โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EEC ผุดแพ็กเกจใหม่ อัพเกรด 5G โรงงานดึงดูดนักลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2567 เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2567 เวลา 00.00 น.
ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร

สัมภาษณ์พิเศษ

ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่คุกรุ่นได้เขย่าห่วงโซ่ซัพพลายเชนโลก นำมาสู่การเคลื่อนย้ายการลงทุนจากฐานผลิตของโลกอย่างจีนออกมาสู่อาเซียน นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการดึงดูดการลงทุนใหม่ เพื่อสร้างรายได้จากเม็ดเงินลงทุน FDI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งการรักษา “นักลงทุน” รายเดิมที่ลงหลักปักฐานในประเทศไทยมายาวนาน ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หลังเกิดเหตุการณ์นักลงทุนหลายค่ายเบนหัวเรือออกจากประเทศไทยไปแล้ว

ล่าสุด “นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร” รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (รองเลขาธิการ EEC) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากเข้าทำหน้าที่ 6-7 เดือน ถึงภารกิจในการรักษาการลงทุนของ “ลูกค้าเดิม” ให้อยู่กับประเทศไทยต่อไป

ผุดแพ็กเกจหนุนใช้ 5G

EEC เกิดขึ้นมาไม่ใช่แค่ดึงดูดนักลงทุนเข้ามาเท่านั้น แต่การรักษานักลงทุนที่อยู่ “ให้อยากอยู่ต่อไป” ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่ง วิธีคิดนี้จึงเป็นคนละวิธีกับการดึงดูดการลงทุน ซึ่งเราจะต้องตีโจทย์ว่า จะใช้วิธีการอะไรเพื่อรักษานักลงทุนเหล่านี้ไว้ จึงเกิดแนวทางที่ EEC จะส่งเสริมนักลงทุนที่อยู่เดิม แต่ถ้าเมื่อไรที่โรงงานเหล่านี้เริ่มใช้ระบบออโตเมต ใส่ออโตเมชั่นเข้าไป เราให้สิทธิประโยชน์

หลายคนอาจจะฟังดูย้อนแย้งว่า ถ้ายิ่งไปส่งเสริมให้ใช้ออโตเมต หรือใช้เครื่องมากเท่าไร เท่ากับการใช้คนไทยจะน้อยแล้วประเทศไทยจะได้ประโยชน์อย่างไร ตรงนี้บอกได้ว่า ถ้าเราไม่ให้สิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมเรื่องนี้เพื่อดึงเขาไว้ พวกนี้ก็จะย้ายฐานการผลิตแน่

ยกตัวอย่าง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนสี จิ้นผิง บอกว่า จะเพิ่มหุ่นยนต์เป็น 1-2 ล้านตัว ทั้งที่ตอนนั้นค่าแรงจีนก็ถูกมาก ผู้นำจีนที่มีวิสัยทัศน์เขาเห็นแล้วว่า การจะไปกดค่าแรงคนเล่นเกมยาวไม่ได้ เราต้องอัพสกิลให้ทำงานที่แพงขึ้น

ทำไมต้องกำหนดเป็น 5G

ในโรงงานจะมีงานบางงานไม่ได้ใช้ 5G เช่น สายพานไม่ใช่ 5G บางอย่างใช้ 5G ดังนั้นเรากำลังจะบอกว่า ต้องลงทุนออโตเมตมากขึ้น งานที่ทำซ้ำซากใช้หุ่นยนต์หรือระบบออโตเมต ซึ่งในอนาคตจะเลี่ยงยาก แต่คำว่า “ออโตเมต” เราหาเส้นแบ่งไม่เจอ ดังนั้นถ้าใช้ 5G ทำให้มันมีเส้นแบ่ง เช่น ถ้าบอกว่ามาขอสิทธิประโยชน์เพิ่มเพราะใช้หุ่นยนต์รุ่นที่ 4 แล้ว เราแยกไม่ได้ว่า รุ่น 1-2-3 เป็นอย่างไร เราไม่รู้ แต่ถ้าใช้ 5G ทำให้แบ่งได้ว่า มีการใช้ระบบที่มากขึ้น

