า ให้มรดกไปแล้วลูกหลานจะไม่ ดูแล ก็สามารถไป จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน” บนอสังหาริมทรัพย์ที่เรายกให้ลูกหลานได้ที่สำนักงานที่ดิน (ทำต่อจากการจดทะเบียนยกให้ได้ทันที) เพื่อให้เรายังมีสิทธิอยู่อาศัย และใช้ประโยชน์ต่อไปได้ตลอดชีวิต

ผู้ที่จะเขียนพินัยกรรม ต้องมีคุณสมบัติ 2 ข้อ

  • มีอายุครบ 15 ปีขึ้นไป
  • ศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

สำหรับพินัยกรรมที่ได้รับความนิยมในการเขียนมากที่สุด เว็บไซต์ กรุงไทยแอกซ่า ระบุว่าคือ แบบที่ 1 (พินัยกรรมแบบธรรมดา) และ แบบที่ 2 (พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ) เนื่องจากแบบที่ 3, 4 และ 5 นั้น เป็นแบบที่ต้องมีเจ้าหน้าที่อำเภอหรือผู้ที่รับผิดชอบต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องหรือจัดทำให้ ซึ่งมีขั้นตอนมาก อาจต้องเสียค่าธรรมเนียม และต้องมีพยานหลักฐานต่าง ๆ ด้วย

โดยการทำพินัยกรรมในแบบที่ 1 และแบบที่ 2 หากทำไปโดยมีข้อบกพร่องในการทำพินัยกรรมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจจะทำให้พินัยกรรมนั้นตกเป็นโมฆะ และทำให้ต้องกลับไปสู่การแบ่งปันทรัพย์มรดก ในแบบปกติ คือ การร้องขอต่อศาล เพื่อแต่งตั้งผู้จัดการมรดก และจะต้องได้รับความยินยอมจากทายาทโดยธรรมทุกคน เพื่อให้ผู้จัดการมรดกนำมรดกทุกอย่างมาแบ่งปันให้แก่ทายาทโดยธรรมอย่างถูกต้อง

และในกรณีที่ไม่สามารถตกลงในเรื่องของมรดกได้ สุดท้ายจะต้องนำมรดกต่าง ๆ นำออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาแบ่งปันให้แก่ทายาทโดยธรรมทุกรายโดยเท่าเทียมกันนั่นเอง

ตัวอย่างการเขียนพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ซึ่งเป็นแบบที่นิยมเขียนกันมาก มีหัวข้อหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

  • ชื่อพินัยกรรม
    2. สถานที่ทำพินัยกรรม
    3. วัน/เดือน/ปี ที่ทำพินัยกรรม
    4. ชื่อ-นามสกุล และอายุ ของผู้ทำพินัยกรรม
    5. ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม
    6. ข้อความว่าชี้แจงทรัพย์สิน และมรดก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
    7. รายชื่อผู้ที่จะได้รับมรดก
    8. ข้อความรับรองว่าพินัยกรรมทั้งหมดเป็นความจริง และผู้เขียนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีทุกประการ
    9. ลงชื่อผู้ทำพินัยกรรม

สำหรับตัวอย่างพินัยกรรมแบบธรรมดาและแบบเขียนเองทั้งฉบับ สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่ 

ทั้งนี้ หากพิจารณาตามกฎหมาย การอัดคลิปประกาศยกทรัพย์สินผ่านทางโซเชียลของ “หญิงลี” ถือว่าไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด เว้นแต่จะดำเนินการตาม 5 วิธีที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...