'บิ๊กหลวง' เปิดแผนแก้ยาเสพติดปี68 ชี้ 'ผู้ว่า' กุญแจความสำเร็จ ฮึ่ม! ชงเชือดหากเกียร์ว่าง
‘บิ๊กหลวง’ เปิดแผนแก้ยาเสพติดปี68 ชี้ ‘ผู้ว่า’ กุญแจความสำเร็จ ฮึ่ม!ชงเชือดหากเกียร์ว่าง ‘อิ๊งค์’ กำชับ 6 เรื่องเร่งแก้ ตัดวงจร-กวาดล้าง-บำบัดรักษา
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึงแผนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในปี 2568 ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อดูธวัชบุรีโมเดลพร้อมให้ขยายผลไปอีก 10 จังหวัด ว่า การทำงานแก้ปัญหายาเสพติดเริ่มขับเคลื่อนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 เมื่อครบ 3 เดือนสำนักงานยาเสพติดแห่งชาติได้มีการสำรวจปรากฏว่า 25 จังหวัดที่อยู่ในโครงการชาวบ้านมีความพอใจมี 31 ตัวชี้วัด เช่น มิติของการปราบปราม ตำรวจสามารถจับพ่อค้ารายย่อยได้กี่หลาย และยึดทรัพย์ได้กี่บาท ฝ่ายปกครองตรวจสถานบริการกี่ที่ จัดตั้งศูนย์บำบัดฟื้นฟู นำผู้ที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดแล้วให้มีงานทำกี่ราย มีตัวชี้วัดชัดเจนขอวแต่ละจังหวัด หลังจากที่เราทำ 31 ตัวชี้วัดประชาชนมีความพึงพอใจหรือไม่และสรุปผลทั้งหมดปรากฏว่าภาพรวม 25 จังหวัดสถานการณ์ยาเสพติดลดลงประชาชนมั่นใจ จะมีแค่บางจังหวัดที่สอบตกประชาชนไม่มั่นใจ ประชาชนไม่พึงพอใจ
‘จึงได้สมุดสรุปบทเรียนทั้งหมดถึงปัจจัยความสำเร็จ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำหน้าที่ซีอีโออย่างแท้จริง ทำหน้าที่สอดประสาน กับผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด สอดประสานสาธารณสุขจังหวัด สอดประสานผู้นำท้องถิ่น และที่้สำคัญที่สุดคือ ต้องให้ชาวบ้าน ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและให้ชาวบ้านเห็นว่ายาเสพติดเป็นปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 สิ่งที่เข้มข้นโมเดลทั้ง 25 จังหวัดที่อดีตนายกเศรษฐา ทวีสิน ริเริ่มคือแผนที่ชัดเจน ที่ผ่านมาในอดีตแต่ละจังหวัด ป.ป.ส.จะตัดเสื้อโหลแจกจ่ายให้แต่ละจังหวัดทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ว่าจังหวัดไหนที่มียาเสพติดมากก็ใช้แผนอย่างนี้จังหวัดที่มียาเสพติดเยอะก็ใช้แผนแบบนี้ ดังนั้น ในปี 2568 ป.ป.ส.จะไม่ตัดเสื้อโหลแจก แต่จะออกแผนให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับจังหวัดนั้น จะมีการกำหนดตัวชี้วัดให้เข้มข้นมากขึ้น ‘เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าว
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ได้ลงนามเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด(ครส.)โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานคนที่ 1 และให้เลขาธิการป.ป.ส.เป็นรองประธานคนที่ 2 ในการขับเคลื่อน โดยมี 17 หน่วยงานอยู่ภายใต้คำสั่ง อาทิ กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ฯลฯ จะเข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้วจะมีการประชุม ครส.ในวันที่ 7 พฤศจิกายนครั้งแรกเพื่อกำหนดกรอบในการทำงาน
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า เลขาธิการ ป.ป.ส.เป็น ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด(ผอ.ศปก.) จะทำหน้าที่ประชุมขับเคลื่อนพร้อมกันทั้ง 77 จังหวัดเมื่อมีการประชุมครส.และมีการอนุมัติหลักการแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าฯหรือมอบหมายผู้แทนที่รู้ปัญหาแท้จริงมาประชุมร่วมกัน ตนจะมอนิเตอร์ด้วยตนเอง ทั้ง 77 จังหวัดเดือนละสองครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติดและกำหนดตัวชี้วัดที่เข้มข้นขึ้น เดิมเรามี 34 ตัวชี้วัด ปรับลดเหลือ 21 ตัวชี้วัด เช่น สถานการณ์ลดหรือไม่ประชาชนมั่นใจพึ่งพอใจหรือไม่ ขับเคลื่อนไปถึงสิงหาคม 2568 จะให้สำนักงานสถิติแห่งชาติไปสำรวจ ว่าปีงบประมาณประชาชนสัมผัสได้หรือไม่ว่ายาเสพติดลดลง
