โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

ถกสนั่น ตุ๊เจ้าโพสต์คลิปยิงพลุใส่ ‘กู่คำ’ เวียงกุมกาม อ้างบูชาพระธาตุ จี้กรมศิลป์แอ๊กชั่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 พ.ย. 2565 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2565 เวลา 06.06 น.

ถกสนั่น ตุ๊เจ้าโพสต์คลิปยิงพลุใส่ ‘กู่คำ’ เวียงกุมกาม อ้างบูชาพระธาตุ จี้กรมศิลป์แอ๊กชั่น

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีภิกษุรูปหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอสั้นผ่านช่องทางเฟซบุ๊กโดยเป็นภาพการจุดพลุไฟยิงตรงไปยังเจดีย์โบราณภายในวัดเจดีย์เหลี่ยม หรือวัดกู่คำ เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุว่ามีจุดประสงค์เพื่อบูชาพระธาตุ โดยในช่วงแรกมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้าไปพิมพ์ข้อความร่วมอนุโมทนาบุญ

อย่างไรก็ตาม ต่อมา มีผู้เข้าไปตั้งคำถามถึงความเหมาะสม เนื่องจากสถาปัตยกรรมดังกล่าวเป็นโบราณสถานขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากร เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายอย่างมาก พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้กรมศิลปากรเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา ภิกษุรูปเดียวกัน โพสต์ข้อความชี้แจงว่า ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็น มี เป็นกรณีศึกษาเรื่องบอกไฟพุกับพระธาตุ บอกไฟพุนั้นไม่ได้จุดบนพระธาตุแต่จุดด้านหลังพระธาตุคนละที่กันไม่มีอะไรเสียหาย ช่างติดบอกไฟนั้นทำด้วยความระมัดระวัง เสียงที่ดังนั้นคือบอกไฟพลุที่ดังมาจากด้านหลังพระธาตุไม่ใช่บนพระธาตุ ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นที่เป็นห่วงหลากหลายมุมมอง เคารพทุกๆ ความคิดเห็น สาธุ

คลิกชมคลิป

ทั้งนี้ โบราณสถานดังกล่าว ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 41 วันที่ 14 มีนาคม 2523 (วัดเจดีย์เหลี่ยม) ข้อมูลจาก ‘ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย’ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน) ระบุว่า วัดเจดีย์เหลี่ยม มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดกู่คำ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยที่พญามังรายสถาปนาเมืองเวียงกุมกาม เมื่อ พ.ศ.1831 ภายหลังในสมัยช่วงรัชกาลที่ 5 มีการบูรณะครั้งใหญ่โดยหลวงโยนการวิจิตร ซึ่งเป็นคหบดีชาวมอญ สัญชาติพม่า ที่มาทำการค้าขายในเมืองเชียงใหม่ ทำให้รูปแบบศิลปกรรมบนเจดีย์มีลักษณะเป็นแบบศิลปะพม่า

กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะและเสริมความมั่นคงให้กับเจดีย์ประธาน รวมถึงการขุดค้นศึกษาชั้นดินทางโบราณคดี ในปี พ.ศ.2539-2540

ตำนานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1.ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ บันทึกว่า “…เจ้ามังรายจึงหื้อไปเอาดินหนองต่างมาก่อเจดีย์กู่คำวันนั้นแล…”
2.ตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ บันทึกว่า “…ต่อจากได้ชัยชนะพระเจ้าญีบาแล้ว พระเจ้ามังรายได้สร้างนครกุมกาม แล้วโปรดให้สร้างเจดีย์กู่คำขึ้นในนครนั้น เรียงรายไปด้วยพระพุทธรูป 60 องค์…”
3.พงศาวดารโยนก บันทึกว่า “…ลุจุลศักราช 650 (พ.ศ.1831) ปีชวด สัมฤทธิศก เจ้าเมงรายให้เอาดินที่ขุดต่างหนองมาต่างมาทำอิฐก่อเจดีย์กู่คำไว้ในเวียงกุมกาม…”
4.โคลงนิราศหริภุญชัย ปรากฏในบทที่ 45 ระบุถึงพญามังรายทรงสร้างกู่คำเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิพระมเหสีองค์หนึ่งของพระองค์

นอกจากนี้ จารึกวัดศรีอุโมงค์คำ จ.ศ.885 (พ.ศ.2066) ยังระบุว่ากู่คำเป็นที่บรรจุพระธาตุ

