โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“แม็คโคร-โลตัส” เร่งปั๊มยอด ซินเนอร์ยี “สาขา-สมาชิก” รุกหนัก “โอทูโอ”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ย 2565 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2565 เวลา 02.03 น.

“แม็คโคร-โลตัส” ผนึกกำลัง กางแผนบุกค้าส่ง-ค้าปลีก รับเศรษฐกิจฟื้นตัว ทุ่มงบฯ ปูพรมสาขาทั้งในไทย-ต่างประเทศ ภายใต้งบฯทั้งปีกว่า 2.4 หมื่นล้าน พร้อมเพิ่มดีกรี O2O ยกระดับบริการ ซินเนอร์ยี สาขา-ฐานสมาชิก ชู โลตัส สมาร์ท แอป เร่งปั๊มยอดขายออนไลน์

นางศิริพร วิธานนิติธรรม ที่ปรึกษา-นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เจ้าของธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก รายใหญ่ เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การสร้างการเติบโตของบริษัทในช่วงจากนี้ไปว่า บริษัทจะเดินหน้าขยายสาขาของทั้งแม็คโครและโลตัสอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นไปที่สินค้ากลุ่มอาหารสด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของร้านค้า ผู้ประกอบการ และเอนด์ยูสเซอร์ และการผสมผสานโมเดลธุรกิจแบบ Online to Offline หรือ O2O เพื่อยกระดับการบริการบนโลกออนไลน์ เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันก็จะใช้จำนวนสาขาที่มีอยู่กว่า 2,800 สาขาทั่วประเทศเป็นจุดส่งสินค้าออนไลน์ด้วย และจะมีการปรับปรุงในส่วนของพื้นที่เช่า และเพิ่มพื้นที่เช่าให้มากขึ้น และจะมีการซินเนอร์ยีกันมากขึ้น นอกจากนี้ หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง บริษัทก็จะหันมาให้ความสำคัญในการขยายสาขาในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

กราฟฟิกแม็คโคร-โลตัส

เดินหน้าขยายสาขาไทย-เทศ

นางศิริพรกล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานสำหรับในครึ่งปีหลัง ในส่วนของธุรกิจค้าส่ง หรือแม็คโคร สำหรับในประเทศจะเปิดเพิ่ม 5 สาขาคือ อุตรดิตถ์ พัฒนาการ เมืองทอง เลียบคลอง 2 และอ้อมน้อย ส่วนต่างประเทศ จะเปิดที่เดลี และพนมเปญ สาขา 2 ส่วนธุรกิจค้าปลีก หรือโลตัส จะเปิดเพิ่ม 3 สาขา ที่นวลจันทร์ ราชพฤกษ์ ไอคอนสยาม รวมถึงสาขาในโมเดล Go Fresh จะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 45-50 สาขา ขณะที่ในมาเลเซีย จะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มอีก 3 สาขา จากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม็คโครเปิดสาขาเพิ่ม 4 สาขา เป็นโมเดลฟู้ดเซอร์วิส 3 สาขา และเฟรช @ แม็คโคร 1 สาขา และโลตัสเปิดไป 18 สาขา เป็น ซูเปอร์มาร์เก็ต 1 สาขา และโก เฟรช 17 สาขา

ส่วนในแง่ของงบประมาณในการลงทุน รวม ๆ ทั้งปีจะใช้อยู่ที่ประมาณ 22,700-24,900 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจค้าส่งประมาณ 10,200-11,400 ล้านบาทในจำนวนนี้ 4,500-5,500 ล้านบาทจะเป็นการขยายสาขาในประเทศ และอีก 1,200-1,300 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาในต่างประเทศ

ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกมีงบประมาณราว ๆ 12,500-13,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้ประมาณ 4,000-4,500 ล้านบาท จะใช้สำหรับการขยายสาขาใหม่ และอีก 2,500 ล้านบาท ใช้ในการรีโนเวต และ 3,000-3,500 ล้านบาท ใช้สำหรับเรื่องของระบบไอที ซิสเต็ม และการรีแบรนด์ ซึ่งในส่วนนี้เป็นการลงทุนที่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา รวมถึงการริเริ่มโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ เพื่อทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะถัดไป

“เดิมบริษัทมีเฉพาะธุรกิจค้าส่ง คือแม็คโคร แต่หลังจากที่รวมกิจการกับโลตัส จะทำให้บริษัทมีธุรกิจค้าปลีกเข้ามาเพิ่ม เดิมแม็คโครมีประมาณ 154 สาขา เป็นสาขาในไทย 147 สาขา ต่างประเทศ 7 สาขา รวมพื้นที่ 830,216 ตร.ม. เมื่อรวมกับโลตัสก็จะทำให้มีสาขาของธุรกิจเพิ่มเข้ามาอีก 2,661 สาขา เป็นสาขาในไทย 2,597 สาขา และมาเลเซียอีก 64 สาขา รวมพื้นที่ 1,829,330 ตร.ม. เท่ากับว่าตอนนี้บริษัทมีสาขามากถึง 2,815 สาขา รวมพื้นที่กว่า 2,659,546 ตร.ม. และนอกจากนี้ ยังจะทำให้มีพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 1,028,485 ตร.ม. เป็นในประเทศ 724,906 ตร.ม. และมาเลเซีย 303,579 ตร.ม.”

