เปิดโปรไฟล์ ‘พลอยนภัส’ รอง หน.เพื่อชาติ พูดได้ 4 ภาษา ชูนโยบายสปีกอิงลิช เริ่มแต่แรกเกิด
เปิดโปรไฟล์ ‘พลอยนภัส’ รอง หน.เพื่อชาติ พูดได้ 4 ภาษา ชูนโยบายสปีกอิงลิช เริ่มแต่แรกเกิด
เมื่อวันที่ 19 เมษายน พรรคเพื่อชาติ เผยแพร่นโยบายด้านการศึกษา โดย น.ส.พลอยนภัส โจววณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ
น.ส.พลอยนภัสกล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่หลายคนยังไม่ทราบ และระบบการศึกษาไทยตลอดจนพรรคการเมืองไม่เคยนำมาใช้ในการกำหนดนโยบาย คือ 1.สมองของคนเราพัฒนาได้มากที่สุดในช่วงอายุ 0-6 ปีแรก เรียกว่า Golden period และ 2.กระบวนการเรียนรู้ทักษะทางภาษาของคนเรา เริ่มต้นที่หู คือการฟัง จากนั้นสมองจึงนำไปพัฒนาและกลายเป็นทักษะในการพูด นี่คือเหตุผลที่ผู้ที่สูญเสียการได้ยินไม่สามารถพูดได้ และก็เป็นเหตุผลที่พลอยพูดได้สี่ภาษาตั้งแต่เด็กๆ โดยไม่เคยต้องเรียนเลย แต่ที่ผ่านมาคนไทยเริ่มเรียนภาษาอังกฤษกันตอน ป.1 หรืออายุประมาณ 7 ขวบ ซึ่งเสียโอกาสของช่วง Golden Period ไปอย่างน่าเสียดาย มิหนำซ้ำ เมื่อเข้าเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียน เรายังเรียนแบบคุณครูมาเขียนบนกระดาน A B C คนไทยเราเรียนภาษาด้วย ‘ตา’ มาตลอด ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดธรรมชาติของมนุษย์
“ต้องขีดเส้นใต้ตรงนี้ นี่คือหัวใจของปัญหาว่าทำไมคนไทยจึงมีปัญหาด้านภาษาอังกฤษ เพราะมันผิดธรรมชาติและเสียช่วง Golden period ไป ทุกวันนี้คนที่มีฐานะดีก็จะซื้อของเล่นดีๆ ที่เสริมทักษะภาษาให้ลูกเล่นตั้งแต่แรกเกิด ส่งไปเรียนโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่เล็ก จะทำให้เด็กไทยจำนวนหนึ่งเป็น bilingual หรือมีทักษะสองภาษาแบบธรรมชาติ ซึ่งถ้ามองในแง่ของความเหลื่อมล้ำ ปัจจุบันแค่ระหว่างคนเรียนจบโรงเรียนใน กทม.กับต่างจังหวัด ก็นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำทางโอกาสแล้ว อีกสิบปีข้างหน้าเราจะเจอกับปัญหาที่ใหญ่กว่านี้แน่นอนค่ะ วันที่เยาวชนจำนวนมากในวันนี้จบโรงเรียนอินเตอร์เพิ่มมากขึ้น โอกาสการแข่งขันกันในการหางานดีๆ ทำก็จะยิ่งยาก อย่าว่าแต่ ร.ร.ในชนบทเลย จบ ร.ร.ดีๆ ใน กทม.จะสู้ไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้
พรรคเพื่อชาติเราตั้งโจทย์ว่าจะทำยังไงให้คนไทยทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนเป็นสองภาษาได้เหมือนกัน เราจึงจะมอบของขวัญวันเกิดเด็กไทยทุกคนที่เกิดจากนี้ไปค่ะ ทั้งการเรียนรู้รูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ของเล่นเสริมทักษะ ที่จะทำให้เด็กไทยสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่แรกเกิด ผู้ปกครองอาจจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เด็กๆ สามารถเล่นเองได้ เรียนรู้เองได้ หรือจะเรียนรู้ไปด้วยกันกับผู้ปกครองก็ได้ เราจะเก็บเกี่ยวช่วง Golden period ให้ได้ และให้คนทั้งประเทศมีโอกาสเท่าเทียมกัน
จากนั้นเราจะพยายามผลักดันให้มีหลักสูตรสองภาษาในโรงเรียนประจำอำเภอทั่วประเทศเป็นการนำร่อง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมากมาย ทุกวันนี้เรามีชาวต่างชาติที่มาเกษียณอายุในไทยเยอะมาก ให้ incentive เป็นเครื่องมือให้คนเหล่านี้มาช่วยเรา แล้วทำหลักสูตรที่เน้นการพูดคุยและใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันให้เด็กไทยทุกคน เด็กไทยทุกคนจะพูดต้องภาษาอังกฤษได้ และเป็น bilingual แน่นอน” น.ส.พลอยนภัสกล่าว
ทั้งนี้ น.ส.พลอยนภัส หรือ ‘พลอย’ เป็นลูกครึ่งสิงคโปร์-ไทย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์-การเงิน (Economics & Finance) จาก London School of Economics and Political Science (LSE), University of London (UOL) ประเทศสิงคโปร์ ระดับปริญญาโทด้าน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (Southeast Asian Studies) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากการเกิดและเติบโตในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นคนสิงคโปร์ทำให้พลอยสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ แต้จิ๋ว และจีนกลาง
แม้จะเปิดตัวในฐานะเลือดใหม่ทางการเมืองกับพรรคเพื่อชาติ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เพิ่งเข้าสู่วงการการเมือง พลอยนภัสทำงานการเมืองมาตั้งแต่อายุ 18 โดยอยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง และเป็นมือขวาของนักการเมืองระดับตำนานอย่าง “สุรินทร์ พิศสุวรรณ”
ประสบการณ์การทำงานการเมืองมากว่า 15 ปี ทำให้ถูกชักชวนเข้าสู่พรรคเพื่อชาติในฐานะรองโฆษกพรรคเมื่อกลางปีที่แล้ว และขยับเป็นรองหัวหน้าพรรคในต้นปีที่ผ่านมา ทำนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของคนไทย โดยชูนโยบาย “คนไทย 2 ภาษา เรียนรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่แรกเกิด” เพื่อความเท่าเทียมในชีวิตของคนไทย
น.ส.พลอยนภัสเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 ของพรรคเพื่อชาติ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่
TikTok: @ploy.ploynarphas
IG: ploy.ploynarphas
FB: พลอย พลอยนภัส โจววณิชย์