รีวิว: Supacell ยอดมนุษย์ซุปเปอร์พาวเวอร์ ซีรีส์ Original Netflix จากอังกฤษ น่าดูหรือไม่?
LSA Thailand
อัพเดต 15 ก.ค. 2567 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 06.30 น. • Lifestyle Asia Thailandในยุคที่เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ฝั่ง Marvel และ DC เป็นช่วงซบเซา ไม่ต่างจากเศรษฐกิจทั่วโลก ที่รอยาดีมาบูทชุบชีวิตให้ฟื้น แต่ก็ไม่รู้จะรอดได้อีกนานแค่ไหน เป็นโอกาสดีที่ฝั่งอังกฤษจะช่วงชิงโอกาส ปล่อยคอนเทนต์ซีรีส์แนวยอดมนุษย์อย่างกะ X-Men มาเสิร์ฟผู้ชมชาว Netflix ให้รับกลิ่นใหม่ๆ กันดูบ้าง วันนี้ LSA Theater! ชวนไปปล่อยพลังกันที่เมืองผู้ดี กับรีวิว เรื่อง Supacell ยอดมนุษย์ซูปาเซลล์
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์
Lifestyle Asia rating: 3/5
ประเภท: ซุปเปอร์ฮีโร่ ยอดมนุษย์ ไซไฟ ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ช่วยเหลือคนที่รัก จากการขู่ฆ่าของวายร้าย ดราม่าสะท้อนชีวิตของคนผิวสีใน South London
นักแสดง:
- Tosin Cole รับบทเป็น Michael Lasaki
- Nadine Mills รับบทเป็น Sabrina Clarke
- Eric Kofi Abrefa รับบทเป็น Andre
- Calvin Demba รับบทเป็น Rodney
- Josh Tedeku รับบทเป็น Tazer
- Adelayo Adedayo รับบทเป็น Dionne
- Rayxia Ojo รับบทเป็น Sharleen Clarke
- Michael Salami รับบทเป็น Gabriel
ผู้กำกับ: Rapman
จำนวนตอนทั้งหมด: 6
ความยาวต่อตอน: 48 – 59 นาที
ดูได้ที่ไหน: Netflix
ดูได้เมื่อไหร่: 27 มิถุนายน 2567
1 /5
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้?
Image Credit: Netflix
ถือเป็นมิติใหม่ของซีรีส์แนวพลังพิเศษ Super Hero ที่นานๆ ที เราจะได้เห็นจากเกาะอังกฤษ โดยมีตัวแทนเป็นคนผิวสีทั้งหมด ซึ่งมักจะถูกโดนบูลลี่ เหยียดหยาม ในแทบทุกสังคมบนโลก ไม่เว้นแม้แต่มหานครลอนดอน เราได้เห็นวัฒนธรรม ความน่ารัก การดูแลเอาใจใส่คนที่รักของพวกเขา ที่เป็นเรื่องดูจะซีเรียสมากๆ ในครอบครัว ทำให้เราได้เห็นการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ผ่านตัวละครที่ลงลึกถึงตัวตนอย่างมีมิติ เป็นการตีแผ่ด้านมืดของเมืองที่ภาพลักษณ์สวยงาม เจริญก้าวหน้า แต่ก็ซุกซ่อนไว้ด้วยปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรง แก๊งผู้มีอิทธิพล และยาเสพติดเกลื่อนเมือง สำหรับใครไม่ชอบอ่านซับไตเติ้ล มีพากย์ไทยให้ด้วย
2 /5
เราไม่ชอบตรงไหน?
