โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสิกรฯ คาด SET สัปดาห์นี้ 1,170-1,225 จุด จับตาประชุมเฟด-เงินเฟ้อไทยเดือน เม.ย.

efinanceThai

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 01.58 น.

กสิกรฯ คาด SET สัปดาห์นี้ 1,170-1,225 จุด จับตาประชุมเฟด-เงินเฟ้อไทยเดือน เม.ย.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 68 8:57: น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 7 เดือนที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก แต่ทยอยแข็งค่ากลับมาในช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางเงินทุนต่างชาติ ที่สลับมาอยู่ในฝั่งซื้อสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยในช่วงก่อนการประชุมกนง. ซึ่งมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาที่ 1.75%

ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญข้อจำกัดในการฟื้นตัวเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนของการเริ่มเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ และจีน

เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง และแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 7 เดือนที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงปลายสัปดาห์ แม้ว่าจะมีประเด็นที่ Moody’s ปรับมุมมองที่มีต่อแนวโน้มอันดับเครดิตไทยและสถาบันการเงิน 7 แห่ง เป็น “เชิงลบ” จาก “มีเสถียรภาพ” โดยเงินบาทมีแรงหนุนจากการแข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคและเงินหยวนในตลาดออฟชอร์ หลังเริ่มมีสัญญาณเกี่ยวกับการเตรียมเจรจาเรื่องภาษีการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก

ในวันศุกร์ที่ 2 พ.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.56 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (25 เม.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-2 พ.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,492 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 7,413 ล้านบาท (แบ่งเป็น ขายสุทธิพันธบัตร 7,412 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 1 ล้านบาท)

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-9 พ.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.80-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (6-7 พ.ค.) การประชุม BOE (8 พ.ค.) สถานการณ์ของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคบริการเดือนเม.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนเม.ย. ของจีน ยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่น รวมถึงตัวเลขการส่งออกและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นในเดือนเม.ย. ของจีนด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากผลการประชุมกนง. และนักลงทุนคลายกังวลบางส่วนต่อประเด็นสงครามการค้า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงแรก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ แม้ระหว่างสัปดาห์จะมีปัจจัยลบจากประเด็น Moody’s ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยลงมาเป็น “เชิงลบ” ก็ตาม

โดยปัจจัยที่หนุนดัชนีหุ้นไทย ได้แก่ แรงซื้อหุ้นบิ๊กแคป โดยเฉพาะหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งหลังผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ การปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. ตลอดจนนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ มีท่าทีประนีประนอม และจีนกำลังพิจารณาข้อเสนอสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมในช่วงท้ายสัปดาห์จากการเปิดขายกองทุน Thai ESGX ซึ่งเป็นกองทุนรูปแบบใหม่ที่คาดว่าจะมีส่วนช่วยพยุงหุ้นไทย อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยเริ่มจำกัดในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเผชิญแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มแบงก์จากประเด็นที่ Moody’s ปรับมุมมองแนวโน้มอันดับเครดิตของสถาบันการเงิน 7 แห่งเป็น “เชิงลบ” จาก “มีเสถียรภาพ”

อนึ่ง สัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวลงสวนทางภาพรวม โดยเผชิญแรงขายทำกำไร เนื่องจากมีการตอบรับประเด็นเรื่องปรับลดดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้

ในวันศุกร์ที่ 2 พ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,198.98 จุด เพิ่มขึ้น 3.45% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,980.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.69% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.73% มาปิดที่ระดับ 253.47 จุด

สัปดาห์นี้ (6-9 พ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,170 และ 1,150 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,215 และ 1,225 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (6-7 พ.ค.) ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ของบจ.ไทย ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการเดือนเม.ย. ข้อมูลนำเข้าและส่งออกเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOE ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนเม.ย. ของจีน ยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน

กาญจนา โชคไพศาลศิลป์
ผู้บริหารงานวิจัย
kangana.c@kasikornresearch.com

ภิญญาพัชญ์ อมฤตคิมหันต์
pinyapat.a@kasikornresearch.com

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...