โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต.เซ็นสัญญา “DGM” เดินหน้า "e-Passport" ยันกระบวนการโปร่งใสเป็นธรรม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2562 เวลา 11.24 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2562 เวลา 11.12 น.

วันที่ 10 ก.ค. 62 นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าว โครงการประกวดราคาจ้างผลิตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Passport) ระยะที่ 3 ครั้งที่ 2 โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการลงนามในสัญญาจ้างบริษัทDGM Consortium เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้ระยะเวลาในการวางระบบเพื่อเริ่มให้บริการผลิต e-Passport ภายใน 9 เดือน โดยสัญญามีกำหนดระยะเวลา 7 ปีหรือผลิต e-Passport ได้ครบจำนวน 15 ล้านเล่ม ภายใต้งบประมาณ 7.4 พันล้านบาท

นายธานีเปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้มีการหารือเรื่องการขยายอายุการใช้งานของ e-Passport โดยจะมีทั้งแบบ 5 ปีและแบบ 10 ปี ซึ่งผู้ยื่นคำร้องขอทำ e-Passport สามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบอายุการใช้งานเท่าใด แต่ e-Passport แบบ 10 ปีจะให้บริการแก่ผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น จากปัจจัยเรื่องความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าของผู้ถือ e-Passport โดยจะมีการหารือเรื่องค่าบริการของ e-Passport ทั้ง 2 รูปแบบ รวมถึงแนวทางการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อขยายรูปแบบอายุของหนังสือเดินทางต่อไป คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในกลางปีหน้า

ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะมาใช้บริการทำ e-Passport นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุลได้ระบุเพิ่มเติมว่า ได้เตรียมที่จะเพิ่มจุดให้บริการอีก 15 จุดทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาสัญญาจ้าง 7 ปี โดยจะมีการเพิ่ม 2-3 จุดในเร็ว ๆ นี้โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

นอกจากนี้ ยังจะมีเพิ่มชุดเครื่องมือผลิตหนังสือเดินทางเป็น 500 ชุด และมีการกำหนดให้ใช้ระยะเวลาการยื่นคำร้องขอทำ e-Passport ลดลงเหลือเพียง 12 นาที จากในปัจจุบันที่กำหนดไว้ที่ 20 นาที และยังจะลดระยะเวลาการส่งมอบเล่ม e-Passport ให้ผู้ยื่นคำร้องจาก 2 วันเหลือเพียง 1 วัน

ในโครงการประกวดราคาจ้างผลิตและให้บริการจัดทำ e-Passport ระยะที่ 3 นี้ได้มีการกำหนดเพิ่มเติมเรื่องคุณสมบัติด้านความปลอดภัย (Security Feature) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการปลอมแปลง โดยเฉพาะเทคโนโลยีข้อมูลชีวมาตรซึ่งจะมีการเพิ่มเติมการจัดเก็บข้อมูลม่านตา เพิ่มเติมจากเดิมที่การจัดเก็บเฉพาะใบหน้าและลายนิ้วมือ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการยืนยันตัวบุคคลให้ชัดเจนแม่นยำยิ่งขึ้น

นายธานียืนยันว่า การผลิตหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ส่วนกระแสที่ว่าจะไม่มีการนำเทคโนโลยีImage Perforation ที่ใช้อยู่ในหนังสือเดินทางในปัจจุบันมาใช้ในการผลิต e-Passport รูปแบบใหม่ ซึ่งอาจจะทำให้ต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของ ICAO จนเป็นปัญหาในการเดินทางนั้น นายธานีชี้แจงว่า ICAO ไม่ได้มีกำหนดมาตรฐานหนังสือเดินทางให้ต้องใช้เทคโนโลยี Image Perforation เท่านั้น ดังนั้นบริษัทผู้ผลิต e-Passport จึงสามารถใช้เทคโนโลยีอื่นได้โดยไม่ต่ำกว่ามาตรฐานของ ICAO

ส่วนประเด็นด้านความโปร่งใสของโครงการ นายธานีได้ชี้แจงถึงกระบวนการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างที่มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทั้งการตั้งราคากลาง การยกร่างข้อกําหนดของผู้ว่าจ้าง (TOR) การพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการพิจารณาคุณสมบัติของบริษัทผู้เข้าร่วมประมูลและคุณสมบัติทางเทคนิคต่าง ๆ โดยใช้หลักการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance)

ส่วนประเด็นที่มีการยื่นอุทธรณ์ของผู้ที่เข้าร่วมเสนอราคารายอื่นภายใน 7 วันหลังการประกาศผู้ชนะการเสนอราคาในวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาอุทธรณ์และส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยคำอุทธรณ์และการร้องเรียน ซึ่งภายหลังการพิจารณาก็ได้มีมติยืนตามคำสั่งกระทรวงการต่างประเทศ ส่งผลให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถลงนามในสัญญาสั่งจ้างบริษัท DGM ได้เป็นที่เรียบร้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...