CLINIC เจ้าของ THE KLINIQUE คลินิกความงามชื่อดังกำลังจะเข้าตลาดหุ้น พบ 3 เซียนหุ้นดังเข้าลงทุนก่อนเข้า IPO
ความสวยความงาม คือ สิ่งที่รอไม่ได้ และปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ยอมจ่ายในเรื่องนี้ ผู้ชายก็มีแนวโน้มที่จะดูแลตัวเองมากขึ้น ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยางเต็มพิกัด ซึ่งล่าสุดกำลัง 1 บริษัทอย่าง บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ “CLINIC” เจ้าของคลินิก THE KLINIQUE (เดอะคลีนิกค์) คลินิกความงามชื่อดัง กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แถมเมื่อดูข้อมูลก็พบว่า มี 2 นักลงทุนรายใหญ่ และ 1 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วย
“CLINIC” อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์mai โดยเตรียมเสนอขาย หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 60,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 27.27 ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดย บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
โดย CLINIC บริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการด้านผิวหนัง ศัลยกรรมตกแต่ง และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ทันสมัยตามหลักการแพทย์ ณ 30 มิ.ย. 2565 บริษัทมีสาขาทั้งหมด 39 สาขา แบ่งเป็น คลินิกเวชกรรมจำนวน 35 สาขา ศูนย์ศัลยกรรมจำนวน 1 สาขาและร้านทำเล็บจำนวน 3 สาขา การให้บริการของ CLINIC แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1.แผนกผิวหนังและความงาม (Skin and Aesthetic Department) คือ การให้บริการโดยใช้เครื่องมือเลเซอร์ที่ได้มาตรฐาน
2.แผนกป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ (Wellness and Regenerative Department)คือ การให้บริการฟื้นฟูและบำรุงสุขภาพ และกระตุ้นร่างกายเพื่อให้เกิดการฟื้นฟู
3.แผนกศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery and Reconstruction Department)คือ การให้บริการหัตถการพิเศษ ซึ่งรวมถึงการศัลยกรรม การใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อทำการเสริมความงาม
4.การจำหน่ายเวชสำอาง (Cosmeceuticals)คือ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อการดูแลผิวพรรณ
โดยบริษัทนั้น ดำเนินธุรกิจคลินิกเสริมความงามและดูแลรักษาผิวพรรณกว่า 13 ปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Customer Centric” บริษัทให้ความสำคัญในเรื่อง ประสิทธิภาพของการรักษา ความซื่อสัตย์ และจริยธรรม เพื่อให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุด
ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย
หนึ่งในกลยุทธ์ที่บริษัทใช้ คือ การทำประชาสัมพันธ์โดยบริษัทมีการใช้ Search Engine Marketing (SEM) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญในการทำให้สินค้าและบริการอยู่ในทุกที่ที่กลุ่มลูกค้าเข้าถึง ซึ่งทางบริษัทก็ได้ให้ความสำคัญกับการทำโฆษณาออนไลน์ Google Adwords และการทำ Search Engine Optimization (SEO) ที่เป็นส่วนหนึ่งของ SEM รวมถึงการใช้พรีเซนเตอร์ทางบริษัทได้ คุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ มาเป็นพรีเซนเตอร์นั้นส่งผลให้บริษัทเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น รวมทั้งสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยกว่า 25ปีอีกด้วย
ในด้านการเติบโตCLINIC การเติบโตในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรักษาพยาบาล 331.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17.68 %เป็นผลมาจากมาตรการการควบคุมของภาครัฐผ่อนคลายลง ทำให้ลูกค้าสามารถมารับบริการได้เป็นปกติในทุกสาขา และไตรมาสที่ 1 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 45.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.94%
2 เซียนหุ้น 1 โรงพยาบาลเข้าลงทุนก่อน IPO
หนึ่งในความน่าสนใจของ CLINIC คือการปรากฏชื่อของเซียนหุ้นชื่อดังเข้าถือหุ้นเมื่อปลายปีก่อน โดยในไฟลิ่งของ CLINIC ได้ให้ข้อมูลว่า ในเดือนพ.ย. ปี 2564 บริษัทเอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (“EKH”) มีความสนใจในธุรกิจคลินิกเสริมความงามและดูแลรักษาผิวพรรณ EKH จึงเข้าลงทุนในบริษัทโดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจากผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 16,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 10.00 % ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ทั้งนี้การที่ EKH เข้ามาถือหุ้นของบริษัทนั้นถือเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจซึ่งกันและกัน (Business Synergy) โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งที่ทางบริษัทได้ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2565
นอกจากนี้ ในรอบการซื้อขายหุ้นดังกล่าว ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทได้มีการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหม่ ได้แก่ นายไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา นายคเชนทร์ เบญจกุล นายพีรนาถ โชควัฒนา นางอรสา ตั้งสัจจะพจน์ และนายภิญญ์พิสิฐ ตั้งธำรงโรจน์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 13,090,909 หุ้น หรือคิดเป็น 8.18% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท
โดย นายไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ถือหุ้น 5,818,182 หุ้น หรือ 3.64%
นายคเชนทร์ เบญจกุล ถือหุ้น 2,424,242 หุ้น หรือ 1.51 %
นายพีรนาถ โชควัฒนา ถือหุ้น 2,424,242 หุ้น หรือ 1.51 %
สำหรับการเข้าระดมทุนในครั้งนี้ ลงทุนในการขยายกิจการพัฒนาระบบ IT และระบบข้อมูลลูกค้า เป็นเงินทุนหมุนเวียน บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท
อย่างไรก็ตามหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเสริมความงามถือเป็นเรื่องใหม่ในตลาดหุ้นไทย และเป็นโอกาสในการลงทุนแม้ที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มความงามหลายหุ้นอาจไม่สวยงามอย่างที่คาดหวัง ดังนั้นต้องติดตามว่า CLINIC จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้หุ้นในกลุ่มนี้กลับมาสดใสอีกครั้งหรือไม่