ซึ่งประเด็นนี้จะมีบางคนแย้งว่า การลงทุนพัฒนาออโตเมตเป็นสิ่งที่โรงงานต้องทำอยู่แล้ว (จะไปช่วยเขาทำไม) อย่างแรก วันนี้เราประมูล 5G มาแล้ว 5 ปี เพิ่งจะมีโรงงานเริ่มใช้ระบบ 5G เป็นโรงงานแรกในวันนี้คือ โรงงานจีน ที่มาลงทุน (ไมเดีย) แล้วที่เหลือหายไปไหน สาเหตุที่ไม่มีการลงทุนใช้ 5G ในโรงงานเพราะมันแพง ดังนั้นวันนี้ต้องเร่งให้มีดีมานด์เยอะ ๆ ประเทศก็ได้ประโยชน์ คือ ได้นักลงทุน เงินลงทุน

“เราไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์กับพวกที่ให้บริการ 5G แต่ประโยชน์ที่ได้จากการส่งเสริมคือ เขาจะได้ลูกค้าเพิ่ม แล้วก็จะไปจ่ายกลับคืนให้รัฐในรูปแบบอื่นและจะนำไปสู่การอัพเกรดสู่ 5.5G ถ้าไม่มีดีมานด์ 5G แล้วใครจะไปมีกำลังอัพเกรดเป็น 5.5G แต่ถ้าเวียดนามดันมี 5.5G หรือสิงคโปร์มีแน่ ๆ เราจะเสียโอกาสในการดึงการลงทุน”

สิทธิประโยชน์ที่จะให้เพิ่ม 5 ปี

สิทธิประโยชน์ที่จะให้เพิ่มก็คือ ต้องลดภาษีส่วนที่มีการขยายการลงทุนเพิ่ม แม้ว่าจะอยู่ในโครงการเดิมที่เคยขอสิทธิบีโอไอ แต่หากมีการลงทุนพัฒนาส่วนนี้เพิ่มให้มาขอที่ EEC ถ้าซื้อของมาทำพวกนี้ เพราะมันสะท้อนถึงว่า เขาเป็นนักลงทุนที่ไม่ได้อยู่ไปวัน ๆ และที่สำคัญ ถ้าเราเร่งส่งเสริมไม่ทำแบบนี้ ตอนที่เรากำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ ทางปักกิ่งเริ่มใช้ไปถึง 5.5G แล้ว

เราคิดแบบนี้ว่า หากคุณออโตเมตด้วย 5G ตัวใหม่ เช่น อาจจะลงทุนเพิ่ม 2 ล้าน แต่ผมให้เพิ่มไป 5-6 ล้านเลย เพราะเราต้องการให้นักลงทุนไปบอกกันปากต่อปากต่อไปว่า ไทยมีการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต (Future Ready) ซึ่งตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ว่า อาจจะให้ 5 ปีก่อน เพราะเราไม่ได้จะเอาภาษีชาวบ้านไปแจก

ขั้นตอนการเสนอ

ตอนนี้กำลังจัดทำ “แพ็กเกจรวมฮิต” จะมี 5 เรื่อง นอกจากเรื่องการส่งเสริมเรื่องการลงทุนพัฒนา 5G แล้วจะมีเรื่องยกระดับการศึกษา การยกระดับการดูแลเรื่องรถดับเพลิง การจ้างงาน และการลดคาร์บอน เราจะต้องใช้เวลาร่างประกาศใหม่ในอีก 4-5 เดือน เป็นการสร้างแพ็กเกจโดยใช้การขับเคลื่อนด้วยดีมานด์ (Demand Driven)

เพราะจากการไปหารือและพบกับนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้ทราบถึงความต้องการของนักลงทุนที่มีความต้องการจะยกระดับอุตสาหกรรมหลังจากที่ลงทุนแล้ว เพราะท้ายที่สุดนักลงทุนชอบเมืองไทยถึงจะขัดข้องหลายเรื่อง แต่มีความน่าอยู่

