โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมการมาของ Resident Evil 3 Remake ถึงไม่น่าแปลกใจ?

BT Beartai

อัพเดต 16 ธ.ค. 2562 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 21.08 น.
ทำไมการมาของ Resident Evil 3 Remake ถึงไม่น่าแปลกใจ?

เมื่อคืนวานวันที่ 10 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา Capcom ค่ายพัฒนา/จัดจำหน่ายเกมที่กำลังดวงขึ้นเป็นอย่างมากในตอนนี้ ได้สร้างความช็อกอีกหนึ่งเวฟให้แก่เกมเมอร์รุ่นหนวดทั้งหลาย ด้วยการเปิดตัว Resident Evil 3 Remake เกมผีชีวะที่มีนักทวงบัญชีอย่างเนเมซิซตามล่าอย่างไม่ลดละกลับมาอีกครั้งในแบบฉบับของการรีเมก สานต่อจากภาค Resident Evil 3 Remake ด้วยระยะเวลาเพียง 11 เดือนเศษ ๆ ซึ่งถ้าถามถึงความรู้สึกที่เกี่ยวเนื่องกับความทรงจำในวัยเด็กของเรา ๆ มันก็คงเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์นั่นแหล่ะครับ แต่ถ้าดูในเชิงรายละเอียด ก็อาจจะเห็นได้ว่า “การกลับมาของ Resident Evil 3 Remake ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจจนเกินคาดอะไรขนาดนั้น” แต่ด้วยเหตุผลอะไรกันบ้างล่ะ? บทความนี้มีคำตอบให้ครับ

ไม่ได้ทำใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำโครงจาก Resident Evil 2 Remake มาใช้ (ซึ่งก็คือ RE Engine นั่นเอง)

resident evil 3 remake jill valentine nemesis

หากสังเกตโมเดลของตัวละคร วัตถุ หรือรายละเอียดพื้นผิวทั้งหลายบนเทรลเลอร์ที่เพิ่งปล่อยมาล่าสุด ก็จะเห็นได้ว่ามีความคล้ายคลึงจากภาค Resident Evil 2 Remake เป็นอย่างมาก ซึ่งมันไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่อะไร เพราะมันมาจากขุมพลังของเอนจินสุดเทพของทาง Capcom อย่าง RE Engine (RE ย่อมาจาก Reach for the moon นะ) ที่นำเสนอพร้อมกับ photogrammetry เทคโนโลยีสแกน 3 มิติ จากต้นแบบจริงแล้วสร้างให้เป็นรูปเสมือนโดยการใช้กราฟิกซึ่งเป็นแนวทางใหม่ของ Capcom ที่จริง ๆ ก็เริ่มใช้ตั้งแต่ใน Resident Evil 7 แล้ว หรือพูดง่าย ๆ เลยคือ การมาของ Resident Evil 3 Remake ไม่ได้ยกเครื่องเอนจินอะไรใหม่ หากแต่เป็นการใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาต่อ โดยถ้าจะให้เจาะจงหน่อยเลยคือต่อยอดจาก Resident Evil 2 Remake นั่นเองครับ แต่ทั้งนี้จากที่เห็นในเทรลเลอร์จะสังเกตได้ว่าจิลสามารถหลบซอมบี้ได้ซึ่งมันก็คือทักษะที่ในภาคต้นฉบับมีนั่นแหล่ะ ก็เป็นเรื่องการันตีได้ประมาณหนึ่งว่าถึงจะเป็นการต่อยอดจากภาค 2 ที่เพิ่งรีเมกไป แต่ก็ไม่ได้ทำแบบสุกเอาเผากินนะจ๊ะ

ผลตอบรับภาค 2 รีเมกดีเสียขนาดนั้น ทำไมจะไม่ต่อยอดล่ะ?

