โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กังวลสงครามการค้าโลก ธุรกิจเปิดใหม่เริ่มลังเล มี.ค.หด 3.89% ญี่ปุ่นยึดที่หนึ่งลงทุนไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 09.46 น.

กังวลสงครามการค้าโลก ธุรกิจเปิดใหม่เริ่มลังเล มี.ค.หด 3.89% ญี่ปุ่นยึดที่หนึ่งลงทุนไทย

วันที่ 23 เมษายน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมีนาคม 2568 รวม 7,432 ราย ลดลง 301 ราย หรือลดลง 3.89% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน และมีทุนจดทะเบียนรวม 38,635 ล้านบาท เพิ่ม 16,489 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 74.45% ส่งผลให้ไตรมาสแรก 2568 มีบริษัทตั้งใหม่ 23,823 ราย ลดลง 1,180 ราย หรือลดลง 4.72%

ส่วนยอดเลิกประกอบการเดือนมีนาคม มี 889 ราย ลดลง 22 ราย หรือ ลดลง 2.41% และมีทุนจดทะเบียน 4,842 ล้านบาท ลดลง 741 ล้านบาท หรือลดลง 13.27% ส่งผลให้ไตรมาสแรกเลิกกิจการแล้ว 3,107 ราย เพิ่ม 298 ราย หรือเพิ่มขึ้น 10.61% ทุนจดทะเบียนเลิก 11,859 ล้านบาท ลดลง 85 ล้านบาท หรือลดลง 0.71% ทั้งบริษัทจดตั้งใหม่และจดเลิกกิจการ 3 อันดับแรกคงเป็น ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร

“เดือนมีนาคม ยอดตั้งธุรกิจใหม่เริ่มลดลง อาจเพราะนักธุรกิจรอดูสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างประเทศ และนโยบายภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐ ที่จะชี้ทิศทางของการค้าและเศรษฐกิจโลก จึงกังวลถ้าจัดตั้งธุรกิจช่วงนี้อาจเสี่ยงสูง จึงชะลอการทำธุรกิจออกไปก่อน รวมถึงปัจจัยความเข้มงวดในการปราบปรามธุรกิจนอมินีหรือธุรกิจทุนสีเทาของกระทรวงพาณิชย์ จะทำให้ธุรกิจต้องมีความรัดกุมมากขึ้น ในการเตรียมความพร้อมก่อนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แต่ในแง่เงินทุนยังเห็นว่าเพิ่มสะท้อนว่าบริษัทที่ตั้งมั่นใจอนาคต อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนตั้งธุรกิจต่อเลิก ไตรมาสแรกอยู่ที่ 7:1 หรือตั้ง 7 ราย เลิก 1 ราย ยังไม่น่าจะกังวลมากนัก แต่ผลกระทบจากทรัมป์ 2.0 กรมจะติดตามต่อเนื่อง” นางอรมน กล่าว

นางอรมน กล่าวต่อว่า ไตรมาสแรก 2568 อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 272 ราย เงินทุนรวม 47,033 ล้านบาท โดยเพิ่ม 53% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และมูลค่าการลงทุนเพิ่ม 31% โดยญี่ปุ่นลงทุนมากสุด 57 ราย ตามด้วยสหรัฐฯ 35 ราย จีน 34 ราย สิงคโปร์ 31 ราย และฮ่องกง 22 ราย

สำหรับการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ไตรมาสแรกมีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 88 ราย คิดเป็น 32% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่ม 57% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ลงทุน 24,234 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของเงินลงทุนทั้งหมด อันแรกแรกคือ ญี่ปุ่น 27 ราย ลงทุน 9,295 ล้านบาท ส่วนจีน 22 ราย ลงทุน 3,685 ล้านบาท ธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าแม่พิมพ์ ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก อุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องทำความเย็น ชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ ธุรกิจบริการเคลือบผิวผลิตภัณฑ์โลหะ ธุรกิจบริการให้ใช้แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ที่นั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง แก้วเก็บความร้อน เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กังวลสงครามการค้าโลก ธุรกิจเปิดใหม่เริ่มลังเล มี.ค.หด 3.89% ญี่ปุ่นยึดที่หนึ่งลงทุนไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...