โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ฟังเรื่องราวนกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่สูญหายไป 50 ปี กับ ‘TCP Spirit คณะเศษสร้าง’ ปี 3 ถึงบุรีรัมย์

TODAY

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2567 เวลา 04.18 น. • workpointTODAY

นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่หายไป 50 ปี กลับสู่พื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการหวนกลับมาคืนถิ่นของนกเท่านั้น แต่การทำนาเป็นเป็นมิตรต่อผืนดิน แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมก็กลับมาสู่วิถีของชาวบ้าน พร้อมกับคุณค่าที่นำมาสู่ความยั่งยืนของชุมชน

TCP Spirit คณะเศษสร้าง ปี 3 พาเราเดินทางพร้อมๆ กับน้องๆ ค่ายไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเจาะลึกเศรษฐกิจหมุนเวียนในธรรมชาติ และปลุกพลังคนรุ่นใหม่ร่วมฟื้นฟูทรัพยากรสร้างสมดุลโลก วันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อค่ายประจำปีนี้ คือ “เฮียนธรรมชาติหมุนเวียน เบิ่งนกกระเรียนฟื้นคืน”
ณ จังหวัดบุรีรัมย์

ที่มอบประสบการณ์เรียนรู้และลงมือทำผ่านห้องเรียนวัฏจักรทางชีวภาพ
การหมุนเวียนทรัพยากรในชุมชนและการฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อความยั่งยืน
พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้อาสาสมัครนำความรู้ไปปรับใช้ในชุมชน
เพื่อส่งต่อพลังการเปลี่ยนแปลงสู่โลกที่ดียิ่งขึ้น ต่อยอดองค์ความรู้และสานต่อบทเรียนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการ ไปสัมผัสวัฏจักรทางชีวภาพ
(Biological Cycle) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำในชุมชนสู่การเป็นชุมชนต้นแบบที่อยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล

เริ่มจากการที่อาสาค่ายจะได้ทำกิจกรรมต่างๆ บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บและช่วยหมุนเวียนน้ำ ที่ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง วิกฤตขาดแคลนน้ำ และสร้างความมั่นคงทางน้ำให้ชุมชน และยังเป็นสื่งที่แสดงถึงความสมดุลของระบบนิเวศ จากการกลับคืนของนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่สูญหายไปหลายสิบปี

ซึ่งพื้นที่นี้เองก็เป็นพื้นที่โครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ ที่พยายามนำนกกระเรียนพันธุ์ไทยกลับมาตั้งแต่ปี 2525 ที่ได้รับความร่วมมือจากหลายองค์กรทั้งในไทยและสากล ทำให้ปัจจุบันได้มีการปล่อยนกไปแล้วร้อยกว่าตัว

แต่การเข้ามาของนกทำให้ชาวนาในพื้นที่นี้เปลี่ยนวิถีจากนาข้าวปุ๋ยเคมี หันมาทำเกษตรอินทรีย์เพื่อการอนุรักษ์กันมากขึ้น จนเกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหญ่ประจำบุรีรัมย์ที่ให้คนได้มาชิมข้าวที่เติบโตจากการอนุรักา์นกกระเรียนและธรรมชาติ และเรียนรู้เศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น

นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า
“TCP Spirit มุ่งปลูกฝังการรักษาและฟื้นฟูธรรมชาติผ่านคณะเศษสร้าง ปี 3
ด้วยการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่ตั้งใจพา อาสารุ่นใหม่มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเข้ามาแทนที่ระบบเศรษฐกิจแบบเส้นตรง เพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด กิจกรรมนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้อาสาได้นำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชุมชน พร้อมทั้งส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับคนรอบข้างและสังคมเพื่อร่วมกันรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้โลกของเราดียิ่งขึ้น”

โดยห้องเรียนธรรมชาติของ TCP Spirit มีไฮไลท์มากมายเพื่อให้เหล่าอาสาได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์และการลงมือทำ อย่างการลงมือปลูกหญ้าแห้ว แหล่งอาหารของนกกระเรียน ทำเกษตรอินทรีย์ทั้งตีข้าว ฝัดข้าว และเพาะต้นกล้าด้วยตัวเอง ทอผ้าไหมกับชุมชนต้นแบบบ้านหัวสะพาน ที่ทอผ้าโดยการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยจากขี้วัวและฟางเพื่อคงสภาพดิน ช่วยให้หนอนไหม กินใบหม่อนที่สามารถปลูกซ้ำได้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียที่ได้ในกระบวนการผลิต
และแปรรูปรังไหมและหนอนไหม

ซึ่งเป็นตัวอย่างของการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน อย่างการปลูกข้าว สิ่งที่เราชอบมาจากฐานนี้ คือ การฝัดข้าว ที่ต้องอาศัยธรรมชาติ ก็คือ ลมที่จะช่วยพัดเศษข้าวที่ไม่ดี และเศษหิน ดิน ทราย ออกจากข้าวเปลือก แต่ตะกอนเหล่านั้นจะกลับสู่ดินกลายเป็นปุ๋ย เพื่อเป็นแหล่งแร่ธาตุให้ข้าวรุ่นต่อๆ ไป ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนว่า ภูมิปัญญาและวิถีเหล่านี้สนุบสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างลงตัว

ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์
และครูใหญ่คณะเศษสร้างเล่าถึงบทเรียนภาคต่อของเศรษฐกิจหมุนเวียนในครั้งนี้ว่า “เหล่าอาสาจะได้เรียนรู้วัฏจักรชีวภาพที่ศูนย์เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำ ถิ่นอาศัยของสัตว์นานาชนิดและนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ครั้งหนึ่งเคยสูญพันธุ์ และปัจจุบันสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยการฟื้นฟูระบบนิเวศ จัดการน้ำ และสร้างแหล่งอาหารด้วยความร่วมมือกันของนักอนุรักษ์และคนในชุมชนที่เข้าใจ
การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

โดยอาสาจะได้เข้าไปสัมผัสและลงมือทำด้วยตัวเอง ทั้งการทำเกษตรอินทรีย์การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบยั่งยืน และการทอผ้าไหมที่ไม่ทิ้งของเสีย เพื่อให้เข้าใจวิธีการสร้างการหมุนเวียน การซ่อมแซม และฟื้นฟูทรัพยากร เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ ในการรักษาสมดุลและความยั่งยืนของโลก”

ตลอดระยะเวลา 3 ปีคณะเศษสร้างได้จุดประกายคนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเชื่อมโยงความรู้สู่การลงมือทำ เพื่อสานต่อภารกิจของ TCP Spirit ในการปลุกพลังเครือข่ายอาสารักษ์โลก ที่จะช่วยส่งต่อสู่ชุมชนและสังคมในวงกว้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีที่ขึ้นและยั่งยืน ตอกย้ำเป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” ของกลุ่มธุรกิจ TCP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...