โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เปิดมุมมองผู้บริหาร LAUNDRYBAR ธุรกิจร้านสะดวกซักจะไปต่ออย่างไรในอนาคต

SMART SME

อัพเดต 11 ธ.ค. 2566 เวลา 00.52 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2566 เวลา 07.12 น. • Smart SME

ร้านสะดวกซักกลายเป็นเทรนด์ธุรกิจที่น่าลงทุนในยุคสมัยนี้ ด้วยพฤติกรรมของผู้คนที่ต้องการความสะดวกสบายยิ่งขึ้น อะไรที่สามารถช่วยเบาแรงได้เป็นเรื่องดี จึงทำธุรกิจประเภทนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตไปโดยปริยายที่ตอนนี้เราเดินทางไปไหนมาไหน ก็จะเห็นร้านสะดวกซักเข้าไปติดตั้งพร้อมให้บริการกับลูกค้า

LAUNDRYBAR หนึ่งในแบรนด์ร้านสะดวกซักผู้นำการให้บริการ ร้านซัก-อบผ้าแบบบริการตนเอง สัญชาติมาเลเซียที่เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย และจับมือร่วมกันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ SABUY ในการพัฒนาที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนแฟรนไชส์ และผู้ใช้บริการให้มากที่สุด

Smartsme มีโอกาสพูดคุยกับคุณชานนท โตวิกภัย Executive Director ลอนดรี้บาร์ไทย กับทิศทางธุรกิจทั้งที่ผ่านมา และอนาคตว่าธุรกิจร้านสะดวกซักนี้จะมีโอกาสเติบโตไปไกลแค่ไหน

คุณชานนท เล่าว่าธุรกิจร้านสะดวกซักในปัจจุบันถือว่าเติบโตได้ค่อนข้างดี และมีโอกาสเติบโตได้มากยิ่งขึ้นในปี 2567 เนื่องจากว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค รวมถึงเป็นธุรกิจที่เข้าไปอยู่ในปัจจัย 4 เพราะทุกคนต้องซักผ้า ดังนั้น เราจึงเห็นร้านสะดวกซัก ร้านซักอบผ้า 24 ชั่วโมง เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะในปัจจุบัน และคาดการณ์ว่าจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการในอนาคตเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ร้านประเภทนี้เพิ่มขึ้นมาก

“ตัวเลข ณ ปัจจุบัน มีร้านสะดวกซักอยู่ในประเทศไทยจำนวน 4,000 สาขา ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตมากยิ่งขึ้นอีกมากมาย” คุณชานนท กล่าว

แน่นอนว่าด้วยธุรกิจที่เป็นเทรนด์ การแข่งขันย่อมสูงตามเป็นธรรมดา คุณชานนท มองว่าธุรกิจร้านสะดวกซักที่สำคัญที่สุดคือการซักผ้าที่สะอาด ส่วนปัจจัยที่รองลงมาคือในเรื่องของโลเคชั่นของสาขา ถ้ามีการแข่งขันผู้บริโภคจะดูในสองส่วนที่พูดมา โดยในธุรกิจเราได้มองหาโลเคชั่นที่ตอบโจทย์ในชุมชน, มหาวิทยาลัย, หอพัก, อพาร์ทเมนต์

นอกจากนี้ผู้มาใช้บริการร้านสะดวกซักต้องใช้เวลาอยู่ในร้านอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เราจะมีตู้เวนดิ้งในเครือ SABUY เข้ามาวางทั้งในส่วน SABUYWASH และ LAUNDRYBAR รวมถึงในอนาคตจะมีตู้เครืองดื่ม ตู้กาแฟเข้ามาติดตั้งภายในร้าน ตามกลยุทธ์ที่ทำร่วมกัน

“ระหว่างที่ลูกค้ารอ เรายังมี Free Wi-fi กิจกรรมอื่น ๆ ให้เขาได้ใช้บริการ ที่เห็นหลัก ๆ ตู้กดน้ำจะขายดีมาก” คุณชานนท กล่าว

