โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เฮลิโคเนีย ไม้ตัดดอกเมืองร้อน สวยๆ ที่ท่าม่วง กาญจนบุรี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 25 พ.ค. 2566 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2566 เวลา 10.00 น.

บนเส้นทางไม้ตัดดอกเมืองร้อนของ คุณประเสริฐ ลมพัด ที่ยาวนานกว่า 20 ปีย่อมการันตีถึงคุณภาพ ความสวยงามจากสีสันที่มีความหลากหลายโดดเด่น จากความทุ่มเทเอาใจใส่ จนได้รับความสนใจจากตลาดไม้ประดับทั้งในและต่างประเทศ

คุณประเสริฐมีถิ่นฐานบ้านพัก เลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มยึดอาชีพปลูกตัดไม้ดอกในปี 2538 จากก่อนหน้านี้เคยผ่านการทำเกษตรกรรมมาหลายอย่างซึ่งล้วนต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงประสบปัญหาทำให้ราคาขายไม่ดี รวมถึงยังต้องเผชิญกับปัญหาการฉีดพ่นยาแล้วเกรงว่าจะส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต

ดังนั้น จึงมองหาอาชีพอื่น กระทั่งไปลงตัวกับการปลูกเฮลิโคเนียตัดดอกขาย

ปัจจุบันคุณประเสริฐเป็นแกนนำกลุ่มไม้ตัดดอกเขตร้อนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นมืออาชีพไม้ตัดดอกที่มีลูกค้าสนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี มีพันธุ์ไม้ดอกดาวเด่นอย่างเฮลิโคเนียหลายสายพันธุ์ พร้อมกับยังต่อยอดด้วยการปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ๆ ให้มีความสวยงาม แปลก หลากสี กับยังรวบรวมสายพันธุ์กะทือที่เป็นพืชสมุนไพรชนิดหัวไว้จำนวนมากมายจากทั่วประเทศเพื่อผลิตเป็นไม้ประดับในสวนแห่งนี้

เฮลิโคเนีย ปลูก ดูแลง่าย ดอกสวย
มีหลายแบบ ตลาดยังไปได้ไกล

คุณประเสริฐ กล่าวว่า เฮลิโคเนียเป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ต้องการดูแลรักษาไม่มากนัก เมื่อเทียบกับไม้ดอกชนิดอื่น ตอบสนองต่อน้ำ ปุ๋ย และแสงดีมาก มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ขยายพันธุ์ได้ค่อนข้างเร็ว นิยมในวงการตกแต่งสวน อีกทั้งดอกยังมีความหลากหลายด้านรูปทรงและสีสัน เหมาะกับการนำไปประดับตกแต่งในภาชนะ

ในส่วนของการผลิตจำหน่ายเป็นไม้ตัดดอกนั้น นิยมพันธุ์ทั้งดอกเล็กและใหญ่ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า แต่ทั้งนี้ผู้ปลูกจะต้องคำนึงถึงการขนส่ง การบริหารจัดการ และตลาดเป็นหลักก่อน สำหรับตลาดในประเทศไทยหลักคือปากคลองตลาด และบางส่วนของจังหวัดใหญ่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่วนต่างประเทศมีหลายประเทศ มีที่ดูไบ เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ

การปลูกและดูแลเฮลิโคเนีย

คุณประเสริฐ เผยว่า ความจริงเป็นพืชไม้ดอกที่ไม่ต้องลงทุนเรื่องปุ๋ยยาเท่าไรนัก ปุ๋ยใส่เฉพาะตอนที่เริ่มปลูกครั้งแรก ใช้ยูเรียใส่เพื่อเร่งหน่อสัก 2 ครั้ง จากนั้นจะใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 พอต้นโตให้ดอกก็หยุดใส่ ดังนั้น จึงไม่เน้นเรื่องปุ๋ย แต่จะต้องไม่ขาดน้ำ ส่วนใบแก่และก้านจะทับถมเป็นปุ๋ยในแปลง ส่วนศัตรูคือหนูกับกระรอก ชอบมากินดอกที่มีรสหวาน จะแก้ปัญหาด้วยการดัก

