โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดรายได้ คาราบาวกรุ๊ป เบียร์น้องใหม่ โกยรายได้ไตรมาสแรก 4.9 พันล้าน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 06.34 น. • สยามนิวส์
เปิดรายได้ คาราบาวกรุ๊ป เบียร์น้องใหม่ โกยรายได้ไตรมาสแรก 4.9 พันล้าน

วันที่ 11 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท คาราบาวรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายรวม 4,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองจำนวน 2,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากทั้งธุรกิจในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ที่กลับมาฟื้นตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกจำนวน 1,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากการจัดจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องดื่มแลกอฮอล์เป็นหลัก ในขณะที่รายได้จากการจำหน่ายสินค้ากลุ่มอื่นๆเท่ากับ 202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากการผลิตและจำหน่ายขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์ต่างๆให้แก่บริษัทคู่ค้าและคู่ค้าผู้ผลิตเบียร์คาราบาวและเบียร์ตะวันแดง

ส่วนรายได้จากการขายในประเทศจำนวน 1,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากการเติบโตของเครื่องดื่มคาราบาวแดง เป็นผลจากการที่บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์หลัก คงราคาขายปลีกที่ 10 บาท ช่วยคนไทยลดค่าครองชีพ ยังคงความแข็งแกร่งจากการกระจายสินค้าผ่านช่องทางหน่วยรถเงินสดที่มีอยู่เดิมและการวางพื้นฐานการกระจายสินค้าในโครงช่ายผ่านช่องทางการค้าแบบดั้งเดิม(Traditional trade) ให้กว้างขวางและครอบคลุมในระดับอำเภอทั่วทั้งประเทศ จากประสิทธิภาพจากการกระจายสินค้าที่ครอบคลุม การสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภคในการตอกย้ำจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และราคาขาย

ในขณะที่คู่แข่งหลักได้ปรับราคาขายขึ้นเป็น 12 บาท ประกอบกับการออกสินค้าใหม่ได้แก่ เบียร์คาราบาวและเบียร์ตะวันแดง ส่งผลทางอ้อมในเชิงบวกให้แบรนด์ “คาราบาวแดง” เป็นที่รู้จักในวงกว้างและเข้าถึงผู้บริโภคในวัยหนุ่มสาวและวัยทำงานมากขึ้น จึงช่วยกระตุ้นการรับรู้และผลักดันยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดงในประเทศ ส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 10% ขณะที่รายได้จากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศมีจำนวน 1,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากกลุ่มประเทศ CLMV ที่กลับมาพื้นตัวดีขึ้นเป็นหลัก

โดยร่วมมือกับคู่ค้าทำการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายในประเทศกัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม ในรูปแบบที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ เช่น จัดแคมเปญส่งเสริมการขาย สนับสนุนการแข่งขันมวย จัดคอนเสิร์ตพร้อมกับแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างของบริษัท เป็นต้น นอกจากนี้ รายได้จากการส่งออกไปยังประเทศเวียดนามยังคงเติบโตต่อเนื่อง ภายหลังจากการร่วมมือกับคู่ค้ารายใหม่ที่มีความสามารถในการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมในพื้นที่และเข้าใจตลาด บริษัทคาดว่าประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่มีโอกาสสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 27% เพิ่มขึ้นจากในช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 25% จากกำไรขั้นต้นของสินค้าที่ดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้าและไตรมาสก่อนหน้า ถึงแม้ว่าราคาน้ำตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบอื่น เพื่อลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี

ตลอดจนต้นทุนพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ประกอบกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ที่กลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนผลิตที่ลดลงจากประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) ในขณะที่ส่วนผสมของความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ตามยอดขาย (Product mix) ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้าและไตรมาสก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...