Image Credit: Netflix
ไม่รู้จะโทษใครดี แต่เราดันติดภาพความ ระเบิดภูเขา เผากระท่อม ของค่ายอื่นๆ ไปซะเยอะแล้ว พอขึ้นชื่อมาว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ เลยมีความคาดหวังความมันส์ ความอลังการในการเล่าเรื่องเป็นธรรมดา ถือเป็นเรื่องที่ดูแก้เบื่อได้เรื่อยๆ ไม่ได้มีฉาก หรือ ตอนไหน ทำให้เราว้าวหรือจดจำไปเล่าต่อได้ขนาดนั้น จนบางทีอาจจะเพลอน่าเบื่อไปเลยก็ได้ การเล่าเรื่องเรื่อยๆ ถึงจะมีฉากวาร์ปข้ามเวลาให้ชวนสงสัยบ้าง พลังพิเศษไม่ได้มีอะไรที่พิศดารขนาดทำให้เราอ้าปากค้าง (แอบจะเหมือนค่ายอื่นเสียด้วยซ้ำ) แต่ก็สมบริบทและโทนของเรื่องแล้ว เรื่องภาพเอฟเฟ็กซ์ CG ทำได้มาตรฐานโปรดักชั่นเมืองนอก ขอห้อยท้ายไว้ด้วยองกรค์ลับที่ผลิตวิจัย ‘ซูปาเซลล์’ หวงตัวมากๆ แว๊บมาให้เราเห็นแค่นิดหน่อย จบแล้วยังมีคำถามมากมายเต็มไปหมด
3 /5
เนื้อเรื่องย่อ
Image Credit: Netflix
ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของมหานครเอกของโลกของ ลอนดอน การพัฒนาความเจริญรุดหน้าไปในทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่ขีดจำกัดความสามารถของมนุษย์ เกิดเป็นองค์กรณ์ลึกลับที่ทำการค้นคว้าวิจัย เซลล์หายากที่เรียกว่า ‘ซูปาเซลล์’ ขึ้นมา เพื่อสร้างยอดมนุษย์ขึ้นมา โดยไม่ทราบจุดประสงค์ที่ชัดเจน
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อคนผิวสีทั้ง 5 คน เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งที่ถึงแม้จะมีพลังพิเศษ แต่พวกเขากลับไม่มีความสุข และไม่ภูมิใจกับสิ่งที่อยู่ในตัวเลย หรืออาจจะเป็นเพียงเพราะว่า ‘การเป็นคนดำ ชนชั้นล่าง’ ของสังคมชั้นสูงนี้หรือไม่ สุดท้ายก็ต้องกลับเป็นเหยื่อของอาชญากร ที่ต้องการมีอำนาจล้นเมือง ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และ ยาเสพติด เพื่อช่วยเหลือคนที่ตนเองรัก พวกเขาต้องยอมทำทุกอย่าง โดยใช้ของขวัญจากพระเจ้าที่มอบให้อย่างไม่เต็มใจทั้งการ ‘ล่องหนหายตัวได้, วิ่งเร็วเหนือเสียง, หยุดเวลา วาร์ปไทม์ไลน์, เหอะเหินเดินอากาศ เคลื่อนย้ายวัตถุ และความแข็งแกร่งเกินใคร’
4 /5
Spacell (ซูปาเซลล์)
Image Credit: Netflix
ซีรีส์พยายามดำดิ่งสำรวจลึกเข้าไปถึงตัวละครแต่ละตัว ที่มีความเป็นคนธรรมดา ชนชั้นแรงงาน หาเช้ากินค่ำ โดนปฏิเสธจากสังคม และ ที่ชัดเจนคือการเป็นคนผิวดำในลอนดอนของทั้ง 5 คน ได้แก่
-ไมเคิล: ความสามารถ คือ การวาร์ปไปทุกไทม์ไลน์ อดีต ปัจจุบัน อนาคต
พระเอกของเราทำอาชีพพนักงานขับรถส่งของ ที่เปิดเรื่องมาก็แลดูจะมีความสุขกับแฟนสาว ที่มีความฝันจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน วันหนึ่งดวงตาของเขาก็กลายเป็นสีเหลือง เป็นการปลุกพลังพิเศษในตัววาร์ปไปยังอนาคต เพื่อพบตัวเองอีกคนในอีกโลกหนึ่ง เพื่อมาเตือนว่าอีก 3 เดือน แฟนของเขาจะตาย เมื่อวาร์ปกลับมาได้จึงเริ่มออกค้นหาความจริงเพื่อหยุดเหตุการณ์ดังกล่าว ที่จะต้องสุญเสียคนรักไป
– อันเดร: ความสามารถ คือ มีแรงพละกำลังมหาศาล
คุณพ่อที่มีปมอันข่มขื่นที่ต้องแยกทางกับภรรยา โดยไม่ได้รับสิทธิ์เลี้ยงดู เนื่องจากสภาพฐานะทางการเงิน ไม่มีอาชีพ และประวัติการติดคุก ที่ถึงแม้เขาจะเป็นคนดี พร้อมกลับคืนสู่การเป็นพ่อที่ดีของลูกชาย แต่ดูเหมือนสังคมจะไม่ให้โอกาสเค้าเลย