อีกทั้ง ด้วยสังคมการชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมไร้เงินสด ร้านสะดวกซักที่ให้บริการจะมีทั้งชำระเงินแบบหยอดเหรียญ กับการใช้แอปพลิเคชันมือถือในการสแกนจ่าย ซึ่งในจุดนี้นอกจากสะดวกสบายแล้ว ลูกค้ายังได้แต้มสะสมมาเป็นส่วนลดในอนาคตเช่นกัน

เมื่องมองในส่วนการลงทุนสำหรับผู้สนใจอยากซื้อแฟรนไชส์ หากไม่มีโลเคชัน เราจะมีทีมโลเคชันคอยช่วยดูแลให้ หรืออาจะมองหาทำเลที่เป็นชุมชน มีความหนาแน่นของประชากรในรัศมี 1 กิโลเมตรอย่างน้อยต้องมี 300 คน เมื่อได้แล้วเรื่องต่อมาคือบริการที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาใช้บริการ ซึ่งทั้ง SABUYWASH และ LAUNDRYBAR เราให้ความสำคัญกับส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการตลาด, บริการหลังการขาย, การเข้าบำรุงรักษาให้ทันท่วงที

“หน้าที่หลัก ๆ ของผู้ลงทุนคือมีหน้าที่ดูแลร้านให้สะอาด ซึ่งปัญหาอาจจะเกิดขึ้นได้บ้าง เช่น การไม่ดูแลความสะอาด อย่างเครื่องอบผ้าจะมีฟิวเตอร์ที่ต้องทำความสะอาดทุกวัน หรืออย่างน้อย 2 วันครั้ง หากไม่ทำความสะอาดจะเกิดความสิ้นเปลืองของเชื้อเพลิงมากขึ้น รวมทั้งเครื่องจะเสียได้ง่ายขึ้น ส่วนปัญหาอื่น ๆ เช่น การเก็บเงินที่ควรจะเก็บให้บ่อยครั้งที่สุด”

คุณชานนท กล่าวต่อว่าธุรกิจร้านสะดวกซักเป็นธุรกิจที่ใช้เวลาในการบริหารค่อนข้างน้อย ทั้งในส่วนสต๊อก, คน เพราะเราใช้เครื่องจักรในการทำงาน เพราะฉะนั้นผู้ลงทุนต้องควบคุมเครื่องจักรให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราจะมีแอปพลิเคชันในการตรวจสอบการทำงานของเครื่อง ซึ่งมีทั้งกรณีที่สามารถแก้ไขออนไลน์ได้ก็สามารถทำได้เลย หากแก้ไขไม่ได้ควรแจ้งกับผู้ให้บริการเพื่อแก้ไขทันที

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าอายุการใช้งานของเครื่องซักผ้าอยู่ที่ประมาณกี่ปี คุณชานนทให้คำตอบว่าต้องแยกออกเป็น 2 กรณี 1.LAUNDRYBAR จะใช้เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม ซึ่งจะถูกออกแบบมาให้ใช้กับการทำงานที่หนัก สามารถใช้งานได้ถึง 18 ปี ขึ้นไป 2.SABUYWASH ใช้เป็นเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ ราคาจะย่อมเยากว่า แต่ความคงทนน้อยกว่าเครื่องอุตสาหกรรม จะมีความคงทนน้อยกว่าเครื่องอุตสาหกรรม ซึ่งระยะเวลาคืนทุนขึ้นอยู่กับทำเล หากมีคนใช้งานเยอะย่อมคืนทุนไว เฉลี่ยอยู่ที่ 2 ปีครึ่ง

คุณชานนท ทิ้งท้ายว่าธุรกิจร้านสะดวกซักเป็นธุรกิจปัจจัย 4 เพราะว่าคนทุกคนต้องซักผ้า ดังนั้นถ้าจะตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ต้องมาดูว่าทำอย่างไรให้พวกเขาสะดวก สบายที่สุด

ทั้งนี้ SABUYWASH มีอยู่ประมาณ 40 สาขา ส่วน LAUNDRYBAR มีประมาณ 260 สาขา ดังนั้นเมื่อรวมกันทั้งสองแบรนด์จะมีประมาณ 300 กว่าสาขา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...