โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนแล้วนะ! 10 เรื่องที่มือใหม่ควรรู้ไว้ก่อนไป Work & Travel (จะได้ไม่เฟลทีหลัง)

Dek-D.com

เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 17.24 น. • DEK-D.com
10 เรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อนไป Work & Travel

สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่า~ ช่วงนี้ โครงการ Work & Travelกำลังเปิดรับสมัครรัวๆ เลย เชื่อว่าน้องๆ ที่จะไปเวิร์กปีนี้อาจเพิ่งไปสัมภาษณ์วีซ่ามา หรือบางคนก็อาจกำลังเก็บข้อมูลเตรียมตัวสมัครกันอยู่ (พอเห็นค่าจ้างในบางงานแล้วตื่นตาตื่นใจไม่ไหวเลยค่ะ)

พี่ลูกหมูเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนที่เข้าร่วมโครงการนี้มาก่อน วันนี้เลยอยากจะมาแชร์สิ่งที่ควรรู้ไว้ รวมถึงได้รวบรวมข้อมูลจากเพื่อนๆ หลายคนที่มีประสบการณ์เข้าร่วมโครงการนี้ สรุปไว้ให้ 10 เรื่องที่น้องๆ ที่จะไป WAT ได้เตรียมตัว (และเตรียมใจ) เพื่อที่จะได้ไปทำงานและท่องเที่ยวกันแบบจอยๆ แฮปปี้ๆ ไม่เฟลกันเนอะ~

ต้องบอกว่านักศึกษาหลายคนรู้จักโครงการ Work & Travel กันดีเลยค่ะ เพราะเป็นโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย (อายุ 18-28 ปี) ได้เดินทางไปทำงานและท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยปกติจะอยู่ที่ 3-4 เดือน ซึ่งโครงการนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่นักศึกษาไทยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในต่างแดนและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กัน

แน่นอนว่าการไป Work & Travel ก็มีข้อดีต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น การได้ใช้และพัฒนาทักษะภาษาจริงๆ กับ English speakers ได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ จากหลายชาติ ได้ประสบการณ์การทำงาน ได้เงิน การได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ ในอเมริกาที่สำคัญคือการได้ออกจาก Comfort zone เพิ่มความท้าทายให้กับตัวเองและช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่างแดนมากขึ้นเรียกว่าเป็นประสบการณ์วัยมหา’ลัยที่อาจหาจากที่ไหนไม่ได้เลยล่ะค่ะ

จากประสบการณ์ของพี่เองและหลายๆ คนรอบตัว พอกลับมาก็มีความกล้าใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นเยอะเลย บางทักษะที่ไม่เคยได้ใช้หรือบางอย่างที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราจะทำได้ พอได้มา WAT ก็ช่วยปลดล็อกสกิลแบบรอบด้านเลยค่ะ ทำให้เราได้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นในอีกระดับอีกด้วย (ข้อดีอื่นๆ ก็มีอีกเช่น การได้พบปะมิตรภาพ ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเพื่อนชาวไทยและต่างชาติที่นั่น หรือบางคนก็ได้สร้าง Connection กับนายจ้าง อาจช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานในอนาคตอีกด้วย)

_

1. การทำงานที่อาจจะไม่เป็นไปตามข้อตกลง

ข้อแรกนี้ส่วนใหญ่จะมีมาให้ได้ยินเรื่อยๆ เลยค่ะ หลายคนอาจเจอกับการทำงานที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงเช่น โดนให้กลับบ้านก่อน อยู่ทำงานไม่ครบชั่วโมงอย่างในสัญญาจ้างบอกให้ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง แต่ได้ทำจริงแค่ 5 ชั่วโมงบ้าง 4 ชั่วโมงบ้าง (ซึ่งเงินก็จะได้แค่ตามจำนวนชั่วโมงที่เราทำ) รวมไปถึงโดนหักค่าแรง ไม่ได้รับตามจริงตามที่แจ้งหรือตามที่เอเจนซีโฆษณาไว้หรือถ้าหนักหน่อยก็โดนบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดก็มีเหมือนกัน// วุ่นต้องหางานใหม่อีก TT

นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ เช่น บางคนก็อาจจะเจอนายจ้างไม่ดี พูดจาไม่ค่อยโอเค หรือเอารัดเอาเปรียบเราบ้าง หรือสมัครมาตำแหน่งนี้ แต่โดนให้ไปทำอีกตำแหน่ง เป็นต้น

