โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

'บิ๊กโจ๊ก' หงายไพ่ขอคืนรังตำรวจ ถอนฟ้อง-อโหสิ-เลิกอาฆาตแค้น ลุยทำงานกู้ภาพลักษณ์สีกากี

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 มิ.ย. 2567 เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2567 เวลา 07.09 น.

อนาคตจะได้คืนกลับเข้าสู่ราชการอีกครั้งของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เริ่มมีความหวังขึ้น

น้ำเสียงที่จับได้ล่าสุดระหว่างลงพื้นที่พบปะชาวลำปางมีการผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณีเมืองเหนือ พร้อมคำอวยพรให้บิ๊กโจ๊ก ที่มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน และถูกตั้งกรรมการสอบสวนด้วยว่า ให้หลุดพ้นมลทิน ข้อครหาต่างๆ ได้กลับมารับราชการใหม่อีกครั้ง และได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร. ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องห้องประชุมชมรมชาวปักษ์ใต้ จ.ลำปาง

“ที่ผ่านมา ผมถูกเด้ง ถูกโยกย้ายมาหลายครั้ง นับเป็นความชิน แต่ไม่ท้อ จะยังสู้ หากกลับมาอยู่ในตำแหน่งอีกครั้งจะพัฒนาวงการตำรวจให้ดีขึ้น ให้เป็นที่พึ่งในความเดือดร้อนของประชาชนได้จริงๆ สำหรับในการเดินสาย ได้รับกำลังใจอย่างท่วมท้น มีพลังในการเดินหน้าต่อไป” รอง ผบ.ตร.เปิดใจ หลังปิดไมค์สื่อมวลชนไปพักใหญ่

เป็นน้ำเสียงที่มีความหวังหลังมีบันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกาชุด 2 มีนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ถึงสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

สรุปใจความบันทึก 6 แผ่นกระดาษได้ตอบคำถาม “ปม” มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ว่า ต้องรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยมีมติ หากเป็นการปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้น ย่อมชอบด้วยกระบวนการตามกฎหมาย เป็นธรรมแก่ผู้ถูกสอบสวน รวมถึงการนำความกราบบังคมทูลให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งด้วย

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเกมพลิก “รอง ผบ.ตร.หนุ่ม” เริ่มผ่อนคลายแนวทางการต่อสู้แบบวิ่ง สู้ ฟัด เพราะบันทึก “ที่ปรึกษากฎหมายรัฐบาล” เป็นคุณ

ต่อมาเจ้าตัวได้นำบันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่อ้างว่าได้มาจากโซเชียล ส่งที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เพิ่มเติมจากที่ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมครั้งแรก

ปรากฏว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.ได้ให้อนุ ก.ตร.เกี่ยวกับดำเนินการทางวินัยที่มี พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร. เป็นประธานไปพิจารณาเพิ่มเติม

พล.ต.อ.วินัยเปิดเผยว่า จะนำคำร้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยื่นมาครั้งแรกกับที่ยื่นเพิ่มเติมมาคือบันทึกของคณะกรรมการกฤษฎีกา นัดหารือวันที่ 17 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเชิญข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญทางกฎหมายการดำเนินทางวินัยเข้าร่วมหารือ

พล.ต.อ.วินัยระบุว่า ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติยึดกฎหมายออกคำสั่งต่อข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยและให้ออกราชการไว้ก่อนตามมาตรา 131 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่เคยออกคำสั่งในลักษณะนี้มาไม่ต่ำกว่า 70 นายแล้ว เพราะฉะนั้น กรณีระดับรอง ผบ.ตร.ก็ว่าไปตามกฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่แยกเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือนายตำรวจเด็กๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอนุกรรมการจะมีความเห็นอย่างไร จะจบที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) วินิจฉัย เปรียบเสมือนศาลปกครองชั้นต้น

“พล.ต.อ.สุรเชษฐ์พ้นตำแหน่งรอง ผบ.ตร.แล้ว เพราะขณะนี้เงินเดือนก็ไม่ได้รับแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ต้องนำความกราบบังคมทูลให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งก่อน” ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิจากการเลือกตั้งเผย

