โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกาหลีเหยียดแค่ไหน? ไม่ต้อนรับคนต่างชาติจริงหรือไม่? เปิดดาต้าและทัศนะหาคำตอบ

The Better

อัพเดต 05 พ.ย. 2566 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2566 เวลา 08.26 น. • THE BETTER
ดาต้าไม่เคยโกหกใคร ดังนั้นเพื่อที่จะเข้าใจว่าทำไมเกาหลีใต้จึงมีปัญหาเหยียดคนต่างชาติรุนแรง เราจึงต้องมาดูกันที่ตัวเลขกัน 

ทุกประเทศต่างก็มีปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ (Racism) และรังเกียจคนต่างชาติ (Xenophobia) บางประเทศก็เหยียดกันตรงๆ (เช่น เดินบนถนนอยู่ดีๆ ก็ถูกทำร้ายทั้งทางกายหรือวาจา) บางประเทศก็เหยียดผ่านนโยบายบางอย่างที่ดูแนบเนียน (เช่น ออกกฎอะไรบางอย่างที่ทำให้คนต่างชาติเข้าประเทศได้ยาก)

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มักจะมีข่าวเรื่องประเด็นเหยียดเชื้อชาติกับกีดกันคนต่างชาติอยู่บ่อยๆ ซึ่งบางคนพยายามอธิบายว่าเป็นเพราะชาตินิยม (Nationalism) ที่รุนแรง แต่มันก็อาจเป็นเพราะความหลงตัวเองว่าเป็นเชื้อชาติที่เหนือกว่าคนอื่น (Chauvism) ด้วย ก่อนที่จะไปวิเคราะห์กันว่าทำไมเกาหลีใต้ถึงมีปัญหานี้ค่อนข้างหนักกว่าเพื่อนบ้าน เราไปดูตัวเลขที่ช่วยยืนยันข้อสงสัยของเรากันก่อน

  • สถาบันการบริหารสาธารณะเกาหลี (KEI) ได้ทำการสำรวจการผสานความกลมกลืนทางสังคม (Korea Social integration Survey) มีการสอบถามทัศนะของสังคมเกาหลีใต้ต่อชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศ โดยมีชาวเกาหลีใต้ 8,077 คนที่ตอบการสำรวจ
  • พบว่าทัศนะคนเกาหลีใต้ต่อคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศมีดังนี้ ที่คิดว่าคนต่างชาตินั้น "แย่" (bad) มีถึง 54.% ในปี 2021 เพิ่มจาก 45.3% เมื่อปี 2020 ที่คิดว่า "แย่มาก" (very bad) อยู่ที่ 3.9% จากเดิม 4.1%
  • คนเกาหลีที่คิดว่าคนต่างชาติ "ค่อนข้างแย่" (somewhat bad) อยู่ที่ 42.9% ในปี 2021 จากเดิม 47.8% ส่วนที่คิดว่า "ไม่ได้แย่เลย" (not bad at all) อยู่ที่ 2.1% จากเดิม 2.8%

มีชื่อเสียงระดับโลกเรื่องเหยียด
หากค้นคำว่า South korea แล้วตามด้วยคำว่า Racist หรือ Xenophobic ก็จะพบผลลัพธ์มากมาย ส่วนใหญ่มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้นั่นเองและรายงานโดยสื่อภาษาอังกฤษในเกาหลี หรืออาจจะเป็นรายงานขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ความขึ้นชื่อของเกาหลีใต้ในเรื่องเหยียดยังสะท้อนผ่านผลสำรวจของสื่อต่างประเทศด้วย คือ

  • ผลรวมจากการสำรวจโดย Washington Post (เมื่อปี 2013) และ Business Tech (เมื่อปี 2016) พบว่าในบรรดาประเทศที่เหยียดเชื้อชาติที่สุดในโลก (Most Racist Countries) เกาหลีใต้อยู่ในอันดับที่ 10
  • จากการสำรวจดังกล่าวพบว่าคนเกาหลีใต้ 29.6% ไม่อยากมีเพื่อนบ้านเป็นคนต่างชาติ มี 36.5% ตอบว่าเคยพบเห็นการกระทำที่เหยียดเชื้อชาติ
  • เทียบกับไทยแล้ว 39.8% ไม่อยากมีเพื่อนบ้านเป็นคนต่างชาติ แต่มีแค่ 19% ที่เคยพบเห็นการกระทำที่เหยียดเชื้อชาติ คะแนนรวมของไทยจึงอยู่ที่ 0.59 ส่วนเกาหลีใต้อยู่ที่ 0.66

จากการสำรวจนี้เราออกแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือความระแวง/ไม่ชอบคนต่างชาติ หรือ Xenophobia ที่แสดงออกผ่านคำถามว่า "ถ้ามีคนต่างชาติเป็นเพื่อนบ้านจะเอาไหม?" ในประเทศไทยสูงกกว่าเกาหลีใต้ แต่ในแง่ของการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นรูปธรรม หรือ Racism เกาหลีใต้สูงกว่าไทยมาก

