โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนขยะเป็นอิฐบล็อก ก้าวเล็กๆ จากต้นกล้าไร้ถัง สู่เกาะพะงันที่ไร้ขยะ

TODAY

อัพเดต 03 ก.ค. 2566 เวลา 18.07 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 11.07 น. • workpointTODAY

เกาะพะงันเป็นเกาะที่การท่องเที่ยวเติบโต พูดถึงเกาะพะงัน ใครๆ ก็นึกถึงฟูลมูนปาร์ตี้ แต่การเติบโตของการท่องเที่ยวและเมืองมาพร้อมกับปัญหาขยะบนเกาะ ที่เทศบาลต้องใช้เงินถึงปีละ 23 ล้านบาทในการจัดการขยะเหล่านี้

แต่ขยะก็ใช่ว่าจะหายไปโดยง่าย เมื่อขยะปริมาณมากเริ่มเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม คนพื้นที่เริ่มมองเห็น ก็เกิดการร่วมมือกันขึ้นบนความตั้งใจว่าจะทำให้เกาะแห่งนี้เป็นชุมชนที่ไม่ต้องมีถังขยะ เพราะทุกคนสามารถจัดการกับของเหลือทิ้งเหล่านั้นได้

และก้าวเล็กๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นก็เริ่มที่การทำอิฐบล็อกรักษ์โลกที่ “โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา” ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของครูในโรงเรียน นำมาสู่การมีจิตสำนึกร่วมกันของทุกฝ่ายบนเกาะ

เรื่องนี้เป็นไปเป็นมาอย่างไร TODAY Bizview ชวนอ่านกันในบทความนี้

[ ขยะบนเกาะ เกิดง่าย กำจัดยาก ]

หากพูดถึง ‘เกาะพะงัน’ ภาพที่ใครหลายคนนึกถึง น่าจะเป็นภาพการเป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้เกาะสมุยที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างฟูลมูนปาร์ตี้

การเติบโตของการท่องเที่ยวนี้เองทำให้เกิดการขยายตัวของผู้คนและเมือง ทั้งคนท้องถิ่นที่อยู่มาแต่เดิม คนที่เข้ามาทำงาน และคนที่มาเข้ามาท่องเที่ยว

เมื่อเมืองขยายแบบไม่ได้มีมาตรการจัดการขยะรองรับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาที่ตามมาของเกาะพะงันคือขยะจำนวนมหาศาลที่ค้างอยู่บนเกาะ และด้วยความที่สภาพของการเป็นเกาะ ทำให้การจัดการขยะทำได้ยากกว่าบนแผ่นดินใหญ่ 3-4 เท่า

กล่าวคือ สภาพความเป็นเกาะทำให้การขนส่งขยะมีต้นทุนการขนส่งที่มากกว่า ขยะบางประเภทขายไปก็ได้ราคาไม่คุ้มกับการจ่ายค่าเดินทางให้ร้านรับซื้อด้วยซ้ำ

และหากจะกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบเองบนเกาะ ที่ดินบนเกาะพะงันตอนนี้ก็กลายเป็นที่ดินที่มีมูลค่าไปทุกอณู ทำให้การหาสถานที่ที่จะนำมาใช้จัดการขยะนั้นทำได้ยาก

บนเกาะพะงันประกอบไปด้วยเทศบาลทั้ง 3 เทศบาล โดยเทศบาลตำบลเพชรพะงัน มีขยะเกิดขึ้น 15 ตัน/วัน เทศบาลตำบลบ้านใต้ มีขยะเกิดขึ้น 15 ตัน/วัน และเทศบาลตำบลเกาะพะงัน มีขยะเกิดขึ้น 20 ตัน/วัน

เทศบาลเหล่านี้ต้องใช้เงินวันละ 7 หมื่นบาท หรือราว 23 ล้านบาท/ปี เพื่อจัดการกับของเสีย-ของเหลือทิ้งเหล่านี้

