เรื่องของหมาเกี่ยวกับเทพเจ้าฮินดู โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
มีลูกศิษย์คนหนึ่งของผู้เขียนกระหืดกระหอบมาที่บ้านผู้เขียนเพื่อบอกว่า แถวหลักสี่มีรูปปั้นเทพเจ้าของฮินดูคือพระตรีมูรติ(ดังรูป) พร้อมกับวัวและหมา4 ตัว ซึ่งวัวนั้นก็เข้าใจได้ว่าเป็นพาหนะของพระศิวะ แต่หมา4 ตัวนี่ซิทำให้เขางงจริงๆ ว่ามันเกี่ยวอะไรกับพระตรีมูรติ ดังนั้น จึงขอให้ผู้เขียนช่วยชี้แจงด้วย ซึ่งผู้เขียนก็ได้แต่ถอนหายใจแต่ไม่อยากขัดศรัทธาลูกศิษย์ จึงเริ่มอธิบายโดยมีเงื่อนไขว่าเป็นความเข้าใจและความเห็นของผู้เขียนเอง อย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจังอะไรมากนัก โดยเท้าความถึงเรื่องการ“อวตาร” คือการที่เทพเจ้าฮินดูแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์ โดยเทพแบ่งพลังงานส่วนหนึ่งลงมาเกิดเป็นมนุษย์ หรือสัตว์ เพื่อปราบยุคเข็ญบนโลกมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพระวิษณุนั่นแหละเพราะเป็นผู้คุ้มครองโลก
การอวตารส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับพระวิษณุ ในคัมภีร์ฮินดูจำนวนมากรวมทั้ง“นารายณ์10 ปาง” คืออวตารทั้งสิบในครุฑปุราณะ ที่คนไทยรู้จักดีจาก“ลิลิตนารายณ์สิบปาง” พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่6 ซึ่งพระนารายณ์ได้อวตารเป็นสัตว์ หรือมนุษย์ชนิดต่างๆ ดังนี้
1) มัตสยาวตาร ทรงอวตารเป็นปลา เพื่อกอบกู้โลกจากน้ำท่วม
2) กูรมาวตาร ทรงอวตารเป็นเต่า เพื่อทูนเขามันทระในการกวนเกษียรสมุทรหุงน้ำอมฤตให้แก่เทวดา
3) วราหาวตาร ทรงอวตารเป็นหมูป่า เพื่อกู้แผ่นดินจากยักษ์ร้ายชื่อหิรัณยากษะ
4) นรสิงหาวตาร ทรงอวตารเป็นสัตว์ประหลาดหัวสิงห์ร่างมนุษย์ เพื่อสังหารยักษ์ร้ายชื่อหิรัณยกศิปุ
5) วามนาวตาร ทรงอวตารเป็นพราหมณ์แคระ เพื่อล่อลวงยึดโลกคืนจากอสูรชื่อพลี
6) ปรศุรามาวตาร ทรงอวตารเป็นพราหมณ์ถือขวานชื่อราม เพื่อสังหารกษัตริย์อธรรมชื่อการตวีรยะอรชุน ซึ่งกระทำการเบียดเบียนข่มเหงแก่คนวรรณะพราหมณ์อย่างหนัก และกวาดล้างเชื้อวงศ์วรรณะกษัตริย์ที่เป็นบุรุษจนหมดสิ้นทั้งโลกถึง21 ครั้ง
7) รามจันทราวตาร ทรงอวตารเป็นกษัตริย์ชื่อรามเพื่อสังหารยักษ์ร้ายราวณะ ที่ไทยเรารู้จักกันดีในนามทศกัณฐ์แห่งกรุงลงกา
8) กฤษณาวตาร พระวิษณุอวตารเป็นพระกฤษณะ กษัตริย์แห่งกรุงทวารกาในคัมภีร์ภาควตปุราณะ มหากาพย์มหาภารตะ และอนุศาสน์ภควัทคีตา ถือว่าพระกฤษณะนั้นคือต้นธารแห่งอวตารทุกปางที่ปรากฏขึ้นในโลก