– ซาบริน่า: ความสามารถ คือ ใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุได้โดยไม่ต้องสัมผัส (ถึงตอนนี้เริ่มจะคล้าย วันด้า แม็กซิมอฟฟ์ หรือ เหล่า Fantastic Four ไปล่ะ) สาวพยาบาลที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อต้องการพิสูจน์ตัวเองในการก้าวเป็นพนักงานประจำของโรงพยาบาล แต่ก็มีปัญหาที่ต้องแก้เมื่อ น้องสาวของตัวเองกลับไปคบกับเจ้าพ่อค้าเสพติดรายใหญ่ของเมือง
– ร็อดนีย์: ความสามารถ คือ วิ่งไวแบบ The Flash ของ DC เด็กหนุ่มผิวดำที่กลายมาเป็นพ่อค้ายาเสพติดตามถนน ในวงจรสังคมอุบาทว์
– เทเซอร์: ความสามารถ คือ การล่องหนได้ เด็กหนุ่มที่มีความฝันอันทะเยอทะยาน ในการก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาล เพื่ออำนาจ ความยิ่งใหญ่ครองเมือง
5 /5
Protect the One You Love
Image Credit: Netflix
จากที่เห็นทั้ง 6 EP ที่โดดเด่น คือ ความเรียลของตัวละคร โดยที่ทั้ง 5 คน คือ คนผิวดำทั้งหมด ที่บางสังคมถูกผลักให้เป็นคนละระดับ เช่นเดียวกับชาว LGBTQ+ การเป็นคนธรรมดาที่กลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่นี้แหล่ะ ทำให้คนดู เข้าถึง สัมผัสปมความเจ็บปวดที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนได้ง่าย ไม่เหมือนชนชั้น Elite ที่ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ต้องพยายามแก้ปัญหาอะไรในชีวิต แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อยามสังคมมีปัญหา ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนในสังคมก็ได้รับผลกระทบหมด กลายเป็นดราม่าที่มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไปของการกระทำ การตัดสินใจของตัวละคร ดูสมจริงๆ เหมือนชีวิตของคุณน้า คุณอา คุณพี่ ข้างบ้านเรา ในย่าน South London
เรื่องราวไต่ลำดับความเข้มข้นจากการที่ ไมเคิล เริ่มออกตามหาผู้คนที่มี ‘ซูปาเซลล์’ เหมือนกับเขา เพื่อช่วยชีวิตของภรรยา ที่กำลังจะตายในอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยที่แรกๆ นั้นคนอื่นๆ ก็ดูจะไม่ให้ความร่วมมือมากนัก เพราะด้วยยังงงๆ กับสิ่งที่อยู่ในตัว และทั้ง 5 ตัวละครนี้ ก็มีการผูกปมเส้นเรื่องคนละอย่าง ไม่เกี่ยวข้องกันเลย จนท้ายเรื่องถึงจะมีการรวมตัวเพื่อทำภารกิจเกิดขึ้น
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นฮีโร่เทาๆ ในเมืองหม่นๆ ก็ที่ยังงงๆ กับ Super Power ของตัวเอง คนที่ภายนอกอาจจะดูร้ายๆ แต่เบื้องหลังอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็น ตอนจบมีการหักมุมพอสมควร แต่ก็พอจะคาดเดาได้ โดยทิ้งปมปริศนาเป็นเงื่อมงำขององค์กรปริศนาที่จับคนมาทำการทดลอง โดยสรุปแล้ว พลังวิเศษที่เหล่า ยอดมนุษย์กลุ่มนี้มีนอกจาก ความสามารถในการ ‘ล่องหนหายตัวได้, วิ่งเร็วเหนือเสียง, หยุดเวลา วาร์ปไทม์ไลน์, เหอะเหินเดินอากาศ เคลื่อนย้ายวัตถุ และความแข็งแกร่งเกินใคร’ซึ่งก็ดูว่าพวกเขาไม่ได้เต็มใจอยากได้เท่าไหร่นัก แถมยังไม่ได้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย ‘การปกป้อง ดูแล เทคแคร์ คนที่คุณรัก’ ต่างหาก คือ พลังพิเศษที่พวกเขามีอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่พระเจ้ามอบให้มนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่เกิด โดยไม่มีใครพรากเอาไปได้
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่ เลย Main, Hero and Featured images: Netflix The information in this article is accurate as of the date of publication.