‘ในมาตรา 14 ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ให้อำนาจ เลขาธิการป.ป.ส. ใครทำดีต้องยกย่องเชิดชู ใครไม่ตั้งใจไม่สนองนโยบายรัฐบาล ผมจะทำเรื่องรายงานเข้าสู่บอร์ดป.ป.ส. และนำขึ้นเรียนให้นายกฯรับทราบ หลังจากนั้นก็เป็นฝ่ายบริหารที่ไปดำเนินการ เพราะยาเสพติดเป็นปัญหาของไทยมานานแล้ว ประกาศเป็นวาระแห่งชาติโดยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร เอาจริงเอาจังเป็นอย่างมากยิ่งเมื่อยาเสพติด เป็นงานที่ทำแล้วยิ่งเหนื่อย ดังนั้น ทำอย่างไรจะให้ชุมชนเห็นถึงปัญหาร่วมกัน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมเมื่อประชาชนเห็นว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาร่วมกันเมื่อนั้นการทำงานมาถูกทางแล้ว’เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว
พล.ต.ท.ภาณรัตน์ กล่าวว่า ในระหว่างที่นายกฯลงพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มอบนโยบายและมีข้อสั่งการ 6 เรื่อง คือ 1.รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นนโยบายสำคัญที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ทำให้สามารถจับกุมกวาดล้างยาเสพติดได้เป็นจำนวนมากจากรายงานถือเป็นผลงานที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ขอให้ทุกภาคส่วนมุ่งมั่นดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไปพร้อมยกระดับให้เข้มข้นขึ้นโดยให้ขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่ต่างๆตามภูมิภาค 2. กำหนด 10 จังหวัดนำร่องได้แก่ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภาคกลาง จ.อุทัยธานี จ.ปทุมธานี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร จ.นครพนม ภาคตะวันออก จ.ระยอง ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช จ.ตรัง จ.นราธิวาส จะต้องประกาศได้ว่าเป็นจังหวัดปลอดยาเสพติด หรือปัญหายาเสพติดลดลงได้มากถึง 90% ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างสังคม ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอและจังหวัด สีขาวเพื่อประเทศไทยสีขาว
พล.ต.ท.ภาณรัตน์ กล่าวว่า 3. ต้องตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ กวาดล้างผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพ มาตรการยึดอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นอย่างจริงจังและเด็ดขาด และให้ความสำคัญกับการดำเนินการต่อข้อเรียกร้องของประชาชนโดยเร่งด่วน 4. มอบหมายสำนักงานปปส. จัดทำ dashboard อัพเดทข้อมูลเพื่อให้เป็นฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้เจ้าที่ทุกฝ่ายได้รับทราบข้อมูลร่วมกันทั้ง สถานการณ์ยาเสพติด แผนปฎิบัติจังหวัด รายงานผลดำเนินงานและประเมินผลและให้มีการพัฒนาเชื่อมระบบข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ 5. การบำบัดรักษามอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร สำนักงานปปส. ทำงานอย่างบูรณาการ พิจารณาแนวทางการเพิ่มสถานพยาบาลในการรองรับการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดให้เพียงพอ โดยให้เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขเข้ามาจัดการเรื่องการบำบัดดูแล ทั้งนี้ให้พิจารณาแผนการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมต่อไป 6. กระบวนการบำบัดรักษาไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ ผ่านการฝึกอาชีพการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เข้ารับการบำบัด ขอให้ทุกภาคส่วนขยายผลการดำเนินงานในเรื่องศูนย์ฝึกอาชีพให้เพียงพอ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘บิ๊กหลวง’ เปิดแผนแก้ยาเสพติดปี68 ชี้ ‘ผู้ว่า’ กุญแจความสำเร็จ ฮึ่ม! ชงเชือดหากเกียร์ว่าง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th