ล่าสุดบิ๊กโจ๊กให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงคำวิจารณ์ที่ผู้ใหญ่มองว่า “ไม่ให้กลับมารับราชการก็อันตราย จะให้กลับก็อันตรายเช่นกัน” ว่า ไม่ทราบคำวิจารณ์นี้ ถ้าได้กลับรับราชการ ทุกอย่างต้องอโหสิให้หมด ต้องเสียสละเรื่องราวในอดีต ที่เคยฟ้องร้องต้องเลิกกันให้หมด ไม่อย่างนั้นองค์กรเดินไม่ได้ ส่วนคดีความที่อยู่ในศาลก็ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

“จะคิดถึงแต่ตัวเองมานั่งอาฆาตล้างแค้นฟ้องร้องคดีกันไม่ได้ ถ้าผมได้กลับมาต้องให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ นำภาพบวกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติคืนกลับมาให้ได้ เพราะประชาชนกำลังรอคอยตำรวจทำงาน แต่ถ้าไม่ได้กลับวันนี้ไม่ต้องทำไรแล้วเพราะกระบวนการต่างๆ ที่ร้องขอความเป็นธรรมได้เอาเข้าช่องทางหมดแล้ว ทั้งการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ วันนี้แค่รอเพราะกระบวนการต่างๆ ที่ได้ร้องไปทำงานอยู่ ผมมั่นใจว่าทุกกระบวนการให้ความเป็นธรรม” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่าถ้าได้กลับ จบ แต่ถ้าไม่ได้กลับ รบต่อหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า “อย่าใช้คำว่ารบต่อ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ย่อมต้องแสวงหาความยุติธรรมต่อ แต่ถ้าได้กลับ ใครจะเลิกไม่เลิกก็แล้วแต่ สำหรับผมถอนฟ้องทั้งหมด แล้วผมกลับมาทำงานไม่ใช่กลับมาหาเรื่อง มาเข่นฆ่ากันก็ไม่ต้องกลับมาดีกว่า ไม่มีประโยชน์”

“ดังนั้น การกลับมาต้องเป็นประโยชน์ต่อองค์กร เป็นประโยชน์ต่อตำรวจระดับล่าง เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ถ้ากลับมาแล้วไม่มีประโยชน์ไม่ต้องกลับมา วันนี้มีงานต้องทำเยอะมาก ทั้งงานสอบสวนต้องพัฒนา โรงพักต้องเอาเทคโนโลยีเข้ามา และแก้ปัญหาสหกรณ์ตำรวจ”

ท่าทีดังกล่าวมีการตั้งข้อสังเกตว่า “บิ๊กโจ๊ก” หงายไพ่ลดเพดานบิน เพื่อหาทางลงหรือไม่?

เพื่อจะได้กลับมาสวมเครื่องแบบอันเป็นที่รักอีกครั้ง แม้จะไม่ได้เป็นแคนดิเดต ผบ.ตร.คนที่ 15 เพราะมีคดีเป็นชนักติดหลัง อาจมีคำถามเรื่องความสง่างาม อีกทั้งจะเกษียณอายุราชการปี 2574 นั้นยังรอได้

พร้อมกับข่าวแพร่สะพัดในอาณาจักรโล่เงินว่า มีทางออกเพื่อลดอุณหภูมิร้อนแรงในองค์กร ด้วยการประนีประนอม ให้ “2 บิ๊กนายพล” ที่เปิดศึกกันแล้วโดนเด้งทั้งคู่ได้กลับ ในส่วนคดีอยู่ในขั้นตอนก็ว่ากันไป

เหตุผลหนึ่งเพื่อให้นายหนึ่งจบชีวิตราชการได้สวยงาม ไม่เสียหน้า และอีกนายเพื่อแก้ปมบันทึก “หน่วยงานที่ปรึกษารัฐบาล”

จับตาดูว่าฉากทัศน์ที่จะเกิดต่อไป เป็นไปตามข่าวเล็ดลอดออกมาหรือไม่?

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘บิ๊กโจ๊ก’ หงายไพ่ขอคืนรังตำรวจ ถอนฟ้อง-อโหสิ-เลิกอาฆาตแค้น ลุยทำงานกู้ภาพลักษณ์สีกากี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...