แม้จะมีงบประมาณจากภาครัฐเพื่อจัดการกับขยะ แต่นั่นก็ดูยังไม่เพียงพอต่อขยะมหาศาลบนเกาะพะงันแห่งนี้ ขยะบนเกาะเริ่มกลายเป็นมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ส่งกลิ่นเหม็น เกาะพะงันไม่สะอาดสวยงามดังก่อนอีกต่อไป และนั่นก็ทำให้คนพื้นที่เองเริ่มเห็นปัญหา

[ โมเดลแห่งความสำเร็จ “โรงเรียนไร้ถัง” ]

ในปี พ.ศ. 2552 “ครูกล้วย-กิตติมา เนตรพุกกณะ” ครูโรงเรียนเกาะพะงันศึกษาที่เป็นคนเกาะพะงันแท้ๆ เริ่มรู้สึกถึงปัญหาเหล่านี้ เธอบอกว่าตอนนั้นขยะบนเกาะส่งกลิ่นเหม็นมาก ที่ดินบนเกาะใช้ปลูกผักไม่ได้ เตาเผาขยะก็ระเบิดเพราะทำงานหนักเกินไป นั่นทำให้เธอเริ่มตระหนักและพยายามหาทางที่จะแก้ปัญหา

ความเป็นครูทำให้ครูกล้วยเริ่มจัดการขยะในโรงเรียน ด้วยการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการแยกขยะด้วยหลักการง่ายๆ โดยในปี 2564 ครูกล้วยเริ่มนำหลักการจัดการขยะอย่าง 3Rs คือ Reduce, Reuse และ Recycle มาใช้

แต่ดูเหมือนว่ายิ่งแยกเท่าไหร่ ขยะก็ดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มขึ้น นั่นทำให้ครูกล้วยเริ่มมองหาหนทางใหม่ที่จะช่วยจัดการกับของเหลือทิ้งเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง

แล้วครูกล้วยก็ได้มาเจอกับโมเดล “ต้นกล้าไร้ถัง” หรือโมเดลการจัดการวัสดุเหลือทิ้งที่มี “โรงเรียนอนุบาลทับสะแก” จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้นแบบ และมี “บมจ.ซีพี ออลล์” เข้าไปสนับสนุนให้โครงการนี้สำเร็จได้มากยิ่งขึ้น

โดยโรงเรียนอนุบาลทับสะแกถือเป็นโรงเรียนต้นแบบ (School Model) ในโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ของซีพี ออลล์ ที่สามารถแก้ไขปัญหาขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดจำนวนขยะจาก 15 ตัน/เดือน เหลือเพียง 2 กิโลกรัม/ เดือน หรือคิดเป็น 98%

และเป็นที่ประจักษ์ด้วยรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” ด้านการส่งเสริมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

โรงเรียนเกาะพะงันศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนในเครือข่าย CONNEXT ED ที่ซีพี ออลล์ มองว่ามีศักยภาพพอที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการจัดการของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซีพี ออลล์ จึงเป็นเสมือนข้อต่อที่ทำให้โรงเรียนเกาะพะงันศึกษานำโมเดลของโรงเรียนอนุบาลทับสะแกมาใช้

[ เริ่มต้นที่ ‘แยกขยะ’ ]

ความที่อยากจะให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ครูกล้วยเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทั้งคุณครูและนักเรียนในโรงเรียน โดยเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ อย่างในห้องเรียน

ในเดือนพฤษภาคม 2566 จากที่แต่ละห้องเรียนมีถังขยะ 2 ใบสำหรับใส่กระดาษและขยะอื่นๆ ก็เปลี่ยนถังนับ 10 ใบที่นำมาแยกใส่วัสดุเหลือทิ้งอย่างละเอียด กล่าวคือ ถังแต่ละใบมีหน้าที่เป็นภาชนะของวัสดุแต่ละอย่างอย่างชัดเจน เช่น ขวดน้ำ, ฝาขวด, ฉลากขวดน้ำ, ถุงขนม, ขี้ยางลบ, ไส้ปากกา, กล่องนม, กระดาษสี, เศษดินสอ, ถังใส่น้ำทิ้ง เป็นต้น