9) พุทธาวตาร พระวิษณุอวตารเป็นพระโคตมพุทธเจ้า ศาสดาของศาสนาพุทธองค์ปัจจุบัน มาจากคัมภีร์ภาควตปุราณะ
10) กัลกิยาวตาร ในอนาคตกาลเมื่อถึงปลายกลียุค พระวิษณุจะอวตารมาเป็นบุรุษขี่ม้าขาวชื่อกัลกิ เพื่อปราบยุคเข็ญ มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในกัลกิปุราณะ
นอกจากนั้นยังมีอวตารอื่นๆ ของพระวิษณุที่มีปรากฏในคัมภีร์ภาควตปุราณะที่อวตารอีก22 ปาง โดยอวตารเป็นหญิงงามบ้าง ฤๅษีบ้าง กษัตริย์บ้าง ฯลฯ แต่รวมทั้งหมดแล้วที่พระนารายณ์อวตารมาทั้งหมด24 ปาง ปรากฏว่าไม่มีอวตารมาเป็นหมาเลย
แต่ในมหาปรัสถานิกบรรพ ที่แปลว่า“บรรพแห่งการผจญภัย” เป็นหนังสือบรรพที่17 ของมหาภารตะ มีเนื้อหาทั้งหมด3 ตอน ไม่มีบรรพย่อยใดๆ นับว่าเป็นบรรพที่สั้นที่สุดในมหาภารตะ เป็นเรื่องราวของท้าวยุธิษฐิระสละราชสมบัติและออกผนวชพร้อมเหล่าพี่น้องปาณฑพและนางเทราปตี โดยมีหมาติดตามไปด้วยตั้งแต่เริ่มแรกตัวหนึ่งออกจาริกแสวงบุญไปยังที่ต่างๆ จนกระทั่งทั้งหมดได้พยายามไต่เขาหิมาลัยเพื่อไปสู่สวรรค์ นอกจากท้าวยุธิษฐิระแล้วทุกคนล้วนสิ้นชีวิตระหว่างการปีนเขา
แม้จะสูญเสียมเหสีและอนุชาไปจนหมดสิ้นแล้ว ท้าวยุธิษฐิระก็หาได้ย่นย่อท้อถอยต่อการเดินทางขึ้นภูเขาหิมาลัยโดยมีหมาติดตามอย่างกระชั้นชิดไปด้วยเหมือนเดิม จนร้อนถึงพระอินทร์ต้องเอาราชรถไปรับขึ้นสวรรค์โดยไม่ต้องเดินอีกต่อไป ซึ่งท้าวยุธิษฐิระก็ให้หมาขึ้นราชรถก่อน แต่พระอินทร์ห้ามไว้ว่าเอาหมาขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ท้าวยุธิษฐิระก็เลยไม่ยอมขึ้นราชรถ แบบว่าถ้าไม่ยอมให้หมาไปด้วย ทันใดนั้นหมาก็เลยหายไปกลายเป็นพระนารายณ์4 กร พร้อมกับบอกท้าวยุธิษฐิระว่าพระนารายณ์มีเจตนาที่ทดลองความหนักแน่นในธรรมะจึงได้แปลงร่างเป็นหมาติดสอยห้อยตามท่านมาตลอดทาง ตั้งแต่ราชธานีมาแล้ว สมควรแล้วที่ท้าวยุธิษฐิระจะได้ไปเสพสุขในเมืองสวรรค์
สรุปเรื่องก็พอสันนิษฐานได้ว่า เมื่อพระนารายณ์เคยแปลงร่างเป็นหมาครั้งหนึ่งอ้างอิงจากหนังสือบรรพที่17 ของมหาภารตะก็คงพออนุโลมได้กระมังที่จะมีรูปปั้นหมา4 ตัวกับวัว1 ตัวอยู่ร่วมแท่นกับพระตรีมูรติได้
แต่ผู้เขียนออกจะเชื่อว่าคนที่ออกเงินปั้นรูปพระตรีมูรติที่มีหมา4 ตัวอยู่ด้วยนี้คงจะเป็นคนรักหมา และสร้างเป็นรูปปั้นหมาที่เคยเลี้ยง4 ตัวไว้เป็นที่ระลึกมากกว่า
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์