_

2. เจอเพื่อนต่างชาติแปลกๆ

การได้เจอเพื่อนต่างชาติใหม่ๆ มันก็ดีนะคะ แต่บางทีเราก็อาจจะได้เจอเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมห้องนิสัยแปลกๆ เพราะแน่นอนว่าต่างคน ต่างที่มา ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมซึ่งเราก็อาจจะเจอพฤติกรรมที่ชวนงงๆ อยู่หลายครั้ง แม้ว่าจะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็รู้สึกไม่เข้าใจอยู่ดี เช่น เพื่อนไปเดินหาดทรายแล้วใส่รองเท้าเข้าห้อง หนักหน่อยก็ใส่ขึ้นเตียงเลย หรือเราเข้าห้องน้ำกำลังอาบน้ำ จู่ๆ เพื่อนต่างชาติก็มาเคาะประตูว่าจะเข้าห้องน้ำตอนนี้ เดี๋ยวนี้ (งงม้ากกก) หรือหนักหน่อยบางคนแอบขโมยของในห้องเราก็มีค่ะ!

อย่างในส่วนของเพื่อนร่วมงานก็อาจจะมีดีมีแย่ปะปนกันไป เช่น ถ้าโชคไม่ดีหน่อยก็เจอเพื่อนอู้งาน ปล่อยให้เราทำอยู่คนเดียว หรือมีการแย่งลูกค้ากัน // ของพี่เคยเจอแปลกสุดเลยคืออยู่ดีๆ ก็เดินมาหยิกเราซะงั้น 55555

_

3. โดนเอเจนซีลอยแพ

อีกหนึ่งปัญหาที่เด็ก WAT อาจพบเจอก็คือ โดนเอเจนซีลอยแพค่ะ ซึ่งหมายถึงการจ่ายเงินค่าโครงการไปแล้ว แต่ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นได้ทั้งตอนอยู่ไทยและอยู่อเมริกาเลยค่ะ

ยกตัวอย่างเคสตอนอยู่ไทย เช่น ไม่จัดการด้านเอกสารให้ ไม่ดูแลเรื่องงานให้ สมัครงานไปอีกอย่างได้งานอีกอย่าง (ที่ไม่ได้อยากทำ) หรือเมื่อไปถึงอเมริกาแล้วเอเจนซีเงียบหาย ปล่อยให้เราประสบพบเจอปัญหา หาทางแก้ปัญหาเอาเอง ซึ่งถ้ามองเป็นประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็อาจจะเป็นข้อดีเหมือนกัน แต่เราเองก็ไม่อยากรู้สึกเคว้งคว้างอะเนอะ TT

ซึ่งพี่ลูกหมูแนะนำว่าเราควรหาเอเจนซีที่น่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ ให้การดูแลอย่างจริงใจโดยอาจจะอ่านรีวิวหรือขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เคยไปมาก็ได้ค่ะ ลองถามหลายๆ คนและเปรียบเทียบดูว่าบริษัทไหนน่าสนใจ และให้การดูแลดีจริงตั้งแต่ต้นยันจบโครงการ

_

4. กฎเป็นกฎ ห้ามละเลย!

การอยู่ที่อเมริกา เราต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเลยนะคะ เพราะถ้าเราละเมิดกฎ เราอาจจะโดนส่งกลับไทยหรืออาจจะโดนจับได้เลยเช่น พี่ลูกหมูเคยได้ยินมาว่า มีคนทำงานร้านอาหารแล้วเอาซอสกลับบ้านโดยที่ไม่รู้ว่าผิดกฎ สุดท้ายโดนจับติดคุก หรืออย่างข้ามถนนต้องข้ามทางม้าลายเท่านั้น ถ้าแอบข้ามทางที่ไม่ใช่ทางม้าลายจะโดนตำรวจเรียกทันทีค่ะ

และที่สำคัญนะคะ สำหรับใครที่เป็นสาย Party ต้องรู้ก่อนไว้เลย เพราะที่อเมริกามีกฏว่าจะเข้าผับได้ต้องอายุ 21 ขึ้นไปนะคะ เพราะฉะนั้นใครที่อายุยังไม่ถึงอย่าได้ฝืนแอบเข้าไปเด็ดขาด! (เตือนแล้วนะ) นอกจากนี้เราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดเลยนะคะ

