รัฐบาล ขอเลื่อนแจกเงินหมื่น “เฟส 3” นำงบฯ ใช้โครงการอื่น
วันนี้ (19 พ.ค.68) นายพิชัย ชุณหวชิร รอนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
นายพิชัยกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติทบทวนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเฟส 3 และเฟส 4 วงเงินรวม 157,400 ล้านบาท
โดยจะนำเงินดังกล่าว ไปในโครงการที่จำเป็นเกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจ ตามข้อเสนอของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเร่งพิจารณาและนำเสนอโครงการให้คณะกรรมการพิจารณา
“ขอชะลอดิจิทัล วอลเล็ตไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเหมาะสมอีกครั้ง โดยคิดว่าควรจะใช้เงินให้เหมาะสม ตอนนั้น ที่คิดโครงการนี้ คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3% เงินเฟ้อตามกรอบเป้าหมาย แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยน รัฐบาลจึงใส่วิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจในแบบตอนนั้น แต่ตอนนี้ ต้องปรับแผนการใช้เงิน ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีเงินหรือไม่มีเงิน”นายพิชัยกล่าว
นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับวงเงิน 157,000 ล้านบาท จะนำไปดำเนินการ 6 โครงการ คาดว่าจะสามารถหนุนเศรษฐกิจเติบโต 0.7-1% ได้แก่ โครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งอาจไปอยู่ในปีงบประมาณ 2569-2571 บางส่วน ซึ่งจะได้เงินก้อนที่ใหญ่ขึ้น
โครงการด้านคมนาคมโดยทบทวนรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ถนน ที่จะต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วน การแก้ไขปัญหารถติด ซึ่งหากแก้ไขด้านการคมนาคมได้ จะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวด้วย โครงด้านการท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาพิจารณาเกี่ยวกับปัญหาการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งการท่องเที่ยวเมืองรอง การสร้างสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ห้องน้ำ
นอกจากนี้ โครงการอะไรที่เร่งด่วน ก็จะหยิบขึ้นมาพิจารณาก่อน เช่น โครงการช่วยเหลือเพื่อการศึกษาเยาวชน โครงการช่วยเหลือเอสเอ็มแอล (SML) ที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออก พร้อมทบทวนโครงการ การสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง หรือ เอสเอ็มแอล (SML)
นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ล่าสุดสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัว โดยมีค่ากลางที่ 1.8% ซึ่งยอมรับว่า ในไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ สถานการณ์จะไม่เลวร้ายมากนัก
ขณะที่ไตรมาส 3-4 จะขยายตัวต่ำ ประมาณ 1% เท่านั้น ดังนั้น ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากหลายเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อทั้งโลก จึงต้องทบทวนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 ว่า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันมีภาวะผันผวน จากการประกาศนโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของประเทศมหาอำนาจ ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก
รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการออกที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศ ประกอบกับการจัดเก็บภาษีที่เป็นรายได้ของรัฐบาลคาดว่า ต่ำกว่าเป้าหมาย จึงต้องทบทวนโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล พร้อมเร่งปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี)
ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และขอให้พิจารณากันอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์และปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด