โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดพอร์ตตระกูล “มหากิจศิริ” ผู้ร่วมปั้นแบรนด์ “เนสกาแฟ” พบพอร์ตหุ้นรวมกันกว่า 2.6 พันลบ.

Share2Trade

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • Share2Trade
เปิดพอร์ตตระกูล มหากิจศิริ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ธุรกิจกาแฟถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มูลค่าใหญ่ขนาดหมื่นล้านบาท ซึ่งผู้เล่นในเจ้าตลาดที่ผู้บริโภคอาจจะคุ้นเคยดีก็คือ แบรนด์ Nescafé (เนสกาแฟ) ที่มีมูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาทในประเทศไทย โดยมี 2 ทุนยักษ์ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ ก่อตั้งบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) เป็นผู้ผลิตขึ้นมาในไทย

ภายใต้ความสัมพันธ์อันยาวกว่า 30 ปี ก็เป็นอันต้องจบลง หลังเกิดข้อพิพาทกันระหว่าง 2 ทุน จนล่าสุดศาลแพ่งมีนบุรีสั่งห้ามเนสท์เล่ผลิตและจำหน่ายเนสกาแฟในไทย อย่างไรก็ดีนอกจากอาณาจักรกาแฟตระกูลมหากิจศิริจะมีการลงทุนในอะไรบ้างนั้น เราจะพาไปดูพอร์ตการลงทุนของแต่ละคนกัน

เริ่มที่ นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ ที่นั่งได้เก้าอี้กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ซึ่งพอร์ตการลงทุนก็มีหุ้นถึง 10 บริษัท ประกอบไปด้วย TTA จำนวน 123,975,642 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 428 ล้านบาท

AE จำนวน 29,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 2.6 ล้านบาท

ANI จำนวน 4,700,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 18 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 11.8 ล้านบาท

III จำนวน 37,692,899 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 177 ล้านบาท

MILL จำนวน 53,393,164 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 29 ส.ค. 67 คิดเป็นมูลค่า 4.2 ล้านบาท

PMTA จำนวน 9,070,894 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 68.9 ล้านบาท

PSTC จำนวน 37,845,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 16.2 ล้านบาท

STELLA จำนวน 78,047,400 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 15.6 ล้านบาท

SUC จำนวน 14,949,600 หุ้นข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 3 เม.ย. 68 คิดเป็นมูลค่า 411 ล้านบาท

TFI จำนวน 6,004,203,834 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท

ต่อมานายประยุทธ มหากิจศิริ ได้ถือครองหุ้นทั้งหมด 3 บริษัท ประกอบไปด้วย TTA จำนวน 87,531,758 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 302 ล้านบาท, TOPP จำนวน 150,500 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 13 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 22.7 ล้านบาท และ UMS จำนวน 6,558,900 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 1.7 ล้านบาท

นางสุวิมล มหากิจศิริ ได้ถือครองหุ้นทั้ง 3 บริษัทเช่นเดียวกัน ประกอบไปด้วย PMTA จำนวน 563,321 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 4.2 ล้านบาท, TFI จำนวน 118,508,817 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 5.9 ล้านบาท และ TTA จำนวน 42,325,623 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 146 ล้านบาท

สุดท้าย นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ก็ได้ถือครองหุ้นทั้งหมด 3 บริษัท ประกอบไปด้วย PMTA จำนวน 1,432,231 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 14 มี.ค. 68 คิดมูลค่า 10.8 ล้านบาท, TFI จำนวน 7,390,296,061 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 369 ล้านบาท และ TTA จำนวน 99,866,937 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มี.ค. 68 คิดเป็นมูลค่า 345 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากข้อมูลการถือครองหุ้นในพอร์ตการลงทุนทั้ง 4 คนในตระกูลมหากิจศิริ ซึ่งมูลค่าพอร์ตรวมกันอยู่ที่ 2,646 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...