ทั้งนี้ เจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงปราสาทในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่ออิฐถือปูน เฉพาะส่วนฐานมีการก่อเสริมด้วยศิลา ซึ่งเป็นรูปทรงที่ถ่ายแบบมาจากเจดีย์กู่กุด วัดจามเทวี จ.ลำพูน

ส่วนฐานตอนล่างเป็นฐานเขียงในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส รองรับฐานปัทม์ท้องไม้ลูกแก้วยกเก็จ ตอนกลางเป็นเรือนธาตุทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสต่อขึ้นไปเป็นชั้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนลดหลั่นกัน 5 ชั้น

เรือนธาตุแต่ละด้านประดับซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปด้านละ 3 องค์ ดังนั้นเรือนธาตุชั้นหนึ่งจะมีพระพุทธรูป 12 องค์ รวม 5 ชั้นมีพระพุทธรูปทั้งหมด 60 องค์ ตกแต่งซุ้มจระนำด้วยลวดลายปูนปั้นลายพันธุ์พฤกษา ทั้งนี้ ซุ้มจระนำในชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ตกแต่งกรอบซุ้มด้วยพญานาคเคียวกัน ส่วนยอดมีลักษณะคล้ายบัวกลุ่มซ้อนกัน 2 ชั้น รองรับปลียอดและฉัตร

บริเวณมุมเรือนธาตุแต่ละชั้นประดับด้วยเจดีย์จำลองประจำมุม สำหรับมุมของฐานเขียงตอนล่างประดับด้วยสิงห์ปูนปั้นทั้ง 4 มุม และในตอนกลางแต่ละด้านเป็นซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งในปางต่างๆ

ซุ้มจระนำด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ ทิศตะวันตกประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท ทิศเหนือประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง และทิศใต้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย

รอบองค์เจดีย์มีลานประทักษิณ และกำแพงแก้วที่มีทางเข้าด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ ลักษณะสิงห์ประจำมุมและพระพุทธรูปที่เจดีย์เหลี่ยมนี้ เป็นลักษณะพระพุทธรูปศิลปะพม่าในราวพุทธศตวรรษที่ 25 อันเป็นงานบูรณะในสมัยหลวงโยนการวิจิตร

โบราณวัตถุที่พบจากการขุดค้นศึกษาชั้นดินทางโบราณคดีบริเวณฐานเจดีย์ประธาน ได้แก่ หม้อบรรจุกระดูก ภาชนะดินเผาจากแหล่งเตาสันกำแพง แหล่งเตาเวียงกาหลง แหล่งเตาศรีสัชนาลัย ภาชนะดินเผาแบบหริภุญชัย รวมทั้งเครื่องถ้วยจีนเขียนรูปทิวทัศน์ รูปบุคคล เขียนสีแดงเคลือบ และโบราณวัตถุประเภทอื่นๆ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา ตะปูจีน ชิ้นส่วนพระพุทธรูปปูนปั้นและสำริด เป็นต้น

นอกจากนี้ยังพบพระพักตร์พระพุทธรูปแบบศิลปะหริภุญชัย และลวดลายปูนปั้นแบบล้านนา ซึ่งคงเป็นงานประดับซุ้มจระนำเดิมก่อนการบูรณะ กำหนดอายุลวดลายปูนปั้นราวพุทธศตวรรษที่ 21

โบราณวัตถุที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งคือ เศษจารึกหินทราย ซึ่งพบบริเวณลานประทักษิณ (เป็นรูปบบอักษรไทยแบบแรกที่พบในล้านนา) สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุระหว่าง พ.ศ.1835-1900

ตามเอกสารทางประวัติศาสตร์ระบุว่า วัดเจดีย์เหลี่ยมสร้างโดยพญามังรายเมื่อ พ.ศ.1831 (ราวพุทธศตวรรษที่ 19) และได้รับการบูรณะเรื่อยมา แม้ปัจจุบันศิลปกรรมที่ประดับเจดีย์เหลี่ยมจะเป็นแบบศิลปะพม่าทั้งหมด เนื่องจากการบูรณะในสมัยหลวงโยนการวิจิตร แต่โครงสร้างหลักของเจดีย์ก็ยังเป็นรูปแบบศิลปะหริภุญไชยแบบวัดกู่กุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...