และถังเหล่านี้เกิดจากการที่ครูกล้วยให้นักเรียนลองคิดว่าเราสามารถแยกของเหลือทิ้งออกเป็นอะไรได้บ้าง และออกแบบ-ประดิษฐ์ถังเหล่านั้นขึ้นมากันด้วยตัวนักเรียนเอง

นอกจากในห้องเรียน ภายในโรงเรียนยังเริ่มใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดการเกิดขยะให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ให้นักเรียนและคุณครูพกขวดน้ำและภาชนะใส่อาหารมาโรงเรียน และนั่นก็เริ่มก่อเป็นวัฒนธรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่เริ่มก่อตัวขึ้นในโรงเรียนด้วย

[ เปลี่ยนขยะเป็นอิฐบล็อกสร้างสนาม ]

และเมื่อวันที่ 27-28 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ ก็เดินหน้าสานต่อโครงการต้นกล้าไร้ถังที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา แต่ที่มากไปกว่าเดิม คือการต่อยอดไปเป็นโครงการ Green Living “รักษ์เกาะ 24 ชั่วโมง” โดยอาศัยความร่วมมือทั้งโรงเรียน ชุมชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศการจัดการขยะทั้งด้าน Reuse, Recycle, Upcycle มาร่วมแก้ปัญหาขยะ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมบนเกาะพะงัน

สิ่งที่ซีพี ออลล์ และเซเว่น อีเลฟเว่น เข้าไปร่วมสนับสนุนในครั้งนี้ คือการผลักดันโรงเรียนเกาะพะงันศึกษาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน และสนับสนุนองค์ความรู้ในการ Upcyling จากขยะพลาสติกสู่ “อิฐรักษ์โลก” เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการจัดการขยะและคัดแยกวัสดุอย่างถูกต้อง ตลอดจนสร้างรายได้จากอิฐรักษ์โลกสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชน

อิฐรักษ์โลกดังกล่าวทำขึ้นโดยใช้ขยะพลาสติกกลุ่มที่เอาไปทำอะไรไม่ค่อยได้ หรือเรียกได้ว่าแทบจะไร้ค่าอย่างฉลากขวดน้ำ ถุงขนม เปลือกลูกอม นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปผสมกับปูนซีเมนต์และวัสดุอื่น เทลงใส่บล็อก ทำลายตามชอบ รอให้แห้ง ทาสี ก็จะได้เป็นอิฐทรง 6 เหลี่ยมขึ้นมานั่นเอง

โดยเป้าหมายของเกาะพะงันศึกษา คือต้องกรนำอิฐรักษ์โลกดังกล่าวมาทำเป็นสนามตะกร้อที่สามารถประยุกต์ไปใช้งานอเนกประสงค์อื่นได้

ซึ่งอิฐ 1 ก้อน หนัก 10 กิโลกรัม มีส่วนผสมเป็นพลาสติก 4 กิโลกรัม เรียกได้ว่าเหมือนใช้พลาสติกแทนทราย ทำให้การสร้างสนามนั้นใช้ต้นทุนถูกกว่าปกติถึง 60% ทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องไมโครพลาสติก เพราะเป็นการใช้อิฐในพื้นที่บนบกของเกาะ ไม่ใช่ริมทะเล จึงเป็นเรื่องยากที่อิฐเหล่านี้จะถูกย่อยให้เป็นโมเลกุลที่เล็กลงแล้วหลงเหลืออยู่ในน้ำ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของเรื่องนี้คือ หากต้องการทำสนามดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์ จะต้องใช้อิฐมากถึง 1,200 ก้อน หรือเท่ากับว่าต้องใช้ขยะพลาสติกมากถึง 4,800 กิโลกรัม มองเป็นตัวเลขกลมๆ คือเกือบ 5 ตัน

นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย!

