โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิงห์ เอสเตท ทะยานสู่ความสำเร็จครั้งใหม่ รุกเดินหน้าทั้งตลาดบ้านและโรงแรม

WeR NEWS

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2567 เวลา 07.10 น.

กรุงเทพฯ (14 สิงหาคม 2567) - บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ประกาศผลประกอบการสำหรับครึ่งปีแรกปี 2567

มีรายได้รวมทั้งสิ้น 7,798 ล้านบาท โดยเป็น (1) รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1,956 ล้านบาท ซึ่งมีการเติบโต 42% จากยอดโอนที่เติบโตโดดเด่นของโครงการ สริน ราชพฤกษ์ สาย 1 และ โครงการ ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ รวมถึง การรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ที่เติบโตขึ้นราว 5 เท่าตัว ภายหลังการพัฒนาที่ดินและระบบสาธารณูปโภคแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2566 สำหรับ (2) รายได้จากธุรกิจให้บริการจำนวน 5,820 ล้านบาท ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจาก รายได้จากธุรกิจโรงแรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า รับแรงหนุนจากดีมานด์การท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคที่มีการดำเนินการอยู่ขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสตอบรับที่ดีต่อห้องพักรูปแบบใหม่ของโรงแรมทั้งในประเทศไทย และสาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ ซึ่งช่วยผลักดันให้ ADR ทั้งพอร์ตเติบโตขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า ตามเป้าหมายการปรับปรุงสินทรัพย์ที่วางไว้ เสริมทัพด้วยรายได้จากค่าเช่าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าเติบโต 12% จากปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการปล่อยเช่าอาคาร S-OASIS

ด้านคุณฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘S’ เปิดเผยว่า “เราพอใจกับการเติบโตของรายได้และพลิกฟื้นผลกำไรสำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกนี้ แม้ว่าจะถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล และต้องเผชิญกับความท้าทายของเศรษฐกิจ และภาวะอุตสาหกรรมก็ตาม นี่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ความแข็งแกร่ง และกระจายตัวที่ดีของพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ รวมถึงกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงตลาดศักยภาพที่มีความแข็งแกร่งด้านกำลังซื้ออยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการยกระดับผลิตภัณฑ์และรังสรรค์บริการที่เหนือระดับ ออกแบบมารองรับความต้องการของผู้บริโภคในระดับกลาง-บน เพื่อให้เราสามารถบรรลุกลยุทธ์การตั้งราคาที่มีประสิทธิภาพได้

ความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เกิดจากความสามารถในการยกระดับอัตราค่าห้องพัก สะท้อนความสำเร็จของ

กลยุทธ์ในการปรับปรุงโรงแรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไร โดยเฉพาะการนำเสนอห้องพักรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้ห้องพักที่ได้รับการปรับปรุงของโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ ฟิจิ บีช รีสอร์ท และโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ สามารถเพิ่มอัตราค่าห้องพัก (ADR) ได้ถึง 40% เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นในการดำเนินกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก และการกำหนดราคาแบบ Dynamic Pricing รวมถึงการทำตลาดกับนักท่องเที่ยวที่หลากหลายเพื่อสร้างสมดุลของพอร์ตลูกค้าที่มีความยืดหยุ่น (Balanced market-mix) ที่เราวางแผนไว้รองรับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมา โรงแรมหลายแห่งของบริษัทฯ ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และซาอุดิอาระเบียมากขึ้น ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ของโรงแรมในโครงการ CROSSROADS Maldives และโรงแรมที่บริหารจัดการเองในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้น 12% และ 17% ตามลำดับ

พอร์ตโฟลิโอ ด้วยการลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Ascott ในการยกระดับโรงแรมศักยภาพที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักร

สำหรับธุรกิจที่พักอาศัย บันทึกรายได้โต 49% จากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มต้นส่งผลบวกอย่างชัดเจน โดยลูกค้าให้การตอบรับโครงการของเราอย่างดีเยี่ยม อาทิเช่น โครงการคอนโดมิเนียม "ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ" ซึ่งเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีรายได้ที่รับรู้แล้วกว่า 800 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก หรือคิดเป็น 21% ของมูลค่าโครงการ โดย Feedback เชิงบวกของลูกค้า ที่มีต่อโครงการ รวมถึงคุณภาพงานก่อสร้างและบริการที่ได้รับ ทำให้เรามั่นใจในความสามารถของเราที่จะรักษาความไว้วางใจจากลูกค้าและผลักดันยอดโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทในปี 2567 – 2568

เช่นเดียวกับการตอบรับที่มีต่อโครงการสริน ราชพฤกษ์ สาย 1 ซึ่งมีแนวโน้มเชิงบวกต่อเนื่อง และได้รับความนิยมจากลูกค้า และจากดีมานด์ที่แข็งแกร่งของลูกค้ากลุ่ม Premium Luxury ในทำเลกรุงเทพตะวันตกนี้ จะถูกส่งต่อความสำเร็จไปที่โครงการแห่งใหม่ ซึ่งวางแผนจะเปิดตัวในปลายปี 2567 นี้ บนถนนพรานนกตัดใหม่ มีมูลค่าโครงการกว่า 4,200 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับแบรนด์สริน และรักษาความต่อเนื่องของรายได้ของบริษัทฯ

ในช่วงครึ่งปีหลัง ภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ การลงทุนของภาครัฐ และการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมยอดโอนกรรมสิทธิ์ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าแบรนด์สิงห์ เอสเตท พร้อมที่จะรักษาสถานะ "Mastery of Luxury" และบันทึกความสำเร็จในโครงการที่ถือเป็น Masterpiece ของบริษัทฯ ในการปิดโครงการ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส,ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส พัฒนาการ และ คอนโดมิเนียม ดิ เอส สุขุมวิท 36 ได้ภายในปี 2567 นี้

คุณฐิติมา กล่าวปิดท้ายว่า “เราพร้อมที่จะเดินหน้าด้วยความระมัดระวังและความมุ่งมั่นเสมอ เพื่อผลักดันเป้าหมายรายได้ระดับ 18,000 ล้านบาทตามที่วางแผนไว้ โดยเราจะทุ่มเทด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม วิเคราะห์ตลาดอย่างลึกซึ้ง และพร้อมปรับรูปแบบการลงทุนในครึ่งปีหลังนี้ ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมที่ท้าทาย การปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้

เราก้าวสู่การเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการลงทุนและพัฒนาระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ความสำเร็จของเราไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เรามาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งไปต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์และบริการของ สิงห์ เอสเตท ให้แตกต่างในตลาดปัจจุบัน”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...