ปลัดอาวุโสแม่เปิน ร้องถูกเด้งออกนอกพื้นที่ ลั่นสู้จนถึงที่สุด ด้านชาวบ้านรวมตัวขับ นอภ.ด้วย
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจากนายพินิจ กระสังข์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 19 และนายประพันธ์ พรมบุตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ว่า มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอแม่เปิน จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้าเนื่องจากในพื้นที่มีปัญหายาเสพติดระบาดรุนแรง แถมภัยแล้งกำลังสร้างความเดือดร้อน แต่ปรากฏว่าไม่มีนายอำเภอ ปลัดอำเภอ มาแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน เนื่องจากนายอำเภอแม่เปิน และปลัดอาวุโสแม่เปิน เกิดทะเลาะกันรุนแรงจนเกิดการฟ้องร้องจนไม่มีใครกล้าสั่งการ บริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
จากการสอบถาม นายมนต์เอก กิจธิคุณ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการการพิเศษ (ระดับ 8) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอแม่เปิน จ.นครสวรรค์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในฐานะยิ่งกว่าข้าราชการชั้นผู้น้อย ต้องพักอาศัยอยู่ภายในอาคารของ อส.จังหวัด นครสวรรค์ ซึ่งมีเตียงเปลให้นอน และใช้ห้องน้ำรวมกับ อส.คนอื่นๆ ทั่วไป ไม่สามารถเดินทางเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ได้
นายมนต์เอก กล่าวว่า เกิดเรื่องความขัดแย้งในพื้นที่จริง โดยถูกย้ายออกจากพื้นที่ อ.แม่เปิน เนื่องจากไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ในการจับขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมายสีแดงของ อ.แม่เปิน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เพราะไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงผลการปฏิบัติงาน เพราะขณะนั้นอยู่ในระหว่างคาบเกี่ยวกับการจับกุม ซึ่งจากปฏิบัติการนี้ สามารถจับคนร้ายที่ค้ายาเสพติดในหมู่บ้านได้ของกลางยาบ้า 500 เม็ด และยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง
“ต่อมาผมถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการโดยประจำอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ โดยไม่มีเหตุผลให้ นอกจากนี้ ห้องทำงานของผมที่อยู่ภายในที่ว่าการอำเภอยังถูกล้อมไปด้วยแถบพลาสติกกันไม่ให้มีการเข้าออก ทั้งๆ ที่ผมปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด คอยให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งในเรื่องความเดือดร้อนต่างๆ รวมถึง การปราบปรามยาเสพติด” ปลัดอาวุโส อ.แม่เปิน กล่าวและว่า ถูกสั่งย้ายให้ไปอยู่ที่จังหวัดช่วยราชการเกือบ 2 สัปดาห์
นายมนต์เอก กล่าวว่า ก่อหน้านี้ได้ขอคำชี้แจง และได้ร้องขอให้ต้นสังกัดวินิฉัยในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ได้รับการชี้แจงใดๆ และจนถึงวันนี้ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ อ.แม่เปิน ได้
“ผมเป็นคนสงขลา เคยทำงานอยู่ในพื้นที่ภาคใต้มานาน เมื่อได้รับคำสั่งให้ย้ายมาปฏิบัติงานอยู่ที่ อ.แม่เปิน ก็พยายามทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ เปรียบเสมือนเป็นบ้านเกิดของตัวเอง ถ้าเรื่องใดถูกต้อง จะเอาชีวิตเข้าแรกตลอด ยิ่งเรื่องการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน ก็ทำงานอย่างตรงไปตรงมา” นายมนต์เอก กล่าวและว่า ขณะนี้ ตนต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้คำสั่งอำเภอแม่เปินที่ 126/2562 เรื่องมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบแก่ข้าราชการ ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 มอบงานให้ตนฐานะปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานริหารงานปกครอง เป็นที่ปรึกษาของการปฏิบัติงานของกลุ่มงานบริหารงานปกครองและกลุ่มต่างๆ ซึ่งทำให้ตนไม่สามารถสั่งราชการใดๆ ได้ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการปลัดอำเภอแหวนทองคำ ประจำปี 2562 ซึ่งตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรก จำนวน 8 คน และกรรมการกรมการปกครองจะเดินทางมาตรวจประเมินในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ด้วย
นายมนต์เอก กล่าวว่า ขณะนี้ทราบจากชาวบ้าน ผู้รับเหมา ว่ามีโครงการบูรณาการโครงการจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณศูนย์ราชการอำเภอแม่เปิน มีความไม่ชอบมาพากล ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้าน พระสงฆ์ จำนวนกว่า 200 คน ได้ทำประชาคมเรียกร้องให้นายอำเภอออกนอกพื้นที่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ถูกสั่งให้ย้ายไปช่วยราชการที่จังหวัด นายมนต์เอก กล่าวว่า เสียใจ และท้อบ้าง แต่ก็อยู่ได้ เพราะสมัยที่ปฏิบัติงานอยู่ภาคใต้มีหน้าที่จับผู้ก่อการร้าย ก็เคยต้องเฝ้าติดตามหาข่าวพวกแก๊งค้ายา โดยแต่ละครั้งลงพื้นที่และค้างแรมในสถานที่ที่ยากลำบากยิ่งกว่านี้ และว่าจะต่อสู้เพื่อเรียกเกียรติและความยุติธรรมให้ตนเองจนถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายมนต์เอกกำลังจะเขียนใบลาพักร้อน เพื่อเดินทางกลับไปหาครอบครัวที่บ้านเกิด จ.สงขลา แต่สุดท้า แผนที่เตรียมไว้ก็ต้องยกเลิกเมื่อถูกสั่งย้าย อีกทั้งยังมีรายงานด้วยว่า นายมนต์เอกมีการปฏิบัติงานเชิงรุก และลงพื้นที่ไปคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านอย่างจริงจัง จนได้รับการยอมรับจากชาวบ้านและทุกภาคส่วน จนขึ้นเป็นว่าที่ปลัดอำเภอแหวนทองคำ ประจำปี 2562 ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจผลการปฏิบัติงานใน อ.แม่เปิน ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้
ทั้งนี้ ล่าสุดนายมนต์เอกได้เดินทางไปลงลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ว่าได้รับคำสั่งด้วยวาจาจากปลัดจังหวัดนครสวรรค์ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีพิพาทกับนายกฤชทิพ ชนิดไทย นายอำเภอแม่เปิน จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ย้ายนายอำเภอออกนอกพื้นที่ด้วย และทำหนังสือที่ นว.1518/2717 เรื่องขอความเป็นธรรม ร้องเรียนถึงอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยด้วยตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา