โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อ “อิสรภาพทางการเงิน” สำคัญกว่าเกษียณ

Wealth Me Up

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 05.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

“ถ้าเราไม่มีความสุขก่อนเกษียณ หรือไม่มีอิสรภาพทางการเงินก่อนเกษียณ เป็นไปได้ยากมากที่หลังเกษียณแล้วจะมีความสุข” นี่คือคำกล่าวที่ตรงไปตรงมาของคุณกวี ชูกิจเกษม Chief Portfolio Advisory บริษัท หลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) สะท้อนความจริงที่หลายคนมองข้าม ซึ่งคุณกวีให้สัมภาษณ์ลงทุนนิยม เกษียณสุข The Series

การเกษียณอายุที่ 60 ปี แนวคิดที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในยุโรปเพื่อแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) และการว่างงานของคนรุ่นใหม่ อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับยุคปัจจุบัน โดยคุณกวีมองว่าถึงควรเปลี่ยนมุมมองเรื่อง “เกษียณ” ไปสู่แนวคิดเรื่อง “อิสรภาพทางการเงิน”

“ผมไม่อยากใช้คำว่าเกษียณ แต่อยากใช้คำว่าอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นคนละความหมายกัน” คุณกวีอธิบาย “การเกษียณตามอายุเป็นกรอบที่จำกัดศักยภาพของมนุษย์ เพราะความสุขและความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอายุ”

จากประสบการณ์ให้คำปรึกษา คุณกวีพบว่าแม้แต่ผู้ที่เคยมีรายได้สูง เช่น นักกีฬาอาชีพที่ประสบความสำเร็จในช่วงเล่นกีฬา แต่กลับพบว่าหลายคนไม่มีอิสรภาพทางการเงินเมื่อถึงวัยเลิกเล่นกีฬา สาเหตุหลักมาจากการขาดการวางแผนและบริหารจัดการการเงินที่ดี

มีเงินมากไม่เท่ากับ “มีอิสรภาพทางการเงิน”

คุณกวีเน้นย้ำ “หลายคนได้เงินมาก็เก็บออมเพียงอย่างเดียว หรือใช้จ่ายโดยไม่มีการวางแผน พอถึงจุดที่ต้องบริหารเงินจริงๆ กลับทำไม่เป็น หรือสายเกินไปที่จะเริ่มต้น”

ที่น่าสนใจคือ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างอิสรภาพทางการเงินมักไม่ได้หยุดทำงานเมื่อถึงวัยเกษียณ หลายคนยังคงทำงานต่อไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เพราะมองว่าการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตที่มีความหมาย

“ถ้าคุณไม่มีความสุขหรืออิสรภาพทางการเงินก่อนเกษียณ เป็นไปได้ยากมากที่จะมีความสุขหลังเกษียณ” คุณกวีเล่า พร้อมชี้ให้เห็นว่าพนักงานบริษัทที่สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้จากเงินเดือน คือตัวอย่างของผู้ที่มีทักษะการบริหารการเงินที่ยอดเยี่ยม “ถ้าทำงานและมีเงินเดือน แล้ววันใดวันหนึ่งสามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้ แสดงว่าสามารถบริหารเงินได้ดีมาก”

การบริหารเงิน กุญแจสู่อิสรภาพทางการเงินที่ยั่งยืน

การลงทุนกับอิสรภาพทางการเงินไม่ใช่เรื่องเดียวกัน คุณกวีเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่หลายคนมักเข้าใจผิด แม้การลงทุนอาจช่วยเร่งความเร็วในการบรรลุอิสรภาพทางการเงิน แต่การบริหารการเงินส่วนบุคคล (Personal Finance) ต่างหากที่เป็นรากฐานสำคัญ

คุณกวีอธิบายว่า การบริหารการเงินที่ดีต้องเริ่มจากพื้นฐานง่ายๆ “รายได้ต้องมากกว่าค่าใช้จ่าย” นี่คือกฎเหล็กข้อแรกที่ไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน การสร้างวินัยทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด “อย่าเพิ่งคิดเรื่องการลงทุน โดยสิ่งแรกที่ต้องทำคือ การสร้างความมั่นคงทางการเงิน”

สรุปสูตรบริหารเงินให้มั่นคง

1. รายได้ต้องมากกว่ารายจ่าย หลักการพื้นฐานที่ต้องยึดมั่น

2. หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น

3. ทำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง

4. สำรองเงินฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือน

5. เมื่อมีเงินเหลือจึงค่อยเริ่มลงทุน

สำหรับผู้ที่พร้อมก้าวสู่การลงทุน คุณกวีแนะนำให้เริ่มจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ก่อนจะค่อย ๆ ขยับไปสู่ตราสารหนี้และหุ้น โดยจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น อาจใช้สัดส่วน 60/40 โดยปรับเพิ่มลดตามความเหมาะสม

“ถ้ารับความเสี่ยงได้สูงก็จัดพอร์ตหุ้น 60% ตราสารหนี้ 40% แต่ถ้ารับความเสี่ยงต่ำก็จัดพอร์ต 60% เป็นตราสารหนี้ อีก 40% เป็นหุ้น จากนั้นก็ลงทุนในระยะยาว” คุณกวีแนะนำ

เมื่อถามถึงอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการบรรลุอิสรภาพทางการเงิน คุณกวี ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่ามีคำตอบเดียว นั่นคือ “ความฟุ่มเฟือย”

และสิ่งที่คุณกวีฉายภาพให้เราเห็นในท้ายที่สุดก็คือ “อิสรภาพทางการเงินจบที่คำว่าพอ” สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การหารายได้ไม่พอ แต่อยู่ที่การไม่รู้จักพอในการใช้จ่าย ความฟุ่มเฟือยเป็นเหมือนรูรั่วที่คอยดูดกลืนความมั่งคั่ง

บทสรุป… ไม่ว่าจะหาเงินได้มากเพียงใด หากไม่รู้จักพอ ก็ยากที่จะไปถึงอิสรภาพทางการเงินได้ ดังนั้นการเข้าใจและยอมรับในความ“พอดี” จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่อิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...