เรื่องรถดับเพลิง เกิดจากที่ใน พ.ร.บ.EEC มีการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนานำมาดูแลทุกมิติ โดยมีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุน เพื่อนำมาทำประโยชน์ ดังนั้นจึงต้องมีแพ็กเกจว่า ถ้าจ่ายเงินเข้ากองทุนใน 3 ปีแรก หรือ 5 ปีแรก ให้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่อยากจ่าย หลังจากที่ร่างแพ็กเกจแล้วจะเสนอ เลขาฯ EEC ในลำดับต่อไป

4 เดือนแรก นักลงทุนเข้ามามาก

ตอนนี้มีนักลงทุนเข้ามาแน่ 30 ราย เม็ดเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท โดยนักลงทุนที่เข้ามามีหลากหลายประเทศ ทั้งจากจีน ญี่ปุ่น สหรัฐ ส่วนอุตสาหกรรมที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็น BCG เพราะการสกรีนและการต่อรองของ EEC โดยอุตสาหกรรมที่เข้ามาต้องสอดคล้องกับเรื่องการลดคาร์บอนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหลืออย่างเดียวคือการให้ไปแล้วยังไม่พอ ต้องมีการตรวจสอบและกำกับดูแล

วันนี้เกิดปรากฏการณ์คือ จีโอโพลิติกส์ เหมือนจะช่วยเรา ตรงที่นักลงทุนต่างประเทศที่อยู่ในจีน ผลิตสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดสินค้าจากจีนถูกไล่บี้ทุกวัน เขาต้องเริ่มคิดว่าทำอย่างไรดี ทำให้กลุ่มนี้หันมาใช้ฐานที่ไทย แต่เราคงดึงมาได้ไม่หมด เพราะเรายังไม่มีใครมาวาง “เกมยาว” เรื่องการปฏิรูประบบการศึกษาของไทยเป็นเรื่องเป็นราว ยังจะไม่ดีพอที่จะป้อนโรงงาน

ปัญหาที่ดินไม่พอ ซึ่งปีที่แล้วเป็นปีที่ทำสถิติที่ดินขายออกมามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ที่ดินสต๊อกเหลือไม่พอ เพราะไม่ใช่ได้ที่ดินมาแล้วจะเป็นนิคมได้ทันที ต้องขออนุญาต ต้องทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ถมดินทำสาธารณูปโภค งานนี้ใช้เวลา 2-3 ปี

ดังนั้นวันนี้ 1) ซัพพลายที่ดินทำท่าจะไม่พอ 2) ซัพพลายน้ำก็ไม่ค่อยพอ 3) ซัพพลายพลังงานก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะนักลงทุนอยากได้พลังงานหมุนเวียน RE 100% เราขาดแคลนหมด คนจะดีไซน์เป็นคนออกแบบผังวงจรไม่มี รัฐบาลไหนก็ไม่มีเรื่องปฏิรูปการศึกษา เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านมาเลเซีย หรือเวียดนาม คนพูดหลายภาษาได้

ดึงลงทุนเชิงรุก

เมื่อก่อนนักลงทุน ใครอยากมาลงทุนในไทยต้องไปขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งจะมีกระบวนการให้สิทธิประโยชน์ตามประเภทกลุ่มโรงงาน เช่น A1 A2 ตามระบบของเขา แต่หลังจากที่มีกฎหมาย EEC ออกมา และเลขาฯ EEC ปัจจุบันได้ให้นโยบายว่า เราต้องวิ่งไปหาลูกค้า และต้องเทเลอร์เมด (สั่งตัด) มาตรการส่งเสริมการลงทุนตามความเหมาะสม โดยเราจะต้องไปนั่งคุยกับนักลงทุนก่อนและต้องใช้เวลาเจรจา ซึ่งอาจจะช้า

แต่มาตรการที่ออกมาแน่นอนว่าจะมากกว่าหรือเท่ากับ BOI เราจะต้องเจรจาต่อรองเพื่อให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเมื่อเทียบกับ BOI สามารถส่งเสริมได้หมดทุกพื้นที่ ส่วน EEC จะออกนอกเขตส่งเสริมไม่ได้ ฉะนั้นอย่ากังวลการแข่งกันเพราะเรากินภาษีชาวบ้านเหมือนกัน งานของเราคือไปแข่งกับต่างชาติดึงการลงทุนเข้ามาใน EEC

