โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปวีณารุดช่วยเด็ก ป.5 ผูกคอหวังฆ่าตัวตาย!

อีจัน

อัพเดต 18 ธ.ค. 2562 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 08.47 น. • อีจัน
วันนี้ (18 ธ.ค. 62) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูล&#3609…

วันนี้ (18 ธ.ค. 62) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปเยี่ยมด.ญ.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ที่นอนพักรักษาตัวเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.นครพิงค์ หลังพยายามผูกคอตายในห้องน้ำของโรงเรียน แต่เพื่อนเห็นเข้าห้องน้ำนานผิดปกติจึงวิ่งไปตามครูมาช่วยก่อนนำส่ง รพ. จากการตรวจร่างกายพบว่าสมองขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน มีภาวะหัวใจหยุดเต้นประมาณ 16 นาที

ซึ่งนายโชค (นามสมมติ) อายุ 38 ปี พ่อของ ด.ญ.หนึ่ง ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมมายังมูลนิธิปวีณา เนื่องจากสงสัยสาเหตุที่ลูกสาวได้คิดสั้น ขอให้ครูกับเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยให้ความกระจ่าง เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยเล่าให้ฟังว่าถูกเพื่อนรุมแกล้งทำร้ายร่างกาย และล้อเลียนทำร้ายจิตใจ

นายโชค เล่าว่า ตนทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง สังกัดกองสาธารณสุข มีหน้าที่ดูแลความสะอาดเก็บกวาดขยะในพื้นที่ มีรายได้เพียงเดือนละ 8 พันบาท ภรรยาก็ป่วยเป็นโรคเลือด ทำงานไม่ได้ มีลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 คนละโรงเรียนกับด.ญ.หนึ่ง น้องสาว ทางครอบครัวมีฐานะยากจน รายได้ไม่พอรายจ่าย ทุกวันนี้ต้องวิ่งไปดูลูกสาวที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ไกลจากบ้าน 90 กว่ากิโลเมตร แม้จะใช้สิทธิ 30 บาท ในการรักษาแต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่ายานอกบัญชี ครอบครัวจึงต้องอยู่อย่างลำบาก

วันเกิดเหตุคือวันที่ 28 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา วันนั้นหลังทราบเรื่องตนได้รีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูลูกทันที ใจแทบสลายเมื่อพบว่าลูกนอนไม่ได้สติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ลืมตาแต่พูดไม่ได้ แพทย์บอกว่าสาเหตุจากสมองขาดอากาศไปนาน และจะต้องเจาะคอเพราะหายใจเองไม่ได้ จากนั้นครูที่โรงเรียนก็มาเยี่ยม ด.ญ.หนึ่ง และบอกกับตนว่า ลูกสาวตนผูกคอตายเอง และทางโรงเรียนก็ได้แจ้งตำรวจ สภ.พร้าว ให้ทราบแล้ว ก่อนจะมอบเงินช่วยเหลือที่รวบรวมมาจากครูและผู้ปกครองในโรงเรียนจำนวนหนึ่ง พร้อมย้ำให้ปิดเรื่องไว้ไม่ให้บอกใคร ซึ่งตนก็ไม่ได้ว่าอะไร คิดว่าจะรอคำชี้แจงจากครูกับตำรวจก่อน แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาร่วม 3 สัปดาห์ ตนก็ยังไม่ได้ความกระจ่างแต่อย่างใด ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมา 2 ครั้ง บอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นคดี เพราะด.ญ.หนึ่งผูกคอตายเอง จะไปโทษโรงเรียนก็ไม่ได้

นายโชค เล่าต่อว่า เมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ลูกเคยถูกเพื่อนผู้ชาย 3 คน รุมแกล้ง จับให้นอนกับพื้นและ 2 คนใช้เท้าเหยียบที่แขนทั้ง 2 ข้าง ส่วนอีกคนใช้เท้าเหยียบที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บเป็นรอยช้ำกลับมาบ้าน ซึ่งลูกก็มาเล่าให้ฟัง จากนั้นตนก็ไลน์ไปถาม ผอ.โรงเรียน ซึ่งทาง ผอ. ก็บอกว่าตรวจสอบแล้วพบว่าเด็กอาจเล่นกันแรงไปหน่อย จะได้ตักเตือนเด็กทั้ง 3 คนไม่ให้ทำอีก

จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้บางวันลูกกลับบ้านมากอดพ่อแล้วร้องไห้เล่าว่า ถูกเพื่อนล้อว่าบ้านจน ตัวเตี้ยดำ พ่อขี่จักรยานยนต์ขนขยะมาส่งโรงเรียนอยู่บ่อยๆ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวเสียใจ น้อยใจจนมีความกดดันอย่างหนักหรือไม่ นอกจากนี้ตนก็ยังคิดไปต่างๆ นานาว่า ก่อนที่ลูกจะไปผูกคอในห้องน้ำอาจจะมีใครล้อหรือพูดอะไรทำร้ายจิตใจบ้างหรือไม่ เพราะตนไม่อยากจะเชื่อว่าลูกจะผูกคอตายเอง ปกติลูกสาวจะเป็นเด็กร่าเริง อารมณ์ดี ชอบร้องเพลง รักสัตว์ ไม่มีท่าทีที่จะทำร้ายตัวเองมาก่อน จึงตัดสินใจร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาดังกล่าว

หลังรับเรื่องมูลนิธิฯได้ประสาน นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผอ.รพ.นครพิงค์ เพื่อสอบถามอาการด.ญ.หนึ่ง และทราบว่าแพทย์จะต้องเจาะคอด.ญ.หนึ่งเพราะไม่สามารถหายใจได้เอง ก่อนจะเดินทางมาเยี่ยมด้วยความห่วงใยในวันนี้ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว ด.ญ.หนึ่ง จำนวน 5 พันบาท เนื่องจากมีฐานะยากจน

พร้อมกันนี้ นางปวีณา ได้ประสาน นายธีร์ ภวังคนันท์ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นอีก และประสาน พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.วิชาธร ผิวพรรณ ผกก.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ หาความกระจ่างหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยาน พร้อมกันนี้นางปวีณาจะได้ประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ให้ความช่วยเหลือ ด.ญ.หนึ่ง ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...