มหกรรมหนังสือสำเร็จเกินคาด ยอดทะลุ 410 ล้าน นิยายขายดีสุด ศูนย์สิริกิติ์-MRT ได้อานิสงส์
งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ประสบความสำเร็จเกินคาด ยอดขายสะพัด 410 ล้านบาท คนแห่เข้างาน 1.62 ล้านคน ตลอด 12 วัน ศูนย์สิริกิติ์-MRT ได้อานิสงส์ เผยหนังสือนิยายครองแชมป์ขายดีสุด
วันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายสุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดไว้ โดยมียอดขายรวมกว่า 410 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 400 ล้านบาท และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานถึง 1.62 ล้านคน ตลอดระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2566 มีจำนวนคนเข้างานมากสุดที่ 1.72 แสนคน รองลงมาเป็นวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2566 มีคนเข้างานจำนวน 1.65 แสนคน
สำหรับหนังสือที่ขายดีสุด เป็นหมวดหนังสือนิยาย ไม่ว่าจะเป็นมังงะ ไลต์โนเวล นิยายวาย และอื่น ๆ โดยคิดเป็น 72% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งถือว่าเยอะมาก
ทั้งนี้ จากการสำรวจของสมาคมพบว่า ผู้เข้าร่วมงานอายุระหว่าง 16-35 ปี เป็นช่วงวัยที่เข้ามาชมงานมากที่สุด นายกสมาคมฯกล่าว
ปัจจัยความสำเร็จของงานหนังสือครั้งนี้ คือกระแสของการอ่านที่กลับมา และกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่เพียงแต่อ่านหนังสือเท่านั้น แต่หนังสือกลายเป็นของสะสมของพวกเขาด้วย สำนักพิมพ์จึงปรับตัว หรือทำโปรดักต์ใหม่ ๆ เช่น บอกซ์เซต เป็นต้น
นอกจากนี้ สำนักพิมพ์เองก็ออกปกใหม่ หรือรีพรินต์เล่มที่เคยผลิตแต่กลับมาอยู่ในความต้องการ เพื่อเอามาขายอีกครั้ง ก็ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น
“อีกส่วนหนึ่งคือ เมื่อนักอ่านเสพงานเขียน ก็ต้องการเจอหรือพบปะนักเขียนตัวเป็น ๆ จึงทำให้มาที่งานหนังสือ สิ่งนี้ยังคงเป็นเสน่ห์ของงานนี้และไม่จางหายไป” นายสุวิชกล่าว
สำนักพิมพ์ประสบความสำเร็จ 80%
นายสุวิชกล่าวอีกว่า ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกสำนักพิมพ์ที่จะได้ยอดขายตามเป้าของตัวเอง ผมเดินงานตลอดระยะเวลา 12 วัน และได้พูดคุยกับเพื่อนสำนักพิมพ์ตามบูทต่าง ๆ พบว่า
หลักสำคัญที่จะอยู่รอดในงานมหกรรมหนังสือได้ คือต้องมีหนังสือใหม่อย่างน้อย 5 ปกขึ้นไป หรือจะเป็นเล่มที่นำมารีพรินต์ก็ได้ แต่อย่างไรก็ต้องมี ถ้านำเล่มเดิม ๆ มาขายก็เป็นไปได้มากที่ยอดขายจะไม่เข้าเป้า เพราะร้านหนังสือทั่วไปนอกงานก็มี
ปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือ โปรโมชั่น ผมบอกกับเพื่อนสำนักพิมพ์เวลาประชุมใหญ่ของสมาคมอยู่เสมอว่ามาในงานนี้ต้องมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดนักอ่าน ต้องแตกต่างจากร้านที่ขายข้างนอกทั่วไป
อย่างไรก็ดี งานมหกรรมหนังสือในครั้งนี้ มีสำนักพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จกว่า 80% จากที่มาร่วมออกบูททั้งหมด 340 สำนักพิมพ์
งานหนังสือต่อไป “บุ๊คลิมปิก”
นายสุวิชเผยว่า หลังจากนี้ สมาคมมีแผนจัดงานมหกรรมหนังสือขึ้นต่อเนื่องในปี 2567 ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและการสัญจรไปในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงหนังสือให้กับเยาวชนและผู้ที่รักการอ่าน
ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมหนังสือภาคใต้ ครั้งที่ 10 ในระหว่างวันที่ 2-11 ก.พ. 2567 ที่เซ็นทรัล หาดใหญ่, เทศกาลหนังสืออุดรธานี ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-9 มิ.ย. 2567 ณ เซ็นทรัล อุดรธานี เป็นต้น
สำหรับ “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ ครั้งที่ 52” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มี.ค.-8 เม.ย. 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในธีม “บุ๊คลิมปิก” เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
โดยสมาคมมีแผนที่จะขยายฮอลล์ใช้จัดงานจาก 3 เป็น 4 ฮอลล์ เพื่อรองรับจำนวนคนเข้างาน และจะร่วมกับ “บ้านและสวน” ด้วย เช่น มีมุมสวนให้อ่านและพักผ่อนภายในงาน เป็นต้น
นอกจากนี้ สมาคมยังได้เชิญชวนงานหนังสือและสำนักพิมพ์จากต่างประเทศให้มาเข้าร่วมด้วย เช่น จีน ไต้หวัน และอังกฤษ เป็นต้น โดยหวังว่าจะทำให้งานหนังสือของไทยเป็นงานสู่ระดับสากล
ความสำเร็จในการจัดมหกรรมสัปดาห์หนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 นี้ ส่งสัญญาณให้เห็นว่า อุตสาหกรรมหนังสือกลับมาฟื้นตัวและก้าวเดินได้อย่างมั่นคงแล้ว
“นับจากนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการต่างมีความพร้อมในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคัก และการสนับสนุนจากภาครัฐที่ผลักดันให้หนังสือเป็น Soft Power นั้นจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และยกระดับทำให้อุตสาหกรรมหนังสือเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายสุวิชกล่าว