resident evil 3 remake jill valentine nemesis

ข้อนี้เป็นเรื่องของการตลาดที่ก็ไม่ได้ไกลตัวผู้เล่นอย่างเรา ๆ นัก เพราะมันว่าด้วยแรงสนับสนุน ที่เป็นเข็มทิศชี้ทางให้กับผู้พัฒนา/จัดจำหน่ายได้ในระดับหนึ่ง ว่าผลงานที่พัฒนานี้มีผลลัพธ์ที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง Resident Evil 2 Remake ปัจจุบันมียอดขายมากถึง 5 ล้านก๊อปปี้ (รวมทุกแพลตฟอร์มแล้วนะ) แน่นอนว่ามันเป็นตัวเลขที่มากพอที่แคปหมูแกคิดริเริ่มจะสานต่ออะไรต่อมิอะไรในรูปแบบรีเมก

ลางสังหรณ์ของเกมเมอร์น่าจะแอบทริกเกอร์กันเบา ๆ ว่าภาคนี้ต้องรีเมก เพราะมันคือภาคที่แฟน ๆ โปรดปรานไม่น้อยหน้าไปกว่าภาคไหน ๆ

resident evil 3 remake jill valentine nemesis

ข้อนี้จะดูเป็นอะไรที่ผู้เขียนมโนไปสักหน่อย แต่เอาเข้าจริง ๆ เกมเมอร์อย่างเรา ๆ น่าจะมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่างอยู่แล้ว เพราะ Resident Evil 3 ในภาคต้นฉบับเอง ก็เป็นหนึ่งในภาคที่แฟน ๆ โปรดปรานไม่แพ้ภาคไหน ๆ ที่ผ่านมา (การได้เล่นตำรวจสาวสวมเสื้อเกาะอกวิ่งหนีเนเมซิสผู้มีบาซูก้าและหนวดปลาหมึกเป็นอาวุธคู่ใจคือภาพวันวานในความทรงจำที่งดงามของพวกเรา!) แต่ถ้าจะให้เหตุผลหน่อย Capcom ก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่หากินกับเกมเก่า ๆ เก่ง (จะแพ้ก็แค่พี่เหลี่ยม Square Enix นี่แหล่ะมั้ง…) วัดได้จาก Resident Evil 4 ที่แม้จะไม่ได้รีเมกกับเขาเสียที แต่ก็เอามารีมาสเตอร์แล้วรีมาสเตอร์อีกจนถ้าเป็นคนคงถลอกปอกเปิกไปหมดแล้ว

เสียงลือเสียงเล่าอ้างดังมากมายในปี 2019 ที่ผ่านมา

resident evil 3 remake jill valentine nemesis

ถ้าข้อที่ผ่านมาคือการมโนของผู้เขียน ข้อนี้น่าจะดูมีน้ำหนักหน่อย (ล่ะมั้ง…) เพราะมันว่าด้วยเรื่องของข่าวลือที่เราน่าจะได้ยิน/เห็นกันมาตลอดระยะช่วงกลาง – ท้ายปี 2019 นี้ ที่เว็บไซต์เกมต่างชาติได้กระซิบกระซาบว่ามีแหล่งข้อมูลปิดที่น่าเชื่อถือได้ว่า Resident Evil 3 กำลังทำการรีเมกอยู่ โดยมีแชนแนลยูทูบนาม Spawn Wave พี่แกได้ระบุช่วงปีไว้ว่าจะออกภายในปี 2020 ที่มันดันถูกต้องเสียด้วย! แต่ที่น่าแปลกใจคือไม่ใช่แค่เกมดังกล่าวเท่านั้น หากแต่ยังมีรายชื่อของ Dino Crisis เกมแม่สาวผมแดงตะแคงยิงไดโนเสาร์ที่อาจจะถูกรีเมกขึ้นมากับเขาด้วย ซึ่งในตอนนี้ Resident Evil 3 Remake ก็ได้ถูกทำออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ก็คงต้องติดตามกันต่อไปแบบฟังหูไว้หูว่าข่าวลือทั้งหลายที่ต่างประเทศเขาเล่นกันมันจะจริงแท้ทุกข่าวไหม?

ข้อมูล: Forbes, Wikipedia, EuroGamer, Spawn Wave

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...