อย่าลืมว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่รับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานหลายล้านคน และยังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดความรำคาญหรือความอึดอัดใจต่อคนต่างชาติได้เช่นกัน (อาจสะท้อนผ่านคำกล่าวที่ว่า "มาเที่ยวมาหรือทำงานที่ไทยได้ แต่อย่าอยู่นาน") แต่ถึงขนาดนั้น คนไทยกลับเหยียดเชื้อชาติน้อยที่สุดในบรรดาประเทศที่ถูกสำรวจ

ทำไมเกาหลีใต้ถึงไม่ชอบและเหยียดต่างชาติ
เกาหลีใต้มีลักษณะคล้ายญี่ปุ่น คือเป็นดินแดนที่แทบไมมีคนเชื้อชาติอื่นเป็นคนกลุ่มน้อย ทั้งสังคมมีคนชาติเดียว ทำให้เมื่อเปิดประเทศก็ยังคงมีค่านิยมสนับสนุนคนพวกเดียวกัน และเข้ากันไม่ได้กับ "คนนอก" เกาหลียังเคยเป็นประเทศที่ปิดตัวเองจากโลกภายนอกมาก่อน จนเคยมีฉายาว่า "ประเทศฤาษี" (Hermit country) ดังนั้น เกาหลีทั้งเหนือและใต้จึงไม่คุ้นเคยกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ นอกจากนี้ สังคมเกาหลีใต้ยังเคร่งครัดกับลัทธิขงจื๊อ ที่กำหนดการสืบสายเลือดหรือวงศ์สกุลที่ชัดเจน

เรื่องการรักษาสายเลือดเกาหลีอันผุดผ่องนั้น มีสิ่งที่ยืนยัน คือ

  • งานวิจัยของ Jiyoon Kim สำรวจความเห็นของคนเกาหลีใต้พบว่าเกือบ 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามในปี 2005 และ 2010 เชื่อว่าสายเลือดเกาหลีมีความสำคัญต่อการเป็นคนเกาหลี
  • ผลการศึกษาโดยกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศและครอบครัวในปี 2012 พบว่า 86.5% ของชาวเกาหลีใต้เน้นถึงความสำคัญของการสืบเชื้อสายทางสายเลือดหรือวงศ์สกุล

จากการศึกษาโดย Katharine H. S. Moon นักวิชาการชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ในภาควิชารัฐศาสตร์ที่วิทยาลัยเวลส์ลีย์ ประธานมูลนิธิ SK-Korea สาขาเกาหลีศึกษา ตั้งข้อสังเกตว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีเชื้อชาติเดียว (Homogeneity ซึ่งระบอบประชาธิปไตยต้องประกอบด้วยความหลากหลาย หรือพหุนิยม) สังคมเกาหลียังยึดมั่นถือมั่นกับ "สายเลือดบริสุทธิ์" (pure bloodline) และเป็นสังคมที่เชื้อชาติเดียวเป็นใหญ่และเป็นผู้กำหนดมาตรฐานในสังคม (Ethnocentrism) ซึ่งไม่ใช่สังคมที่ยอมรับความหลากหลาย

คนนอกเข้ามามากแรงต้านยิ่งมาก
เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศเปิดมากขึ้นทุกที และด้วยระบอบประชาธิปไตยทำให้เลี่ยงการสร้างสังคมพหุนิยมไม่ได้ นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีอัตราการเกิดต่ำ คนมีการศึกษาแต่งงานช้า หรือไม่แต่งงานเลย ภาคแรงงานมีคนใช้ขายแรงลดลง ทำให้เริ่มมีความนิยมในหมู่คนในชนบทที่จะแต่งงานกับคนตางชาติมากขึ้น เช่น คนเชื้อชาติเกาหลีจากจีนและเอเชียกลาง ไปจนถึงคนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์

ในขณะที่อัตราการเกิดของคนเกาหลีแท้ๆ ลดลงในระดับต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว คนหลากหลายเชื้อชาติที่เกาในเกาหลีใต้กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และนี่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่าง "เด็กเกาหลีแท้ๆ" และ "เด็กลูกครึ่งเกาหลี" ทำในเกาหลีใต้ การเหยียดเชื้อชาติถูกบ่มเพาะแต่วัยเด็ก และส่งผลในระดับลึกต่อสังคม ต่อไปนี้คือตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้