ในแง่การเพิ่มมูลค่าได้ฉีกแนวความสวยงามออกไปด้วยการผสมข้ามพันธุ์เพื่อให้เกิดพันธุ์ใหม่ที่มีสีสวยแปลกตาน่าสนใจมากขึ้น ต้องการให้มีความหลากหลาย สร้างมูลค่าทางการตลาด โดยวิธีผสมจะใช้มือกับไม้เขี่ยหูแทนการใช้พู่กันอย่างรายอื่นๆ ทำกัน

“ตลาดต่างประเทศอย่างฮ่องกง ส่วนตลาดในบ้านเราก็เป็นที่ปากคลองตลาดเป็นหลัก ส่งขายวันละ 400-500 ดอกต่อวัน ตอนตัดดอกเฮลิโคเนียต้องเผื่อความยาวไว้ประมาณ 1.50 เมตร ทั้งยังต้องเผื่อด้านบนของดอกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกเสียหาย”

กะทือ ประดับก็ได้ กินก็อร่อย

กะทือ จัดเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกประดับต้นและดอก เนื่องจากดอกมีลักษณะแปลกตา และมีสีสันสวยงาม เหมาะนำมาปักแจกันประดับหรือกำเป็นช่อ นอกจากนั้น ยังนิยมนำแก่นลำต้นหรือยอดอ่อนรวมถึงหัวอ่อนมากิน กะทือจัดเป็นไม้ป่าตามธรรมชาติอยู่ในกลุ่มตระกูลขิงและข่า เป็นพืชตระกูลหัวใต้ดิน มักนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร แต่สำหรับคุณประเสริฐกลับใช้ประโยชน์จากดอกกะทือมาเป็นไม้ประดับ

ในช่วงแรกคุณประเสริฐยังไม่มั่นใจว่าดอกกะทือจะนำมาใช้เป็นไม้ประดับสวยงามได้ จึงทดลองตัดแต่ละพันธุ์มาแช่ไว้ในน้ำทิ้งไว้ก็พบว่าสามารถมีอายุคงความสด สวย ได้ประมาณ 7-10 วัน จึงมองว่ามีความเหมาะสมสำหรับมาใช้เป็นไม้ประดับ จากนั้นจึงตระเวนสืบเสาะหาพันธุ์กะทือจากทั่วทุกภาค แล้วนำมารวบรวมสะสมเพาะ-ขยายต่อไปจนทุกวันนี้มีสายพันธุ์กว่า 20 ชนิด

นอกจากนั้น ยังออกไปสำรวจยังตลาดต้นไม้ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อมองหาพันธุ์ไม้ดอกประดับแปลกๆ หากถูกใจ แล้วมองว่าเป็นไม้แปลกหายากก็จะซื้อมาทดลองปลูกขยายพันธุ์แล้วประเมินถึงความเหมาะสมว่าควรผลิตเป็นไม้ตัดดอกขายหรือไม่

“กะทือจะเริ่มแตกหน่อช่วงเดือนมิถุนายนหรือช่วงเข้าหน้าฝน หากฝนดี น้ำดี ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงตัดขาย โดยในกอเดียวจะมีจำนวน 20-30 ดอก แล้วจะทยอยออกดอกไปเรื่อยๆ กระทั่งประมาณ 3 เดือนดอกจะหมดในรุ่นนั้น จากนั้นต้นที่ออกดอกแล้วจะแห้งเหี่ยวเฉาแล้วตายย่อยสลายไปในดินเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ยังมีหัวอยู่ใต้ดินเพื่อรอน้ำฝนในปีต่อไปแล้วจึงเจริญเติบโตใหม่”

