อดีตข้าราชการ ร้อง! ตร.สน.ทุ่งสองห้อง หลังสรรพากร ติดหมายเรียกเก็บภาษี แฟลตห้องพักถูกสวมรอย จดแจ้งเป็นที่ตั้ง 2 บริษัท โดยไม่รู้ตัว
วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นางสมใจ บัวพึ่งน้ำ อายุ 85 ปี อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พร้อมนายสรณคมน์ บัวพึ่งน้ำ ลูกชาย และนายอำนวยพร มณีวรรณ์ ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับร้อยเวรสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง หลังวานนี้ (8 ก.ค.) มีเจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากรเขต 9 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ทุ่งสองห้อง 2 นาย ติดหมายเรียกของสรรพากร เรื่องที่มีบริษัทแห่งหนึ่งนำบ้านของนางสมใจ ซึ่งเป็นแฟลตการเคหะบางบัว ซ.พหลโยธิน 49/1 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ไปแอบอ้างเป็นที่ตั้งของบริษัทดังกล่าว
นายสรณคมน์ บัวพึ่งน้ำ ลูกชายผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อช่วงปี 2562 มีหนังสือจากกรมสรรพากร ส่งมาที่บ้านแม่ ซึ่งเป็นแฟลตการเคหะ แจ้งให้ไปเสียภาษี และระบุว่า บ้านแม่จดแจ้งเป็นที่ตั้งของบริษัทแห่งหนึ่ง ถึง 2 แห่งที่เปิดมาแล้วประมาณ 2 ปี ตนจึงติดต่อไปยังบริษัทฯ ดังกล่าว ตามเบอร์มือถือที่ให้ไว้เพื่อแจ้งว่า บ้านแม่เป็นที่พักอาศัย ส่วนตนก็ทำงานอิสระ แม่เป็นข้าราชการเกษียณอายุหลายสิบปีแล้ว
นายสรณคมน์ กล่าวว่า ต่อมาวานนี้ (8 ก.ค.) ระหว่างที่แม่นั่งสวดมนต์อยู่ จู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเขต 9 และตำรวจสายตรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เข้ามาแปะหมายหน้าบ้าน ตนก็ตกใจ จึงติดต่อไปยังทนายคลายทุกข์ ซึ่งทนายแนะนำให้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เมื่อตรวจสอบพบว่า มีชื่อผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในหมายดังกล่าว และจากการสอบถามไป ผู้หญิงคนดังกล่าว อ้างว่าไม่รู้เรื่อง พร้อมอ้างตนเป็นพนักงานข้าราชการแห่งหนึ่ง ซึ่งตนคาดว่าอาจเป็นเหยื่อด้วย วันนี้จึงมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบ
นายอำนวยพร มณีวรรณ์ ทนายความ กล่าวว่า การนำชื่อและทะเบียนบ้านคนอื่นไปจดแจ้งเป็นที่ตั้งบริษัทนั้นต้องได้รับการเซ็นหนังสือยินยอม และเขียนแผนที่ ตนเชื่อว่า คดีนี้น่าจะมีการปลอมลายมือชื่อผู้เสียหายไปจดทะเบียนบริษัทฯ ขณะนี้เตรียมแจ้งความข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม และแจ้งข้อมูลเท็จต่อพนักงานสอบสวน
“ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า กรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจ ควรออกมาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หรือสถานที่ตั้งก่อนว่า เจ้าบ้านยินยอมจดแจ้งให้กับบริษัทจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อว่าน่าจะทำเป็นขบวนการ อาจมีชาวต่างชาติหรือทนายความเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ไม่เช่นนั้นจะมีผู้อื่นมาปลอมเอกสารจดทะเบียนบริษัทแบบนี้อีก” ทนายความ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ปกติแล้วการติดหมายต้องแจ้งตำรวจเข้าไปเป็นพยานการเข้าไปติดหมาย วานนี้ (8 ก.ค.) กรมสรรพากร ได้ติดต่อเข้ามาจริง จากนี้จะเรียกเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเขต 9 ที่นำหนังสือไปติดที่บ้านดังกล่าวเข้ามาสอบปากคำเรื่องราวทั้งหมด เบื้องต้นทราบว่า บริษัท ที่ระบุในหมายเรียกของสรรพากรนั้น ค้างภาษีอยู่ แต่การนำชื่อผู้เสียหายไปแอบอ้างต้องตรวจสอบไปยังกรมพัฒนาธุรกิจว่า บ้านหลังเกิดเหตุเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร หากเป็นการจดแจ้งเท็จก็มีความผิดตามกฎหมาย