โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.กสิกรไทย เปย์ปันผลกว่า 300 ล้าน 8 กองทุน FIF ผลงานดีฝ่าวิกฤตโควิด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. 2564 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 07.14 น.

บลจ.กสิกรไทย จ่ายปันผล 8 กองทุน FIF รวมกว่า 300 ล้านบาท กองทุน K-USA-A(D), K-EUROPE และ K-GHEALTH ทำผลงานได้ดีติดอันดับจาก Morningstar พร้อมเผยภาพรวมตลาดหุ้นโลกยังไปต่อได้จากปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายผ่อนคลายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ลูกค้ารับเงินพร้อมกัน 14 พ.ค.นี้

นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ ณ รอบผลการดำเนินงานจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 จำนวน 8 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต ออพพอร์ทูนนิตี้ (K-GEMO) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USA-A(D)) ในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน (K-EUROPE) ในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน ซิลเวอร์เอจ หุ้นทุน (K-EUSAGE) ในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน (K-ASIA) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน (K-GHEALTH) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน Unhedged (K-GHEALTH(UH)) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย และกองทุนเปิดเค อินเดีย หุ้นทุน (K-INDIA) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย โดยทั้งหมดมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 371.79 ล้านบาท

นายนาวินกล่าวต่อไปว่า กองทุนที่จ่ายปันผลในรอบนี้มีกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับ Morningstar ในประเภท Overall Rating อยู่ทั้งหมด 5 กองทุน ได้แก่ กองทุน K-USA-A(D), K-EUROPE และ K-GHEALTH ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาว ส่วนกองทุน K-GEMO และ K-GHEALTH(UH) ได้รับการจัดอันดับ 4 ดาว ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถพิจารณาผลการจัดอันดับเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ อย่างไรก็ดี บลจ.กสิกรไทย มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานการบริหารกองทุน เพื่อสร้างผลการดำเนินให้ดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมภายใต้ความผันผวนของตลาดด้วยเช่นกัน

“ภาพรวมตลาดหุ้นโลกยังไปต่อได้ โดยมีปัจจัยสนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาของฝั่งสหรัฐฯและยุโรปส่วนใหญ่ดีกว่าที่คาดไว้ เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีน รวมถึงนโยบายที่ยังผ่อนคลายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นประเทศเกิดใหม่ โดยเฉพาะเอเชีย จากอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมที่พัฒนาต่อเนื่อง และอุปสงค์ภายในที่เติบโตดี ขณะที่การค้าโลกที่ฟื้นตัวจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกด้วย รวมถึงหุ้นกลุ่มสุขภาพทั่วโลก โดยปัจจุบันยังซื้อขายในระดับราคาที่ถูก โดยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวกระโดด สังคมผู้สูงอายุ การเข้าถึงประเทศเกิดใหม่มากขึ้น (EM Penetration) และการควบรวมกิจการ (M&A) จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มนี้ให้เติบโตได้ในระยะยาว ส่วนหุ้นอินเดีย แม้ยังน่าสนใจเนื่องจาก ราคาหุ้นปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเกิดใหม่ จากที่เคยซื้อขายแพง แต่ยังต้องจับตาสถานการณ์ระบาดโควิด-19 อย่างใกล้ชิดอยู่ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรจับตาช่วงครึ่งปีหลังในประเด็นอัตราเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ การจัดการต่อสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้การฉีดวัคซีนที่ดำเนินไปในวงกว้างหลายประเทศทั่วโลก” นายนาวินกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...