ซึ่งตรงนี้ ซีพี ออลล์ บอกว่าขยะพลาสติกจะได้รับมาจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่นบนเกาะพะงัน ชุมชน และโรงเรียนเอง โดยในวันที่จัดกิจกรรมดังกล่าว มีการเซ็น MOU ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน องค์กร ชุมชน บริษัท ห้างร้านบนพื้นที่เกาะพะงัน ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และซีพี ออลล์ จำกัด ในฐานะผู้ริเริ่มประสานงานดำเนินโครงการ “เกาะพะงันไร้ถัง” เพื่อตกลงในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน

และนั่นน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี

ทั้งนี้ ปัจจุบันชุมชนบนเกาะพะงันบางส่วนเริ่มจัดการขยะบางประเภทอย่างจริงจังแล้ว โดย “ตรีวิทย์ จงจิตต์” รองนายกเทศทนตรีตำบลเกาะพะงัน บอกว่า ปัจจุบันเทศบาลตำบลเกาะพะงันได้ออกกฎระเบียบเพื่อการจัดการขยะอาหารอย่างเข้มข้น คือ ผู้ประกอบการที่มาขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร-โรงแรม หรือแม้แต่ห้างร้านทั่วไป จะต้องมีถังขยะเปียกหรือพื้นที่จัดการขยะเปียกโดยเฉพาะ หากไม่ยอมรับหรือทำตาม เทศบาลก็ไม่เซ็นอนุญาตดำเนินกิจการให้

เมื่อได้ขยะอาหารดังกล่าวมาแล้ว เทศบาลก็นำไปที่ศูนย์จัดการขยะ และปัจจุบันกำลังรวมกลุ่มกับวิสาหกิจชุมชน เพื่อหาแหล่งสำหรับการนำขยะเปียกที่แรรูปเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรต่อไป

[ เซเว่นฯ สุดรักษ์โลก อยู่ที่เกาะพะงัน ]

นอกจากโรงเรียนและชุมชนที่เริ่มใส่ใจสิ่งแวดล้อมบนเกาะแล้ว “เซเว่น อีเลฟเว่น” อีกหนึ่งห้างร้านที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเกาะพะงัน ก็เดินหน้านโยบายต่างๆ เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมบนเกาะให้ได้มากที่สุดด้วย

“ตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” รองผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมและคอนเน็กซ์อีดี สำนักกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บมจ. ซีพี ออลล์ บอกว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ทั้ง 22 สาขาบนเกาะพะงัน นอกจากจะเปลี่ยนมาใช้แก้วย่อยสลายได้ เสื้อพนักงานทำมาจากการอัพไซเคิลขวดพลาสติก PET ซึ่งเป็นนโยบายหลักของเซเว่นฯ ทั่วประเทศแล้ว

เซเว่นฯ ที่เกาะพะงัน ยังเปลี่ยนมาใช้เชือกกระจูดแทนถุงใส่แก้วพลาสติก ช้อนชงกาแฟทำมาจากไม้ไผ่ซึ่งย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ที่นี่ยังมีการแยกขยะ ซึ่งรวมไปถึงการแยกขยะอาหารที่เกิดขึ้นจากอาหารหมดอายุหรือไม่ดีพอสำหรับการขายจากในร้านด้วย เช่น นม เป็นต้น ซึ่งขยะอาหารเหล่านี้ก็จะถูกนำไปแปรรูปแล้วส่งต่อให้เกษตรกรนำไปใช้ต่อไป

นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ก็จะสนับสนุนงบประมาณและทีมงานมาช่วยทำอิฐให้โรงเรียน รวมถึงกำลังพิจารณาสนับสนุนเครื่องย่อยสลายอาหาร (เป็นเครื่องมีจุลินทรีย์ย่อยขยะอาหารให้เป็นก๊าซมีเทนและปุ๋ย) ให้กับชุมชนด้วย

และนี่คือก้าวเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของทั้งโรงเรียน ชุมชน องค์กรต่างๆ และภาคเอกชน เพื่อจัดการขยะ ปกป้องเกาะพะงันที่เป็น ‘บ้าน’ ของพวกเขาเอง ซึ่งเราเชื่อว่าหากความร่วมมือครั้งนี้เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง ภาพที่พะงันกลายเป็นเกาะไร้ถัง (ขยะ) คงจะเกิดขึ้นได้ในอีกไม่ช้าแน่นอน…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...