โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

อดีต Software Engineer ของ Meta เผย แฮ็กผ่านสายชาร์จ เป็นไปได้ยาก ระวังเรื่องโหลดมัลแวร์จะดีกว่า อย่ากดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า แต่การใช้สายชาร์จมั่วก็ไม่ควรทำ

CatDumb

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2566 เวลา 07.25 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

ก่อนหน้านี้มีข่าวหนึ่งที่น่าสนใจครับ เรื่องของเรื่องก็คือมีเพจดัง รวมไปถึงสำนักข่าวหลายสำนัก ออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับ "สาย USB" หรือ "สายชาร์จแบตฯ" ชื่อว่า O.MG ที่มีความล้ำมาก ๆ

คือแค่เสียบต่อเข้ากับมือถือ ก็สามารถทำให้โดนล้วงข้อมูลออกไปได้ แถมอาจจะโดนขโมยเงินออกจากบัญชีจนหมดตัวได้เลย

จากข่าวนี้ก็ทำให้หลายคนตกใจครับ เพราะวิธีในการขโมยของมูลของเหล่ามิจฉาชีพในยุคนี้ เป็นอะไรที่ง่ายมาก ๆ ถึงขั้นต้องมาระแวงถึงเรื่องสายชาร์จแบตฯ กันแล้ว

อย่างไรก็ตามล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Sittiphol Phanvilai ที่เป็นซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ ของ Meta หรือ เฟซบุ๊ก นี่แหละ ก็ได้ออกมาโพสต์ให้ข้อมูลอีกมุมหนึ่งของเจ้าสายชาร์จแบตฯ O.MG ว่ามันอาจไม่ได้ดูดข้อมูลไปง่าย ๆ อย่างที่เข้าใจกันครับ

จริง ๆ รายละเอียดมีเยอะและยาวมาก แต่ทีมงานแคทดั๊มบ์จะขอสรุปมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ครับ…

- ไม่มีสายชาร์จที่ไหนที่จะเสียบแล้วเข้าไปล้วงข้อมูลออกไปได้เลยเพียงแค่ "เสียบทิ้งไว้" เนื่องจากปัจจุบันระบบ OS หรือระบบปฏิบัติการมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง

- หรือถ้าทำได้ก็จะทำได้โดยการเขียนสคริปต์ ให้กดเข้าแอปฯ บางอย่างอัตโนมัติ หรือก๊อปปี้รหัสอะไรบางอย่าง แล้วกดเข้าเว็บที่โจรตั้งไว้ แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอยู่ดีที่จะเอาข้อมูลออกไปได้

- การที่โจรจะเอาข้อมูลไปได้ จะต้องผ่านการ "ยินยอม" จากเจ้าของเครื่องเท่านั้น กล่าวคือจะต้องมีการหลอกล่อให้กดอะไรหลายอย่างหลายขั้นตอน ที่มีความ "ไม่ปกติ" จนทำให้สามารถจับสังเกตได้

- การโจมตีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อล้วงข้อมูล มีหลากหลายแบบ และมีมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว แต่ผู้พัฒนามือถือก็พัฒนาระบบเพื่อป้องกันช่องทางต่าง ๆ เอาไว้แล้ว เรื่องนี้จึงเป็นไปได้ยาก

- วิธีการที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ Juice Jacking คือ การชาร์จมือถือตามที่สาธารณะต่าง ๆ (ที่เป็นช่อง USB) หลักการคือคอมฯ ต่อกับมือถือ แล้วสามารถดูดข้อมูลออกมาได้หมดเลย แต่ปัจจุบันมีการป้องกันเอาไว้แล้ว โดยการที่จะต้องกดยินยอมก่อน (แต่คนเราบางทีมันก็อาจจะพลาดได้แหละ)

- มองไม่เห็นโอกาสที่สาย USB จะทำให้เงินหมดบัญชีได้ เพราะการโอนเงินก็ต้องดำเนินการหลายขั้นตอนมาก

- ส่วนใหญ่การที่โจรขโมยเงินออกจากบัญชี จะใช้วิธีการ Social Engineering คือ หลอกให้เหยื่อลงมือกระทำบางอย่างด้วยตัวเอง เช่น โอนเงิน หรือไม่ก็ติดตั้งมัลแวร์เข้าไป และกดยอมรับ

- มีวิธีในการขโมยเงินหมดบัญชีอยู่หลายวิธี แต่จนถึงตอนนี้ USB ไม่เห็นว่าเป็นหนึ่งในนั้น

- ปกติการแฮกข้อมูล ต้นทุนจะต้องต่ำกว่าสิ่งที่ได้กลับมา และการเอาสายแพง ๆ ไปหลอกคนด้วยอัตราความสำเร็จต่ำ และคาดเดาไม่ได้ มันไม่คุ้ม จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนทำ

- อย่างไรก็ตามมีการเอามาให้ข้อมูลว่าเสียบสายเข้ากับมือถือ แล้วบังคับลงมัลแวร์ได้จริง แล้วมัลแวร์นั้นก็จะอนุญาตให้โจรเข้ามาลง APK ในเครื่องได้ ซึ่งมันทำให้โจรสามารถบังคับหรือสังเกตการณ์การใช้มือถือจากระยะไกลได้ (Remote Access) พอเข้าไปใช้แอปฯ ธนาคารปุ๊บ ก็เสร็จปั๊บเลย

ดูคลิปสาธิตได้ที่นี่

https://www.youtube.com/watch?v=aBZEvnvPAtk

- แต่ก็มีการแย้งว่ามันทำได้ แต่ยากมาก เพราะสุดท้ายแล้วมันก็จะวกเข้าไปที่เรื่องต้นทุนอยู่ดี

- เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องควรระวังจริง ๆ คือ "มัลแวร์" ที่โจรจะหลอกล่อให้เราติดตั้งในเครื่องมากกว่า เพราะมันมีอยู่หลายวิธี เช่น โฆษณาในเว็บโป๊, sms หลอกให้ลงแอปฯ เป็นต้น

- แต่ถึงอย่างนั้นการใช้สายชาร์จแบตฯ มั่วซั่วก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอยู่ดี เพราะดีไม่ดีอาจจะโดน Juice Jacking ได้เหมือนกัน

อ่านแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ : https://www.facebook.com/photo/?fbid=10229218829791481&set=a.1388725514340

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...