โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

COMPANY SNAPSHOT : MGT จุดเปลี่ยนลงทุน AI ขึ้นแท่นหุ้นปันผลสูง 6%

ทันหุ้น

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2568 เวลา 07.56 น.

#MGT #ทันหุ้น – MGT ลั่นปีนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการปรับโครงสร้างด้านเทคโนโลยี เล็งลงทุน AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ จัดหนักปันผลสม่ำเสมอทุกปี ล่าสุดจ่าย 0.10 บาท คิดเป็น 6-7% โชว์กำไรสุทธิปี 2567 เพิ่มขึ้น 14.13% แตะ 12.93 ล้านบาท

ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGTเปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2568 ที่ 20% จากปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการใช้ เทคโนโลยีและ AI ในการบริหารจัดการ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยยังคงใช้จำนวนบุคลากรเท่าเดิม

** เตรียมเงินสดพร้อม

“MGT เป็นองค์กรขนาดเล็กแต่กระชับ เราพยายามลดส่วนที่ไม่จำเป็นออกให้หมด เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เรานำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหาร และแม้ว่าบริษัทจะเติบโตขึ้น เราก็จะยังคงใช้จำนวนบุคลากรเท่าเดิม แต่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้น และเราเตรียมเงินสดสำรองไว้ เพราะไม่แน่ใจว่าสถานการณ์โลกในปีนี้และปีหน้าจะเป็นอย่างไร เราต้องพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ” ดร.วิทยา กล่าว

สำหรับปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.93 ล้านบาท คิดเป็น 14.13% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2566

เติบโต 12% ปันผลผู้ถือหุ้น 0.10 บาทต่อหุ้น พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 2 ครั้ง รวม 0.10 บาทต่อหุ้น โดยระหว่างปี จ่ายไปแล้ว 0.03 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 และสิ้นปีเตรียมจ่ายอีก 0.07 บาทต่อหุ้น

เมื่อพิจารณาจากราคาหุ้นปัจจุบันที่ 1.72 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 6-7% สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มั่นคงของบริษัท

“เราไม่มีการออกหุ้นกู้ แต่ใช้กำไรในการลงทุนซื้อกิจการใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างการเติบโต และทุกปีเรามีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น” ดร.วิทยา กล่าว

** ลงทุนเทคโนโลยี

หนึ่งในแผนสำคัญของ MGT ในปีนี้ คือการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น โดยบริษัทได้ อัปเกรดระบบ ERP จาก SAP รุ่นเก่า ไปสู่ S4 HANA ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ที่ทำงานบน Cloud และสามารถรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น

“การอัพเกรดเป็น S4 HANA จะช่วยให้เราบริหารข้อมูลได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของสต๊อกสินค้า การสั่งซื้อ และการจัดการด้านซัพพลายเชน ขณะเดียวกันเรายังได้นำระบบ CRM (Customer Relationship Management) เข้ามาเสริม เพื่อพัฒนาแนวทางการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ดร.วิทยา กล่าว

ในระยะต่อไป MGT วางแผนจะนำAI เข้ามาใช้ร่วมกับ ERP และ CRM เพื่อช่วยลดภาระงานของพนักงาน เช่น การตอบอีเมล ตอบไลน์ และติดตามข้อมูลลูกค้าแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

** จุดเปลี่ยน MGT

ดร.วิทยา ย้ำว่า ปีนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ MGT ในการปรับโครงสร้างด้านเทคโนโลยี เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและแนวโน้มธุรกิจระดับโลก

“เรามองว่า AI และเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในอนาคต ดังนั้น MGT จึงไม่หยุดนิ่ง เรากำลังวางรากฐานด้านดิจิทัลให้แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ไม่ว่าจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี และขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง” ดร.วิทยา กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...