โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัชชาติ” รื้อแผนจัดการขยะ กทม. เปิดเช่ารถขยะ EV 4,000 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. 2566 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2566 เวลา 01.22 น.

เปิดแผนกำจัดขยะ 3 ล้านตันของ กทม. ด้วยการลดวิธีฝังกลบ แต่หันไปเพิ่มวิธีกำจัดด้วยเตาเผาใน 2 โรงขยะมูลฝอย “หนองแขม-อ่อนนุช” พร้อมเดินหน้าโรงเตาเผาขยะแห่งใหม่ที่เขตสายไหม ตามมาด้วยการทุ่มงบกว่า 4,000 ล้านบาท เปิดประมูลเช่ารถเก็บขยะลอตใหญ่ 692 คัน และยังมีโครงการใหม่ เช่ารถสามล้อไฟฟ้าขนาดเล็ก 50 คัน วิ่งเก็บขยะชุมชนตามซอกซอย

นายจักกพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึง ปัญหาขยะมูลฝอยได้กลายเป็น 1 ในปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯว่า ต้องใช้งบประมาณในการจัดเก็บขยะมากกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี จากปริมาณขยะเฉลี่ยวันละ 8,000-10,000 ตัน/วัน หรือระหว่าง 3-3.90 ล้านตัน/ปี จากสถิติ 5 ปีย้อนหลัง โดยปีล่าสุด (2565) กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะเฉลี่ยวันละ 8,979 ตัน รวม 3.27 ล้านตัน/ปี

โดยขยะที่มากกว่า 3 ล้านตันจำนวนนี้ ปัจจุบัน กทม.กำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบคิดเป็นร้อยละ 68 การนำขยะไปทำปุ๋ยหมักร้อยละ 18 ใช้เทคโนโลยีผสมผสาน (RDF) ในการกำจัดขยะร้อยละ 9 และใช้เตาเผาขยะร้อยละ 5

แต่ภายในปี 2567 กทม.มีแผนที่ปรับสัดส่วนการกำจัดขยะด้วยการลดวิธีฝังกลบลง ส่งผลให้สัดส่วนวิธีกำจัดขยะเปลี่ยนแปลงไป โดยจะใช้วิธีฝังกลบคิดเป็นร้อยละ 29 การทำปุ๋ยหมักร้อยละ 35 ใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสาน (RDF) ร้อยละ 11 และใช้เตาเผาขยะร้อยละ 25 หรือเพิ่มสัดส่วนการกำจัดขยะด้วย“การใช้วิธีฝังกลบอาจจะมีราคาต่ำเมื่อเทียบกับการกำจัดวิธีอื่น

แต่ในอนาคตวิธีจัดการแบบนี้จะไม่ยั่งยืน ทั้งเรื่องการขนส่งที่ใช้พลังงานเยอะ มลพิษที่เกิดจากการขนส่ง และมลพิษที่ตัวหลุมฝังกลบขยะเอง ดังนั้นกรุงเทพมหานครจะต้องมีการปรับรูปแบบของการกำจัดขยะให้มีความยั่งยืนขึ้น แต่ต้องเป็นโครงการที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งด้านงบประมาณและผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม” นายจักกพันธ์กล่าว

3 โรงกำจัดขยะ กทม.

โรงกำจัดขยะมูลฝอยของ กทม.ในปัจจุบันมี 3 แห่ง ใช้วิธีการกำจัดขยะแบบผสมผสาน ได้แก่ โรงกำจัดมูลฝอยหนองแขม หรือโรงขยะหนองแขม มีโครงการที่เปิดใช้งานอยู่ 2 โครงการ คือ 1) เตาเผาขยะเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า มีปริมาณขยะขั้นต่ำที่จะจัดส่ง 300 ตัน/วัน เป็นโครงการที่ผูกพันงบประมาณ 2,140,300,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2555-2579 ปัจจุบันมีปริมาณขยะที่ส่งให้เฉลี่ย 500 ตัน/วัน 2) โครงการฝังกลบขยะเฉลี่ย 3,000 ตัน/วัน มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ปี 2561-2567 วงเงินงบประมาณ 3,035,340,000 บาท โดยโครงการนี้จะหมดสัญญาในวันที่ 21 เมษายน 2567

และมีโครงการที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการกำจัดมูลฝอยระบบใหม่ โดยเป็นการกำจัดมูลฝอยในพื้นที่ของเอกชนปริมาณ 1,000 ตัน/วัน ผูกพันงบประมาณ 4,734,700,000 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2561-2585 โดยที่กรุงเทพมหานครจะต้องจัดส่งขยะเป็นระยะเวลา 20 ปี คือปี 2566-2585 กับโครงการเตาเผาขยะเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าขนาด 1,000 ตัน/วัน ผูกพันงบประมาณ 5,687,439,670บาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ 2561-2586 โดย กทม.จะต้องจัดส่งขยะเป็นระยะเวลา 20 ปี (2567-2586) และหลังจากหมดสัญญาแล้ว “เตาเผาขยะ” จะตกเป็นทรัพย์สินของ กทม.