_

5. วัฒนธรรมแบบอเมริกันสไตล์

แค่ขึ้นชื่อว่าเป็นอเมริกัน แน่นอนเรื่องวัฒนธรรมย่อมมีความหลากหลายและมีความยูนีค เช่น การทักทายแบบจับมือ การไม่ถอดรองเท้าเข้าห้อง รวมไปถึงการเข้างานที่ตรงเวลามากๆ ห้ามสายเด็ดขาด! และที่สำคัญเลยคือเรื่องของการให้ Tips ไม่ว่าเราไปกินข้าวที่ร้านอาหาร หรือขึ้นแท็กซี่ เราจะต้องให้ทิป 15-20% เสมอนอกจากนี้คนอเมริกันให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว (Privacy) ไม่ชอบให้ใครถามเรื่องเงินเดือน อายุ หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวมากนัก เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากตีซี้กับใคร เราต้องดูให้ดีก่อนน้า ไม่งั้นอาจเป็นการละเมิดคนอื่นโดยไม่รู้ตัวค่ะ

_

6. รายได้จากงานไม่เป็นตามหวัง

ด้วยความที่อเมริกาเป็นอีกประเทศที่ค่าครองชีพสูงเงินที่ได้จากการทำงานก็ต้องใช้อยู่ ใช้กิน ใช้จ่ายค่าบ้าน ซึ่งแพงมาก (นอกจากว่าจะได้งานที่มีบ้านพักให้ฟรี+มีอาหารฟรี แบบนั้นก็โชคดีไปค่า) รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ข้างต้นเช่น โดนลดชั่วโมงการทำงานบ้าง เงินได้รับน้อยกว่าเรทที่แจ้งบ้าง ซึ่งอาจจะทำให้เราไม่ได้เงินตามที่เราตั้งเป้าไว้ หรือบางคนอาจจะขาดทุนจากโครงการนี้ ไม่ได้เงินเก็บกลับไปสักบาท เพราะฉะนั้นขอแนะนำว่าควรเผื่อใจเรื่องนี้ไว้ และที่สำคัญคือ ไม่ควรกู้เงิน หรือยืมเงินเพื่อมาโครงการนี้ นะคะ

_

7. ภาษาไม่แข็งพอ อาจจะใช้ชีวิตลำบาก

ภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญสุดๆ เลยค่ะ แม้ว่าเราตั้งใจจะมาฝึกทักษะ แต่ก่อนมาก็ควรสื่อสารได้ดีพอสมควร เพราะเราต้องใช้คุยกับนายจ้าง พูดคุยกับลูกค้า หรือพูดคุยกับเพื่อนๆและด้วยความทุกคนล้วนเป็น Native Speaker บางทีก็อาจจะพูดเร็ว หรือใช้ศัพท์สแลง ซึ่งก็อาจจะทำให้เราฟังไม่ทันหรือไม่เข้าใจได้ค่ะ

// พี่ลูกหมูก็เคยได้ยินมาบ้างว่า บางคนสื่อสารกับเจ้านายไม่ได้แล้วโดนไล่ออก หรือโดนให้เปลี่ยนงานก็มีเหมือนกัน แต่ก็อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะ ระหว่างรอไป WAT ยังมีเวลาอยู่ ระหว่างนี้ก็ฝึกภาษาติดตัวไว้ให้แน่นๆ พอบินไปหน้างานจริงจะได้สื่อสารได้มั่นใจมากขึ้น

_

8. อาจจะเจอการเหยียดชาติ

อีกปัญหาที่อาจเจอได้ คือ เรื่องของการโดนเหยียด (racism)ถึงแม้ว่าอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีความคิดเสรี ค่อนข้างสมัยใหม่ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่นั่นคนเอเชียบางคนยังโดนเหยียดอยู่ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะไปไหนน้อง ๆควรมีเพื่อนไปด้วยนะคะ และ ควรหลีกเลี่ยงการไปไหนมาไหนคนเดียวในตอนกลางคืน

รวมไปถึงเมืองใหญ่บางแห่ง เช่น New York, Los Angeles, หรือ Chicago อาจมีบางเขตที่อันตราย (บางพื้นที่อาจมี Homeless เยอะ) เราจึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะคะ

คำแนะนำเพิ่มเติม

หากเกิดปัญหาด้านสุขภาพหรืออุบัติเหตุในต่างประเทศ อาจพบกับความยากลำบากในการหาหมอ อีกทั้งการเข้ารับการรักษาพยาบาลในอเมริกามีค่าใช้จ่ายที่สูงมากกกก ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดความเครียดได้ เพราะฉะนั้นเราควรดูแลตัวเองให้ดีและปลอดภัยไว้ก่อนค่า

