กังวลสงครามการค้าโลก ธุรกิจเปิดใหม่เริ่มลังเล มี.ค.หด 3.89% ญี่ปุ่นยึดที่หนึ่งลงทุนไทย
กังวลสงครามการค้าโลก ธุรกิจเปิดใหม่เริ่มลังเล มี.ค.หด 3.89% ญี่ปุ่นยึดที่หนึ่งลงทุนไทย
วันที่ 23 เมษายน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมีนาคม 2568 รวม 7,432 ราย ลดลง 301 ราย หรือลดลง 3.89% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน และมีทุนจดทะเบียนรวม 38,635 ล้านบาท เพิ่ม 16,489 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 74.45% ส่งผลให้ไตรมาสแรก 2568 มีบริษัทตั้งใหม่ 23,823 ราย ลดลง 1,180 ราย หรือลดลง 4.72%
ส่วนยอดเลิกประกอบการเดือนมีนาคม มี 889 ราย ลดลง 22 ราย หรือ ลดลง 2.41% และมีทุนจดทะเบียน 4,842 ล้านบาท ลดลง 741 ล้านบาท หรือลดลง 13.27% ส่งผลให้ไตรมาสแรกเลิกกิจการแล้ว 3,107 ราย เพิ่ม 298 ราย หรือเพิ่มขึ้น 10.61% ทุนจดทะเบียนเลิก 11,859 ล้านบาท ลดลง 85 ล้านบาท หรือลดลง 0.71% ทั้งบริษัทจดตั้งใหม่และจดเลิกกิจการ 3 อันดับแรกคงเป็น ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร
“เดือนมีนาคม ยอดตั้งธุรกิจใหม่เริ่มลดลง อาจเพราะนักธุรกิจรอดูสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างประเทศ และนโยบายภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐ ที่จะชี้ทิศทางของการค้าและเศรษฐกิจโลก จึงกังวลถ้าจัดตั้งธุรกิจช่วงนี้อาจเสี่ยงสูง จึงชะลอการทำธุรกิจออกไปก่อน รวมถึงปัจจัยความเข้มงวดในการปราบปรามธุรกิจนอมินีหรือธุรกิจทุนสีเทาของกระทรวงพาณิชย์ จะทำให้ธุรกิจต้องมีความรัดกุมมากขึ้น ในการเตรียมความพร้อมก่อนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แต่ในแง่เงินทุนยังเห็นว่าเพิ่มสะท้อนว่าบริษัทที่ตั้งมั่นใจอนาคต อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนตั้งธุรกิจต่อเลิก ไตรมาสแรกอยู่ที่ 7:1 หรือตั้ง 7 ราย เลิก 1 ราย ยังไม่น่าจะกังวลมากนัก แต่ผลกระทบจากทรัมป์ 2.0 กรมจะติดตามต่อเนื่อง” นางอรมน กล่าว
นางอรมน กล่าวต่อว่า ไตรมาสแรก 2568 อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 272 ราย เงินทุนรวม 47,033 ล้านบาท โดยเพิ่ม 53% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และมูลค่าการลงทุนเพิ่ม 31% โดยญี่ปุ่นลงทุนมากสุด 57 ราย ตามด้วยสหรัฐฯ 35 ราย จีน 34 ราย สิงคโปร์ 31 ราย และฮ่องกง 22 ราย
สำหรับการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ไตรมาสแรกมีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 88 ราย คิดเป็น 32% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่ม 57% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ลงทุน 24,234 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของเงินลงทุนทั้งหมด อันแรกแรกคือ ญี่ปุ่น 27 ราย ลงทุน 9,295 ล้านบาท ส่วนจีน 22 ราย ลงทุน 3,685 ล้านบาท ธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าแม่พิมพ์ ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก อุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องทำความเย็น ชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ ธุรกิจบริการเคลือบผิวผลิตภัณฑ์โลหะ ธุรกิจบริการให้ใช้แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ที่นั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง แก้วเก็บความร้อน เป็นต้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กังวลสงครามการค้าโลก ธุรกิจเปิดใหม่เริ่มลังเล มี.ค.หด 3.89% ญี่ปุ่นยึดที่หนึ่งลงทุนไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th