โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CLINIC เจ้าของ THE KLINIQUE คลินิกความงามชื่อดังกำลังจะเข้าตลาดหุ้น พบ 3 เซียนหุ้นดังเข้าลงทุนก่อนเข้า IPO

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2565 เวลา 05.29 น. • ไชยรัตน์ ศรีสุข

ความสวยความงาม คือ สิ่งที่รอไม่ได้ และปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ยอมจ่ายในเรื่องนี้ ผู้ชายก็มีแนวโน้มที่จะดูแลตัวเองมากขึ้น ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยางเต็มพิกัด ซึ่งล่าสุดกำลัง 1 บริษัทอย่าง บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ “CLINIC” เจ้าของคลินิก THE KLINIQUE (เดอะคลีนิกค์) คลินิกความงามชื่อดัง กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แถมเมื่อดูข้อมูลก็พบว่า มี 2 นักลงทุนรายใหญ่ และ 1 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วย
“CLINIC” อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์mai โดยเตรียมเสนอขาย หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 60,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 27.27 ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดย บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
โดย CLINIC บริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการด้านผิวหนัง ศัลยกรรมตกแต่ง และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ทันสมัยตามหลักการแพทย์ ณ 30 มิ.ย. 2565 บริษัทมีสาขาทั้งหมด 39 สาขา แบ่งเป็น คลินิกเวชกรรมจำนวน 35 สาขา ศูนย์ศัลยกรรมจำนวน 1 สาขาและร้านทำเล็บจำนวน 3 สาขา การให้บริการของ CLINIC แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1.แผนกผิวหนังและความงาม (Skin and Aesthetic Department) คือ การให้บริการโดยใช้เครื่องมือเลเซอร์ที่ได้มาตรฐาน
2.แผนกป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ (Wellness and Regenerative Department)คือ การให้บริการฟื้นฟูและบำรุงสุขภาพ และกระตุ้นร่างกายเพื่อให้เกิดการฟื้นฟู
3.แผนกศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery and Reconstruction Department)คือ การให้บริการหัตถการพิเศษ ซึ่งรวมถึงการศัลยกรรม การใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อทำการเสริมความงาม
4.การจำหน่ายเวชสำอาง (Cosmeceuticals)คือ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อการดูแลผิวพรรณ
โดยบริษัทนั้น ดำเนินธุรกิจคลินิกเสริมความงามและดูแลรักษาผิวพรรณกว่า 13 ปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Customer Centric” บริษัทให้ความสำคัญในเรื่อง ประสิทธิภาพของการรักษา ความซื่อสัตย์ และจริยธรรม เพื่อให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุด

ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย

หนึ่งในกลยุทธ์ที่บริษัทใช้ คือ การทำประชาสัมพันธ์โดยบริษัทมีการใช้ Search Engine Marketing (SEM) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญในการทำให้สินค้าและบริการอยู่ในทุกที่ที่กลุ่มลูกค้าเข้าถึง ซึ่งทางบริษัทก็ได้ให้ความสำคัญกับการทำโฆษณาออนไลน์ Google Adwords และการทำ Search Engine Optimization (SEO) ที่เป็นส่วนหนึ่งของ SEM รวมถึงการใช้พรีเซนเตอร์ทางบริษัทได้ คุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ มาเป็นพรีเซนเตอร์นั้นส่งผลให้บริษัทเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น รวมทั้งสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยกว่า 25ปีอีกด้วย
ในด้านการเติบโตCLINIC การเติบโตในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรักษาพยาบาล 331.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17.68 %เป็นผลมาจากมาตรการการควบคุมของภาครัฐผ่อนคลายลง ทำให้ลูกค้าสามารถมารับบริการได้เป็นปกติในทุกสาขา และไตรมาสที่ 1 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 45.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.94%

2 เซียนหุ้น 1 โรงพยาบาลเข้าลงทุนก่อน IPO

หนึ่งในความน่าสนใจของ CLINIC คือการปรากฏชื่อของเซียนหุ้นชื่อดังเข้าถือหุ้นเมื่อปลายปีก่อน โดยในไฟลิ่งของ CLINIC ได้ให้ข้อมูลว่า ในเดือนพ.ย. ปี 2564 บริษัทเอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (“EKH”) มีความสนใจในธุรกิจคลินิกเสริมความงามและดูแลรักษาผิวพรรณ EKH จึงเข้าลงทุนในบริษัทโดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจากผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 16,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 10.00 % ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ทั้งนี้การที่ EKH เข้ามาถือหุ้นของบริษัทนั้นถือเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจซึ่งกันและกัน (Business Synergy) โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งที่ทางบริษัทได้ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2565
นอกจากนี้ ในรอบการซื้อขายหุ้นดังกล่าว ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทได้มีการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหม่ ได้แก่ นายไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา นายคเชนทร์ เบญจกุล นายพีรนาถ โชควัฒนา นางอรสา ตั้งสัจจะพจน์ และนายภิญญ์พิสิฐ ตั้งธำรงโรจน์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 13,090,909 หุ้น หรือคิดเป็น 8.18% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท
โดย นายไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ถือหุ้น 5,818,182 หุ้น หรือ 3.64%

นายคเชนทร์ เบญจกุล ถือหุ้น 2,424,242 หุ้น หรือ 1.51 %

นายพีรนาถ โชควัฒนา ถือหุ้น 2,424,242 หุ้น หรือ 1.51 %
สำหรับการเข้าระดมทุนในครั้งนี้ ลงทุนในการขยายกิจการพัฒนาระบบ IT และระบบข้อมูลลูกค้า เป็นเงินทุนหมุนเวียน บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท
อย่างไรก็ตามหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเสริมความงามถือเป็นเรื่องใหม่ในตลาดหุ้นไทย และเป็นโอกาสในการลงทุนแม้ที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มความงามหลายหุ้นอาจไม่สวยงามอย่างที่คาดหวัง ดังนั้นต้องติดตามว่า CLINIC จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้หุ้นในกลุ่มนี้กลับมาสดใสอีกครั้งหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...