โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : FPI ลุยขยายโรงงานรับออเดอร์ทะลัก! รุกตลาดอินเดีย-ซาอุฯ หนุนโตก้าวกระโดด สร้างสถิติสูงสุดรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท

Share2Trade

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • Share2Trade

บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ หรือ FPI เดินหน้าขยายธุรกิจต่อยอดการส่งออกไปตลาดอินเดียและซาอุดีอาระเบีย กางแผนเปิดโรงงานใหม่ 5 แห่ง ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 ที่ 3,000 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุด พร้อมวางรากฐานการเติบโตระยะยาวอย่างมั่นคงในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

FPI_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

** ลุยขยายธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์สู่ตลาดโลก

บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) (FPI) ภายใต้การบริหารงานโดย “สมพล ธนาดำรงศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ด้วยการเดินหน้าขยายธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์สู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการแข่งขันที่รุนแรงจากจีน

โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกปี 2568 ที่มีรายได้รวม 624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% เป็นผลจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

** เผชิญความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ โดยเฉพาะผลกระทบจากการส่งเสริม EV และการรุกคืบของผู้ผลิตจีน ส่งผลให้ตลาดรถกระบะเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มีแนวโน้มจะหดตัวลงถึง 20% กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ การเข้ามาของรถ EV จากจีนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ได้สร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่ตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งส่งผลต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยในระบบ

** วางกลยุทธ์ขยายตลาด – ลงทุนเทคโนโลยี

FPI วางแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพใหม่ เช่น อินเดียและซาอุดีอาระเบีย พร้อมลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง เทอร์โมฟอร์มมิ่ง (Thermoforming) และ 3D Printing เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกระบวนการผลิต รองรับการผลิตทั้งแบบ High volume และ Very low volume โดยเฉพาะการผลิตสินค้าสำหรับกลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche Market) ซึ่งสามารถตั้งราคาสูงได้ และมีการแข่งขันด้านราคาน้อยกว่าตลาดแมส

** ตลาดอินเดีย - ซาอุฯ แนวโน้มเติบโตสูง

สำหรับประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและต้นทุนต่ำกว่าไทยถึง 30% FPI ได้ปรับกลยุทธ์จากเดิมที่รับออเดอร์จากค่ายรถซูซูกิ มาเป็นการร่วมงานกับโตโยต้า โดยได้รับคำสั่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 6 รุ่นจากทั้งหมด 7 รุ่นที่กำลังจะเปิดตัวภายในปีนี้ รวมคำสั่งซื้อในมือกว่า 500 ล้านรูปี และคาดว่าจะปิดปีด้วยยอดรวม 900 ล้านรูปี หรือเติบโตเกือบ 80%

ด้านซาอุดีอาระเบีย FPI เตรียมจัดตั้งโรงงานใหม่ใน เขตเศรษฐกิจพิเศษ (Free Zone) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซาอุฯ โดยมีโอกาสเป็นซัพพลายเออร์ให้กับผู้ผลิตยานยนต์รายใหม่ เช่น Ceer, Lucid และ Hyundai คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนสิงหาคม 2569 ด้วยงบลงทุนเบื้องต้น 10 ล้านเหรียญสหรัฐ และลงทุนเพิ่ม 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี รวมแผนลงทุนทั้งสิ้น 15 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่สำคัญ FPI มองเห็นว่าการเข้าไปยืนในจุดที่ยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดชิ้นส่วนจะทำให้บริษัทฯ สามารถเป็นรายแรกที่ตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

** วางแผนตั้งโรงงานใหม่ 5 แห่ง

สำหรับแผนระยะยาวของ FPI คือการตั้งโรงงานใหม่รวม 5 แห่ง โดยใช้แนวคิดขยายธุรกิจแบบต่อเนื่อง หากประเทศใดประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นฐานต่อยอดไปยังประเทศถัดไป เช่น หากอินเดียเติบโตได้ตามเป้า ก็จะนำโมเดลไปขยายในซาอุฯ ต่อไป เป้าหมายคือการสร้างระบบผลิตครบวงจร รองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ในอนาคต ทั้งในตลาด OEM และ Aftermarket

FPI ยังคงรักษาฐานรายได้จากการส่งออก ซึ่งคิดเป็นกว่า 60–70% ของรายได้รวม โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางที่มีความต้องการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่สำคัญคือบริษัทลูกในอินเดียและไทยยังมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยมีงานในมือรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายในสองปีข้างหน้า

** ปักหมุดรายได้ปีนี้ 3,000 ลบ. ออลไทม์ไฮ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก FPI แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ โดยขยายตลาดไปยังต่างประเทศ มุ่งเน้นเทคโนโลยีการผลิตใหม่ และสร้างความแตกต่างด้วยการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม ขณะเดียวกันยังคงความแข็งแกร่งในตลาดหลัก พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2568 ที่ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ พร้อมวางรากฐานการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืนในตลาดโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...