“ปริมาณขยะที่เหลือตกค้างจากสัญญาฝังกลบอยู่อีกประมาณ 1,000 ตัน/วัน ตอนนี้ กทม.อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อหาวิธีกำจัดขยะที่เหมาะสม จัดเป็นโครงการที่รอการลงทุนใหม่ในสมัยของผู้ว่าฯชัชชาติ”

โรงขยะอ่อนนุช ปัจจุบันมีการเปิดโครงการกำจัดขยะอยู่ทั้งสิ้น 4 โครงการ ได้แก่ โรงงานกำจัดขยะเชิงกลชีวภาพ (MBT) สามารถกำจัดขยะได้ 800 ตัน/วัน ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2556-2585 ผูกพันงบประมาณ 3,504,000,000 บาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เคยเปิดให้บริการมาแล้วเมื่อปี 2563 ก่อนทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะสั่งให้มีการแก้ไขปรับปรุง,

โครงการจ้างเอกชนเดินเครื่องจักรกำจัดขยะ 600 ตัน/วัน ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2557-2570 จะหมดสัญญาในวันที่ 23 ธันวาคม 2569 ผูกพันงบประมาณ 1,493,580,000 บาท, โครงการจ้างเอกชนเดินเครื่องจักรกำจัดขยะ 1,000 ตัน/วัน ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2559-2569 จะหมดสัญญาในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ผูกพันงบประมาณ 2,008,960,000 บาท และ โครงการจ้างเอกชนกำจัดขยะโดยวิธีฝังกลบขนาด 1,000 ตัน/วัน ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2563-2567 จะหมดสัญญาในวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 ผูกพันงบประมาณ 1,045,360,000 บาท

ส่วนโครงการกำจัดขยะที่อยู่ระหว่างก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างการจัดจ้างที่โรงขยะอ่อนนุช จะมี 3 โครงการด้วยกันคือ โครงการเตาเผาขยะเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าขนาด 1,000 ตัน/วัน ผูกพันงบประมาณ 5,789,639,670 บาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ 2561-2586 โดยที่ กทม.จะต้องจัดส่งขยะเป็นระยะเวลา 20 ปี (ปี 2567-2586)

และหลังจากหมดสัญญาแล้ว “เตาเผาขยะ” จะตกเป็นทรัพย์สินของ กทม., โครงการกำจัดมูลฝอยโดยวิธีหมักก๊าซชีวภาพเป็นเชื้อเพลิง ขนาด 300 ตัน/วัน ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2562-2585 วงเงินงบประมาณผูกพัน 1,423,500,000 บาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอ “ใบอนุญาต” จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเปิดใช้

และโครงการจ้างเอกชนกำจัดขยะโดยวิธีฝังกลบขนาด 1,000 ตัน/วันระยะที่ 2 ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2566-2570 ผูกพันงบประมาณ 1,045,360,000 บาท โดยโครงการนี้อยู่ระหว่างการจัดจ้างในปีงบประมาณ 2566 เพื่อให้มีผู้รับจ้างสามารถรองรับปริมาณขยะจากการฝังกลบในระยะที่ 1 ได้ในทันที นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษาเพื่อหาแนวทางเหมาะสมสำหรับการกำจัดขยะประมาณ 1,000 ตัน/วัน ในปี 2570 ซึ่งจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมด้วย

โรงขยะสายไหม ปัจจุบันมีการกำจัดขยะอยู่ 2,000 ตัน/วัน แบ่งเป็น 2 โครงการ คือ การกำจัดมูลฝอยระบบใหม่ โดยเป็นการกำจัดมูลฝอยในพื้นที่ของเอกชนปริมาณ 1,000 ตัน/วัน ผูกพันงบประมาณ 4,741,350,000 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2561-2585 จะนำขยะไปกำจัดที่อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยการแยกขยะไปรีไซเคิล เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงปูนซีเมนต์ (RDF)

ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 20% จะนำไปฝังกลบ กับโครงการจ้างเอกชนนำขยะมูลฝอยไปฝังกลบปริมาณ 1,000 ตัน/วัน ผูกพันงบประมาณ 1,042,440,000 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปีงบประมาณ 2563-2568 ซึ่งจะหมดสัญญาจ้างในวันที่ 10 กันยายน 2568

ส่วนโครงการในอนาคตของโรงขยะสายไหมก็คือ โครงการเตาเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 1,000 ตัน/วัน ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุมัติงบประมาณในงบประมาณปี 2567

จัดเก็บขยะ

เช่ารถขยะใหม่ 4,040 ล้านบาท

ด้านการเก็บขนขยะนั้น นายจักกพันธ์กล่าวว่า ในปี 2566 กทม.จะมีการจัด “เช่า” รถเก็บขนขยะทดแทนรถเก็บขนขยะเดิม โดยปีงบประมาณ 2566 ได้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 4,040,582,028 บาท เพื่อเช่ารถจัดเก็บขยะมูลฝอย 692 คัน ระยะเวลา 5 ปี แบ่งเป็นรถเก็บขนขยะมูลฝอย 5 ตัน จำนวน 464 คัน วงเงิน 2,372,596,800 บาท, รถเก็บขนมูลฝอยแบบอัดขนาด 2 ตัน 152 คัน วงเงิน 658,436,184 บาท, รถแบบยกภาชนะ ขนาด 8 ลบ.ม. จำนวน 124 คัน วงเงิน 575,885,016 บาท และรถแบบยกภาชนะ ขนาด 3 ลบ.ม. จำนวน 102 คัน วงเงิน 387,989,028 บาท

พร้อมกับมอบนโยบายให้สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เปิดกว้างในการกำหนดข้อกำหนดในการเช่าประเภทรถเก็บขยะ ทั้งรถ EV น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ สามารถเข้าร่วมการประมูลได้ และ กทม.ยังมีโครงการใหม่คือ การเช่ารถจัดเก็บมูลฝอยขนาดเล็กที่เป็นสามล้อไฟฟ้า จำนวน 50 คัน วงเงิน 45,675,000 บาท เพื่อทดแทนเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้แรงคนในการลากขยะจากจุดพักขยะมายังจุดที่รถจัดเก็บขยะสามารถเข้าถึงได้ด้วย

แคมเปญ “ไม่เทรวมขยะ”

ด้านแคมเปญ “ไม่เทรวมขยะ” ของ กทม.ด้วยการแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นแรก การแยกขยะเปียกออกจากขยะอื่น ๆ ชั้นที่ 2 ส่งเสริมให้แหล่งกำเนิดขยะมีการแยกขยะและทางต้นทางสถานที่แยกขยะสามารถนำขยะที่แยกนั้นนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที หรือส่งให้สำนักงานเขตรวบรวมเพื่อทำประโยชน์ต่อไป และชั้นที่ 3 สนับสนุนให้หน่วยงานรัฐในพื้นที่ กทม. เป็นจุดรับขยะรีไซเคิลเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

ที่ผ่านมาปรากฏผลการดำเนินการในชั้นแรก การให้ประชาชนแยกขยะตั้งแต่ต้นทางใน 3 เขตนำร่อง ได้แก่ เขตพญาไท, เขตปทุมวัน และเขตหนองแขม ในช่วงแรกระหว่างวันที่ 5 กันยายน-31 ตุลาคม 2565 สามารถแยกขยะที่เป็นขยะเปียกหรือเศษอาหารออกจากขยะอื่นได้ 59 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 10% ของขยะทั้งหมด

ในระยะที่ 2 มีการขยายผลในเชิงพื้นที่โดยให้ประชาชนแสดงความประสงค์ในการแยกขยะต้นทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตลงพื้นที่ไปเพื่อจัดขนขยะแยกตั้งแต่ต้นทาง โดยผลการดำเนินการนั้น กทม. สามารถแยกขยะประเภทขยะเปียกหรือเศษอาหารออกจากขยะอื่นได้ 33.34 ตัน/วัน

ในชั้นที่ 2 ให้แหล่งกำเนิดมูลฝอยแยกขยะและจัดการขยะด้วยตัวเองนั้นปรากฏว่ามีแหล่งกำเนิดขยะเข้าร่วมจำนวน 400 แห่ง สามารถนำขยะมาใช้ประโยชน์ต่อได้ 13 ตัน/วัน โดยแหล่งกำเนิดขยะที่เข้าร่วมนั้นได้แก่ ประเภทวัดจำนวน 114 แห่ง, ร้านอาหาร 98 แห่ง, ครัวเรือน 77 แห่ง, สำนักงาน 37 แห่ง, ตลาด 34 แห่ง, ห้างสรรพสินค้า 27 แห่ง และ โรงแรม 13 แห่ง ส่วนชั้นสุดท้ายได้มีการดำเนินการแล้วในสำนักงานของกรุงเทพมหานคร จำนวน 52 แห่ง ได้แก่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า, ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต

“ปัจจุบันจะมีการแยกขยะได้แล้วกว่า 46 ตัน/วัน แต่ก็ยังมีขยะเปียกและเศษอาหารอีกกว่า 50% ที่ยังปนเปื้อนกับขยะประเภทอื่น ซึ่งยังต้องดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น โดย กทม.อาจจะต้องออกข้อบัญญัติที่กำหนดให้ผู้ก่อขยะเป็นผู้มีบทบาทในการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางด้วย” นายจักกพันธ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...