นอกจากนี้ การรวมกิจการดังกล่าวยังจะทำให้บริษัทมีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น เดิมแม็คโครมีสมาชิกประมาณ 3.9 ล้านสมาชิก การรวมกับโลตัสก็จะทำให้มีฐานสมาชิกคลับการ์ดเพิ่มเข้ามาอีกประมาณ 23 ล้านราย ในจำนวนนั้นเป็นสมาชิกในไทย 20 ล้านราย และมาเลเซีย 3 ล้านราย ซึ่งเป็นการช่วยขยายจำนวนลูกค้าของบริษัทให้เพิ่มมากขึ้น”

สมาร์ทแอปตัวเร่งออนไลน์

นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่งแม็คโคร บริษัท สยามแม็คโคร กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกว่า สำหรับในไตรมาส 3 นี้ ซึ่งผ่านมา 2 เดือนแล้ว คือเดือน ก.ค. และ ส.ค. ในแง่ของธุรกิจค้ายังมีการเติบโตมากกว่า 10% และเดือน ก.ย.ผ่านมา 5-6 วัน ก็มีอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้น ในไตรมาส 3 ในแง่การปิดยอดขาย คาดว่าน่าจะไม่น้อยกว่าการเติบโตในไตรมาส 2 ที่เพิ่งจบลงไป จากนี้ไปบริษัทยังมีแผนการลงทุนในเรื่องของออนไลน์และการเปิดสาขาต่างประเทศ เป็นการสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

“ที่ผ่านมายอดขายของสาขาต่าง ๆ เริ่มกลับมาแล้ว หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศ ฉะนั้น ยอดขายที่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่เป็นร้านค้า ร้านอาหารของแม็คโครเติบโต รีเทลก็เติบโตตามไปด้วย ตอนนี้ที่เรามองก็คือ จะทำอย่างไรให้เติบโตมากกว่านี้ เพราะตอนนั้นทั้งแม็คโครและโลตัส มีสาขารวมกันมากกว่า 2,800 สาขาทั่วประเทศ ทำอย่างไรจึงจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เรามีนโยบายที่จะเร่งการขายนอกร้านมากขึ้น โดยจะมีทีมงานนักขาย ที่เรียกว่ากองทัพนักขายพร้อมจะส่งสินค้าไปถึงร้านลูกค้า หรือบ้านลูกค้า เราอาจจะเห็นการเติบโตที่มากกว่านี้จากออนไลน์ ซึ่งจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 4 หรือต้นปีหน้าเป็นต้นไป”

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจโลตัสประเทศไทย บริษัท สยามแม็คโคร กล่าวเสริมว่า สำหรับธุรกิจรีเทล ในแง่ของยอดขาย ต้องบอกว่า same store growth ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 3 มีตัวเลขที่เป็นบวก และ ก.ย.มีแนวโน้มที่ดี เชื่อว่าไตรมาส 3 ปิดบวกแน่นอน และในแง่ของมอลล์ occupancy ดีขึ้นตามลำดับ ปิดไตรมาส 2 ที่ประมาณ 89% พอไตรมาส 3 เริ่มเป็น 91-92% เพราะฉะนั้น contribution จากมอลล์ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย และหากเทียบกับปีที่ผ่านมาจะเห็นการเติบโตของมอลล์ค่อนข้างเยอะเพราะปีที่ผ่านมามีการล็อกดาวน์

อีกอันหนึ่งต้องชูโรงก็คือออนไลน์ ครึ่งปีแรกธุรกิจออนไลน์ของโลตัสเป็นช่วงตั้งตัว โดยโลตัสเพิ่งเปิดตัว Lotus’s SMART App แอปพลิเคชั่นใหม่ ที่รวมออนไลน์ช็อปปิ้งและรีวอร์ดโปรแกรมใหม่อยู่ในที่เดียวไปเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และครึ่งปีแรกจบที่บวก 4% จากนี้ไปในครึ่งปีหลังจะเป็นการต่อยอดธุรกิจในส่วนนี้ และมีความพร้อมสำหรับธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งจากสาขาเล็ก หรือสาขาใหญ่ จากสาขาที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ตรงนี้จะเป็นการต่อยอดในเรื่องของการเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ของบริษัทสยามแม็คโคร มีรายได้รวม 118,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.6% และมีกำไรสุทธิ 1,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 229,680 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,623 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

โดยกลุ่มธุรกิจแม็คโคร ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้กลุ่มค้าส่งแม็คโครเติบโตได้จากธุรกิจร้านอาหาร โรงแรมที่กลับมาฟื้นตัว ประกอบกับการเติบโตของยอดขาย จากทั้งสาขาเดิมและการเปิดสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะแม็คโครกัมพูชา ที่มีผลประกอบการเป็นบวกมาหลายไตรมาส รวมถึงธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสที่ปรับตัวดีขึ้น

ส่วนกลุ่มค้าปลีกโลตัส กลับมาเติบโตจากการที่สามารถเปิดให้บริการศูนย์การค้าได้ตามปกติ การรีแบรนด์สาขา การพัฒนาสินค้าอาหารสด รวมทั้งการเปิดตัวแพลตฟอร์มจัดจำหน่ายออนไลน์ โลตัส สมาร์ท แอปพลิเคชั่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...