การปลูกกะทือไม่มีความยุ่งยาก

เพราะโดยธรรมชาติแล้วพืชชนิดนี้แพร่ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อ และการงอกของเมล็ด แต่การแพร่ขยายพันธุ์จะใช้การแตกหน่อใหม่เป็นหลัก จึงนิยมขุดแยกเหง้าหรือหน่อออกจากเหง้าแม่ แล้วนำปลูกลงแปลง ซึ่งจะแตกต้นใหม่ และขยายจนเป็นกอใหญ่ โดยหน่อที่ขุดแยก ควรเป็นหน่อแก่ และให้มีลำต้นติดมาด้วย ควรตัดให้ลำต้นสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร ก่อนนำลงปลูก ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละประมาณกำมือที่โคนกอ การใส่ครั้งแรกเพื่อบำรุงต้น ส่วนครั้งที่สองใส่ตอนมีดอกเล็กเพื่อบำรุง

เจ้าของสวนไม้ตัดดอกรายนี้ให้รายละเอียดการปลูกกะทือพันธุ์ต่างๆ ว่า ตอนนี้กะทือที่ปลูกไว้จะเน้นเป็นสีเพื่อเอาใจตลาด ดังนั้น จึงแบ่งเป็นกลุ่มสีได้ อย่างเขียว น้ำตาล และไพรชมพู

“ไพรชมพู จะมีสีเหลืองในช่วงดอกอ่อน พอดอกเริ่มแก่ดอกจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพู มีก้านสั้นเหมาะกับการนำไปจัดตกแต่งในภาชนะขนาดเล็กวางบนโต๊ะรับแขก หรือขิงแมงดาที่นำพันธุ์มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มีลักษณะทรงต้นใบก้านคล้ายใกล้เคียงกับต้นขิงมาก ตลอดจนกะทือดำที่นำมาจากป่าในเมืองกาญจนบุรี”

ปลูกกะทือเป็นไม้ตัดดอก

แตกต่างกับวิธีปลูกเพื่อนำเหง้ามาใช้ทางสมุนไพร

คุณประเสริฐ ชี้ว่า การปลูกกะทือเพื่อใช้ดอกประดับก็จะปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ แตกกอออกไปเรื่อยๆ ยิ่งมีจำนวนกอมากเท่าไร ก็จะได้จำนวนดอกมาก โดยแต่ละกอจะให้ดอกมากถึงกว่า 10 ดอก ขณะที่การปลูกเพื่อนำหัวหรือเหง้ามาใช้ก็จะต้องขุดแยกหัวออกมาแล้วเป็นการแยกกอจึงทำให้ไม่ค่อยได้ดอก อย่างไรก็ตาม ราคาขายแบบดอกจะสูงกว่าแบบหัว ถึงแม้หัวจะมีประโยชน์ด้านสมุนไพรก็ตาม ทั้งนี้ กะทือขายดอกละ 10-25 บาท ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และสี

คุณประเสริฐใช้ความได้เปรียบจากการมีตลาดและฐานลูกค้าไม้ตัดดอกที่มีอยู่หลายแห่งมาต่อยอดด้วยการหาพันธุ์ไม้ประดับแปลก สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นดอกกล้วยชนิดต่างๆ ที่ยังพอหาได้ หรือแม้กระทั่งดอกดาหลา อย่างไรก็ตาม คงต้องพิจารณาความคงทนของดอกเพื่อตัดสินใจ เพราะหากไม้ดอกชนิดใดมีอายุสั้นก็ส่งผลต่อระบบการขายและการตลาด

“ดอกดาหลาก็ประสบปัญหาเก็บรักษาหลังตัดผลผลิตได้เพียง 4 วัน จึงทำให้ไม่สะดวกต่อการขนส่ง ทำให้ไม่นิยมในวงกว้างสักเท่าไร แต่มีขายอยู่บ้าง เนื่องจากติดขัดเรื่องความทนทาน แม้จะพยายามแก้ไขด้วยการแช่ด่างทับทิมไว้ล่วงหน้าแต่ก็ไม่ประสบผล นอกจากนั้นแล้ว ยังมีกล้วยประดับ”

สอบถามรายละเอียดสั่งซื้อไม้ตัดดอกชนิดต่างๆ หรือต้องการชมสวนไม้ตัดดอกสวยๆ หลายชนิด ติดต่อได้ที่ คุณประเสริฐ ลมพัด โทรศัพท์ 081-763-1224

……………………………………………..

เผยแพร่ครั้งแรก วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...