โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Central Café ร้านหรูในเวียนนาที่หยุดเวลาไว้เมื่อ 150 ปีก่อน - เพจพื้นที่ให้เล่า

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจพื้นที่ให้เล่า

นักปฎิวัติ (โจเซฟ สตาลิน), นักจิตวิเคราะห์ (ซิกมันด์ ฟรอยด์), บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้า (เลออน ทรอตสกี), เด็กหนุ่มผู้รักศิลปะ (อดอล์ฟ ฮิตเลอร์), สถาปนิก (อดอล์ฟ โลส), พนักงานของโรงงานผลิตรถยนต์ (ยอซีป บรอซ หรือต่อมาคือ ติโต นักปฎิวัติชาวยูโกสลาเวีย) และนักคิดนักเขียนชื่อดังอีกมากมาย ต่างเคยตบเท้าเข้าชิมกาแฟจากร้านนี้ ที่มุมใดมุมหนึ่งของร้าน บทสนทนาเปลี่ยนประวัติศาสตร์และความคิดที่จะนำพาโลกยุคใหม่ไปในแนวทางที่ไม่มีใครคิดฝันกำลังถูกถกเถียงกันบนเก้าอี้สักตัว และถ้าคุณมองให้ดี Central Café ร้านกาแฟที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1876 ยังคงยืนหยัดท้ากาลเวลา และเปิดประตูต้อนรับผู้สนใจกาแฟและประวัติศาสตร์ ในบรรยากาศที่พาเราย้อนกลับไปในอดีต เมื่อครั้งออสเตรียยังปกครองโดยระบบกษัตริย์ และเวียนนายังเป็นที่ประทับของจักรพรรดิฟรานซ์ โยเซฟที่ 1 กับจักรพรรดินีคนงามนามว่าซีซี่ (จักรพรรดินีเอลิซาเบธ) 

โจเซฟ สตาลิน, เลออน ทรอตสกี, อดอล์ฟ ฮิตเลอร์, ยอซีป บรอซ หรือที่รู้จักกันในนาม ติโต

ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ในขณะที่ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ยังคลั่งไคล้การดื่มชา เวียนนาเป็นเมื่องใหญ่เมืองแรก ที่เปิดรับวัฒนธรรมกาแฟซึ่งเริ่มแพร่เข้ามาผ่านการค้าขายและการสงครามระหว่างออสเตรีย-ฮังการีกับอาณาจักรออตโตมัน เวียนนาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 2 ล้านคน จาก 15 เชื้อชาติ จนได้รับการขนานนามว่า cultural soup หม้อใหญ่ในยุโรป การจัดสภากาแฟเพื่อการแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ชุมชนนักคิดของเวียนนาแม้ไม่ได้ขนาดใหญ่แต่ใกล้ชิดและรู้จักกันเป็นอย่างดี ที่นี่ ปัญหาจากยุโรปตะวันตกและตะวันออก ถูกนำออกกางบนโต๊ะเพื่อถกเถียง เราสามารถพบกลุ่มคนน่าสนใจจากทุกชาติ ทุกภาษา และหากต้องการพบกลุ่มคนที่ความคิดเห็นก้าวหน้า Central Café คือร้านกาแฟที่ควรค่าแก่การไปสักครั้ง 

Central Café ในอดีตถูกใช้เป็นที่นัดพบของสมาคมปรัชญาและวิทยาศาสตร์ (Vienna Circle) ที่ชั้นล่างของร้าน บรรดานักหมากรุกมือฉมังมักนัดหมายเพื่อจิบกาแฟระหว่างดวลหมากเกมกระดานจนร้านได้รับชื่อที่สองว่า “โรงเรียนสอนหมากรุก” (Chess school - Die Schachhochschule) ที่ตั้งของ Central Café อยู่บนถนนเส้นหลักของกรุงเวียนนาในอดีต ถนน Herrengasse เป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้กับพระราชวังโฮฟบวร์คซึ่งเป็นอดีตพระราชวังหลวงใจกลางกรุงเวียนนา คำว่า Herrengasse มาจากคำว่า Herren ในภาษาเยอรมัน หมายถึงผู้สูงศักดิ์ ชื่อนี้สะท้อนความจริงในอดีตเพราะถนนเส้นนี้มักเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ตัวอาคารที่ตั้งของร้านเอง ก็ถูกออกแบบมาให้ดูหรูหราสมฐานะ โดยใช้แนวคิดการผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเวียนนา เข้ากับสถาปัตยากรรมจากเมืองฟลอเรนซ์ในประเทศอิตาลี กลายเป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและให้กลิ่นอายของยุคคลาสสิกไปพร้อมๆ กัน