ไปเรียนต่อแล้วป่วยทำยังไงดี?
เมื่อค่ารักษาพยาบาลที่ ‘อเมริกา’ แพงมากและเข้าถึงยากสุดๆ

_

9. สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

ต่อจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยเรื่องสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ เพราะสภาพอากาศที่อเมริกานั้นแตกต่างจากบ้านเรามาก และแปรปรวนสุดๆ ทั้งแดด ฝน หิมะ พายุ มีครบ! ซึ่งพี่ลูกหมูจำได้ว่าเคยไปเดินริมทะเล อยู่ดีๆ พายุก็เข้าค่ะ ต้องวิ่งหนีกับเพื่อนๆ กันจ้าละหวั่นเลย อีกเรื่องคือ ไปเล่นน้ำทะเล โดยไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นมีฉลามค่ะ (ดีที่ไม่โดนงาบไปซะก่อน) // เพราะฉะนั้นเราควรศึกษาสภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมที่ที่เราอยู่บ้างนะคะ ติดตามอัปเดตข่าวพยากรณ์อยู่เรื่อยๆ ไว้ด้วยก็ดีค่า

_

10. ชีวิตไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพในไอจี

สุดท้ายนี้ การมา Work & Travel ที่อเมริกา อาจจะไม่ได้สวยหรูติดแกลมเหมือนอย่างที่เราคิดบางคนตั้งใจว่าจะมา Make Money สรุปเงินที่ได้ก็หมดไปกับค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเที่ยว หรือกะจะมาทำงานจุกๆ แต่ความเป็นจริงคือ โดนลดชั่วโมงการทำงาน ค่าแรงไม่ได้ตามที่แจ้ง หา Second Job ไม่ได้ หรือบางทีก็อาจโดนลอยแพ

หรือน้องๆ บางคนมาโครงการนี้กับเพื่อนสนิทแต่เกิดปัญหาแล้วดันทะเลาะกัน หรือเข้ากับเพื่อนใหม่ไม่ได้จนเกิดความเครียด ไหนจะอาการ Homesicknessคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ (อยู่ไทยก็ดีอยู่แล้ว ไม่น่าเลยยย) อยากจะบอกว่าทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ อันไหนที่แก้ได้ก็ลองพยายามหาทางแก้ไขดูค่ะ แล้วให้คิดซะว่าเรามาหาประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ไหน ครั้งหนึ่งสมัยวัยรุ่นเราเคยได้มาใช้ชีวิต และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นบทเรียนที่จะทำให้เราเป็นเราในเวอร์ชันที่ดีขึ้น

และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ การขึ้นเป็นประธานาธิบดีของ โดนัลด์ ทรัมป์ที่อาจจะมีผลในเรื่องของการออกวีซ่า หรือการจำกัดคนต่างชาติเข้ามาทำงานต่างๆ แม้ว่า Visa J-1 Student จะเป็นวีซ่าที่ถูกกฎหมาย แต่อัตราการโดนปฏิเสธก็มีพอสมควร พี่ลูกหมูก็ขอแนะนำไว้ว่าการติดตามข่าวสารและนโยบายต่างๆ อย่างสม่ำเสมอนะคะ เพื่อที่จะเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงหรือเตรียมแผนสำรองค่า

อ่านบทความฉบับเต็ม

สุดท้ายนี้ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ได้จะทำให้น้องๆ ถอดใจนะคะ แต่นี่เป็นเพียงสิ่งที่ควรรู้ไว้จะได้เตรียมตัวและเตรียมใจ เพราะบางทีเราอ่านรีวิวคนอื่นแล้วล้วนมีแต่เรื่องดีๆ หรือเคยเห็นภาพในไอจีคนอื่นไปที่เวิร์กแล้วดูเริด ซึ่งหลายคนเค้าก็เลือกที่จะโพสต์แต่เรื่องดีๆ ภาพสวยๆ แต่เบื้องหลังอาจแลกมาด้วยหยดน้ำตาก็เป็นได้

ทุกอย่างล้วนมีทั้งข้อดี ข้อเสีย แต่ไม่ว่าจะสุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง แต่อย่างน้อยมันก็คือประสบการณ์ชีวิตของเราให้เราได้เรียนรู้และเติบโตค่า YOLO - You Only Live Once~

_

ชวนอ่านต่อ!

รีวิว Work and Travel

สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่"โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"

ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D

  • Website: www.dek-d.com/studyabroad
  • X: @tornokandcourse
  • IG: @tornokandcourse
  • Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
  • Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
  • TikTok: @tornokandcourse
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...