ปรับกลยุทธ์แข่งเวียดนาม

ไทยมีจุดแข็งคือ ถนนเราดี ไฟฟ้าเราดีกว่า สื่อสารเราดีกว่า และชีวิตนอกการทำงานเราก็ดีกว่า ผลงานแรกของผมคือ จะทำวีซ่าและเวิร์กเพอร์มิตในใบเดียว เพื่อความสะดวก จากเดิมมีวีซ่า 4 ประเภท S คือ Specialist E คือ Executive P คือ Professional และ O คือ Other หมายถึง ผู้ติดตาม คนในครอบครัว ซึ่งเดิมให้แค่ 4 คน ทั้ง ๆ ที่ที่ดินก็ให้ถือ 100% ทุกเรื่องยอมให้ แต่ไปจำกัดผู้ติดตาม เพราะผู้บริหารอาจจะพาครอบครัวมามากกว่านั้น และมีการกินอยู่ใช้จ่าย

“ถ้าเราคิดว่าเข้ามาเยอะจะมายึดประเทศ ก็ง่าย ๆ เลยว่า เขาก็ไม่มา เราไม่มีเงินนอกเข้า เราก็ไม่รอด ผมมองว่าเรามีจุดแข็งที่ยังขายได้ ของที่อยู่ในมือ ตามจุดหมายที่เรามี ดังนั้นเราต้องทำให้แรง”

โจทย์ใหม่พลังงาน RE100

ส่วนเรื่องพลังงาน ที่นักลงทุนมีความต้องการพลังงานหมุนเวียน 100% หรือ RE100 เรามีอำนาจอนุญาตไฟออฟกริด แต่ไฟออฟกริดแพงโซลาร์เซลล์ทำไม่ไหว แม้ว่าประสิทธิภาพจะดีขึ้นจาก 8 ไร่/1 MW เหลือ 6 ไร่/MW แต่คิดต่อไร่แพง และถ้าจะให้ผลิตจากที่อื่นแล้วส่งมาก็จะเกิดประเด็นว่า สายส่งไม่พออีก แล้วสายส่งเป็นอำนาจ กพช. (คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ) และ กกพ. (คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ) ถ้าไม่แกะล็อกอันนี้ พวกแอมะซอน-ไมโครซอฟท์ หรือใครที่จะมาลงทุนก็ไม่ได้

เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาเลเซีย หรือเวียดนาม ที่ขายไฟแบบ RE100 ยูนิตลด 3 บาท แต่ของเราค่าไฟฟ้าทั่วไป (ที่ไม่ใช่ RE) ยังอยู่ที่ 4 บาท/หน่วย ถ้ารัฐวิสาหกิจเก็บค่าใช้สายไฟเยอะ ทำให้ต้นทุนสูง คือวันนี้ทุกหน่วยงานต้องกลับไปถามตัวเองว่า เหตุผลของประเทศใหญ่กว่าเหตุผลตัวเองหรือไม่ และนโยบายต้องมีภาพที่ชัดออกมา เพราะผลจะเป็นอีกแบบ

นักลงทุนมองไฮสปีดเทรนไม่คืบ

ทุกคนถามถึงเรื่องรถไฟความเร็วสูงเสมอ ถ้าไม่มีรถไฟก็ทำให้สนามบินช้า ส่วนมาบตาพุดไม่ติดอะไร อย่างสนามบินเท่าที่ประชุมกัน ยังยืนยันว่าจะมีการลงทุนแน่นอน แต่ยังเหลือเวลาที่จะเร่งรถไฟ ถ้ามองจากมุมมองนักลงทุนต่างชาติต้องมีวาจาสิทธิ์ พูดแล้วต้องทำ และเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก เราแข่งกับทั้งโลก ระบบการเจรจาจะให้ความยืดหยุ่นกลับ ทำให้เราสามารถรักษาและดึงดูดนักลงทุนได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : EEC ผุดแพ็กเกจใหม่ อัพเกรด 5G โรงงานดึงดูดนักลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...