ปัจจุบัน Central Café  ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 10 ร้านกาแฟที่สวยที่สุดในโลกและเป็นจุดแวะพักของบรรดานักท่องเทียวจากหลากหลายที่มา นอกจากกาแฟแบบคลาสสิกที่เสิร์ฟในร้านมาร่วม 150 ปี ปัจจุบันร้าน Central Café  ยังมีเมนูอาหารและเมนูของหวานที่น่าประทับใจภายใต้คอนเสปต์ “Classic Viennese” ที่พาเราย้อนเวลากลับไปรู้จักเวียนนาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

เมนูอาหารที่เสิร์ฟกันในร้านได้ชื่อว่าคงสูตรอาหารแบบดั้งเดิมเหมือนในอดีต เมนูดังของที่นี่ยกตัวอย่างเช่น ชนิทเซิล (Schnitzel) หมายถึงเนื้อนำมาทุบเป็นแผ่นบางก่อนนำไปชุบแป้ง ไข่ เกล็ดขนมปัง แล้วนำไปทอด เมนูนี้ถือเป็นเมนูยอดฮิตในกลุ่มอาหารเยอรมันและนิยมทำจากเนื้อหมูหรือเนื้อวัว กูลาชซุป (goulash soup) หรือซุปเนื้อคลาสสิกแบบฮังการีที่ใช้วิธีพิถีพิถันเคี่ยวอย่างยาวนานจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและหอม Central Café ยังมีเมนูเด่นที่น่าสนใจคือ Tafelspitz  (เนื้อตุ๋นเวียนนา) หรือเนื้อสเต๊กที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่ม - เมนูโปรดของจักรพรรดิฟรานซ์ โยเซฟที่ 1

ชนิทเซิล (Schnitzel)
กูลาชซุป (goulash soup)
Tafelspitz (เนื้อตุ๋นเวียนนา)

กาแฟของร้านซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ มีกิมมิกที่น่าสนใจคือการเสิร์ฟพร้อมกับแก้วใส่น้ำเปล่า โดยมีช้อนวางคว่ำอยู่ที่ปากแก้ว การวางช้อนไว้แบบนี้หมายความว่าน้ำในแก้วนั้นเพิ่งถูกรินใส่แก้วใหม่ๆ ถือเป็นมารยาทที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮับส์บูร์ก การเสิร์ฟน้ำพร้อมกาแฟ ยังหมายถึงมารยาทในการล้างปากก่อนรับประทาน เพื่อให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์มากที่สุด 

สำหรับคนชอบของหวาน แพนเค้กออสเตรียสูตรลูกเกด (Kaiserschmarrn) ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ไม่ควรพลาด สูตรของทางร้านสามารถสืบย้อนกลับไปตั้งแต่ในสมัยของจักรพรรดิฟรานซ์ โยเซฟที่ 1  ทางร้านยังเสิร์ฟครัวซองต์แบบเวียนนา ซึ่งเป็นต้นแบบครัวซองต์ของฝรั่งเศส (ครัวซองต์ถูกแนะนำในฝรั่งเศสในสมัยของพระนางมารี อ็องตัวเน็ต ราชินีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นเจ้าหญิงจากออสเตรีย) อีกหนึ่งเมนูที่ควรค่าแก่การแนะนำคือ Café Central Torte หรือ apple strudel สูตรคลาสสิกของเวียนนา ทำจากแป้งแพนเค้กเนื้อบางยัดไส้ด้วยผลไม้และแยมแอปริคอท 

Café Central Torte หรือ apple strudel สูตรคลาสสิกของเวียนนา

นอกจากอาหาร มีการกล่าวขวัญกันว่าแม้แต่รูปแบบการบริการของร้านนี้ ก็ยังคงรูปแบบเป็นทางการเหมือนในอดีต ซึ่งอาจไม่ถูกใจใครที่ชอบการจิบกาแฟในบรรยากาศเป็นกันเองและเรียบง่าย อย่างไรก็ดีหากมีโอกาสได้ไปเยือนเวียนนาในสักวัน การใช้เวลาสักหนึ่งชั่วโมงเพื่อลองย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศในอดีตก็เป็นอีกมุมหนึ่งของเวียนนาที่ไม่น่าพลาด

.

ติดตามบทความของเพจพื้นที่ให้เล่า ได้บน LINE TODAY ทุกวันเสาร์

.

อ้างอิง

-www.cafecentral.wien

-www.itinari.com

-www.bbc.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...