  • จากการสำรวจในปี 2010 ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข สวัสดิการ และครอบครัวของเกาหลีใต้ พบว่าในบรรดานักเรียนประถมและมัธยมต้นที่มีเชื้อชาติผสม หรือนักเรียนที่เกิดจากการแต่งงานระหว่างเชื้อชาติ มีเพียง 40% เท่านั้นที่เพื่อนร่วมชั้นถือว่าเป็น "คนเกาหลี"
  • นักเรียนเกือบ 50% กล่าวว่าพวกเขามีปัญหาในการเป็นเพื่อนกับนักเรียนที่ไม่ได้มีเชื้อชาติเดียวกัน นั่นเพราะสีผิวของเพื่อนร่วมชั้นที่แตกต่างกัน (24.2%) ความกลัวที่จะถูกนักเรียนเกาหลีคนอื่นรังเกียจ (16.8%) และความรู้สึกอับอายหากเป็นเพื่อนกับเด็กที่มีเชื้อชาติผสม (15.5%)
  • ในช่วงปลายปี 2012 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเกาหลีใต้รายงานว่า 42% ของเด็กหลายเชื้อชาติถูก "เพื่อนร่วมชั้นล้อเลียนหรือเลือกปฏิบัติเนื่องจากไม่สามารถออกเสียงคำภาษาเกาหลีได้อย่างถูกต้อง"
  • การสำรวจโดยรัฐบาลกรุงโซล เมื่อปี 2014 พบว่าให้เห็นว่าวัยรุ่นต่างชาติ 4 ใน 5 คนไม่ได้ไปโรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นเพราะถูกเลือกปฏิบัติและการกลั่นแกล้ง
  • ทั้งหมดนี้ ทำให้รายงานของ Katharine H. S. Moon สรุปกว่าการเหยียดในโรงเรียนอยู่ในระดับที่เลวร้ายจนสร้างความเสียหายอย่างมาก

คนต่างชาติคิดว่าเกาหลีเหยียดแค่ไหน?
หลังจากที่เรายืนยันด้วยสถิติและตัวเลขกันแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะถามความเห็นคนต่างชาติกันบ้าง แพลตฟอร์มตัวอย่างที่พูดถึงความเหยียดเชื้อชาติของเกาหลีใต้ก็คือ Quora ซึ่งเคยมีคนตั้งคำถามว่า "Is Korea the most racist country in the world?"

หนึ่งในผู้ตอบที่มีคนไลค์มากที่สุด คือ Sung Bhag ซึ่งเป็นชาวเกาหลีบอกว่า "เหยียดเชื้อชาติมาก พวกเราชาวเกาหลีส่วนใหญ่เหยียดเชื้อชาติมากกว่าผู้รักชาติผิวขาวในอเมริกาด้วยซ้ำ ชาวต่างชาติคนไหนที่อาศัยอยู่ในเกาหลีนานกว่าสองสามเดือนหรือพยายามหางานที่นี่จะพูดเป็นเสียงเดียวกัน ชาวเกาหลีจำนวนมากใน Quora จะพยายามปฏิเสธว่าเราส่วนใหญ่ไม่ได้เหยียดเชื้อชาติ แต่พวกเขาแค่พยายามปกปิดความจริงกันที่ความจริงจะทะลักออกมา ฉันเคยเห็นชาวแอฟริกันถูกทำหน้าตาน่ารังเกียจใส่บนถนนในอิแทวอน การด่าเหยียดเชื้อชาติใส่ชาวจีน ญี่ปุ่น เอเชียใต้ ลาติน ตะวันออกกลาง ชาวสลาฟ และแม้แต่ชาวอเมริกันผิวขาว ที่นี่พวกเราชาวเกาหลีมักจะบ่นว่าคนผิวขาวเหยียดเชื้อชาติ (น่าหัวเราะ) แต่จริงๆ แล้ว ระหว่างที่ฉันอยู่ในอเมริกาเป็นเวลา 12 ปี ฉันได้เห็นการเหยียดเชื้อชาติในเกาหลีอย่างเปิดเผยมากกว่าในอเมริกา"

สรุป คนเกาหลีจะเหยียดเชื้อชาติเบาลงไหม?

  • ในการสำรวจค่านิยมโลก (World Values Survey) ปี 2017–2020 โดยสอบถามชาวเกาหลีใต้ 1,245 คน ในจำนวนนี้ 15.2% รายงานว่าพวกเขาไม่ต้องการให้คนที่มีเชื้อชาติแตกต่างมาเป็นเพื่อนบ้าน ตังเลขนี้ลดลงจากการสำรวจระหว่างปี 2010-2014 ที่ 34.1%
  • การสำรวจเดียวกันยังถามเรื่องเพื่อนบ้านที่เป็นแรงงานต่างด้าว โดยในปี 2010-2014 คนเกาหลีใต้ 44.2% บอกว่าพวกเขาไม่ต้องการให้ "ผู้อพยพ/แรงงานต่างชาติ" เป็นเพื่อนบ้าน แต่เมื่อถึงปี 2017–2020 ตัวเลขนี้อยู่ที่ 22.0% หรือลดลงอย่างมากเช่นกัน

วิเคราะห์จากผลสำรวจข้างต้น อาจเป็นเพราะเกาหลีเป็นสังคมเปิดมากขึ้น ทำใหการเหยียดเริ่มเบาบางลง แต่มันก็ยังถือว่าสูงอยู่ดีเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ดังนั้น อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้ เพื่อรอให้สังคมเกาหลีค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับค่านิยมสากลของโลกภายนอก

Photo by Anthony WALLACE / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...