เปิดคำสารภาพ 'มังกรทมิฬ' ฆ่าโหด 'น้องโน้ต' สาวสอง แหวกอก-ควักปอด-หัวใจ ตร.พัทยา-ตม.รวบทันควัน
อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด
เปิดคำสารภาพ ‘มังกรทมิฬ’
ฆ่าโหด ‘น้องโน้ต’ สาวสอง
แหวกอก-ควักปอด-หัวใจ
ตร.พัทยา-ตม.รวบทันควัน
คดีฆ่าแหวกอก ควักหัวใจสาวประเภทสอง คดีสยองขวัญเมืองพัทยา สามารถคลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากการทำงานประสานกันอย่างฉับไว ไร้รอยต่อ ของตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สามารถนำข้อมูลคนร้ายเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังตามด่าน ตม.ได้รวดเร็ว จนคนร้ายหมดโอกาสหลบหนีออกนอกประเทศ ถูกจับได้ไม่ทันข้ามวัน
เรื่องราวสยองถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 เมษายน 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส. ร.ต.ท.กิตติพงษ์ แถลงกัน รอง สว. (สอบสวน) นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.พัทยาปัทมคุณ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา ไปตรวจสอบเหตุคนถูกฆ่าตายในห้องพักแห่งหนึ่งในซอยอรุโณทัย 2 พัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 4 ชั้นครึ่ง ภายในห้องหมายเลข 201 ชั้น 2 พบศพสาวประเภทสอง ทราบชื่อ นายวรนันท์ พันนาขา อายุ 25 ปี หรือ ‘น้องโน้ต’ สาวประเภทสอง อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย เป็นสาวสองรูปร่างหน้าตาดี ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว
สภาพศพเปลือยกายนอนหงายอยู่ในห้องน้ำ มีบาดแผลถูกของมีคมกรีดลึกผ่าลากยาวตั้งแต่ลำคอ หน้าอก หน้าท้อง ลงมาถึงอวัยวะเพศ มองเห็นอวัยวะภายในทั้งตับไตไส้พุง
แต่ที่ชวนสยดสยองคดีนี้ตำรวจพบหัวใจถูกควักออกมาวางอยู่ข้างศพ ปอดข้างซ้ายถูกตัดหายไป เต้านมทั้ง 2 ข้างถูกกรีดเอาซิลิโคนออกมาห่อผ้าขนหนูวางไว้ข้างศพ
ภายในห้องน้ำถูกชำระล้างหมดจดแทบไม่มีคราบเลือดหลงเหลืออยู่
เจ้าหน้าที่จึงเก็บดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อใช้ระบุตัวคนร้ายโหด
สอบสวนแม่บ้านเฝ้าอพาร์ตเมนต์ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณตี 2-3 ได้ยินเสียงคนในห้องที่เกิดเหตุเป็นชายชาวจีนกับสาวประเภทสองมีปากเสียงทะเลาะกัน
สาวประเภทสองส่งเสียงร้องว่า “ปล่อยกู อย่าทำกู” จากนั้นมีเสียงคนเดินลงส้นเท้าและถีบประตูห้องดังหลายครั้งติดต่อกันนานร่วม 1 ชั่วโมง ก่อนจะเงียบไป
พอรุ่งเช้านำเรื่องที่เกิดขึ้นไปแจ้งผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ ผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์จึงให้ไปว่ากล่าวตักเตือนผู้เช่าห้อง เมื่อไปเคาะประตูเรียกไม่มีเสียงตอบรับ จึงตัดสินใจนำกุญแจสำรองไขเข้าไปดู ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพสาวประเภทสองถูกฆ่าผ่าหน้าอกนอนตายอยู่ในห้องน้ำ
ส่วนชายชาวจีนเจ้าของห้องหายตัวไป รีบวิ่งลงมาบอกผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ
ด้านนางดา (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ให้ข้อมูลว่า ห้องที่เกิดเหตุมีชายชาวจีนชื่อ นายถงหยวน ฟู่ อายุ 42 ปี มาเปิดเช่าห้องพักเพียงลำพังเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน-1 พฤษภาคม ดูจากพาสปอร์ตพบว่าเคยเดินทางเข้าประเทศไทย 2-3 ครั้งในสถานะนักท่องเที่ยว ล่าสุด เข้าราชอาณาจักรไทยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 เวลา 17.19 น. ได้รับอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2568 โดยภาพวงจรปิดพบว่าถือกระเป๋าเดินทางออกไปทางด้านหลังอพาร์ตเมนต์เมื่อช่วง 6 โมงเช้าที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ช่วงเวลา 21.13 น. วันที่ 25 เมษายน ผู้ตายเดินทางมาที่อพาร์ตเมนต์ ชายชาวจีนลงมารับพากันเข้าห้องไป จนช่วงเวลา 05.59 น. วันที่ 26 เมษายน ชายชาวจีนออกมาจากห้องพัก สวมเสื้อสีฟ้า สะพายกระเป๋า หิ้วถุงพลาสติก และมีพฤติกรรมหวาดระแวงตลอดเวลา เดินกลับไปกลับมาที่ห้องพัก 2-3 รอบ ก่อนจะเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ไปที่ถนนซอยอรุโณทัย 4
แล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ตํารวจยังพบอีกว่า ในช่วงค่ำก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาไปซื้อของที่ร้านทุกอย่าง 20 บาท ห่างจากอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร สิ่งของที่ซื้อประกอบด้วย ถุงสีรุ้งขนาดใหญ่ 1 ใบ กรรไกร 1 เล่ม ถุงดำ 1 แพ็ก ถุงพลาสติกใส 1 แพ็ก สายพลาสติกรัดสายไฟ หรือเคเบิลไทร์ 1 ห่อ ใช้เวลาประมาณ 12 นาทีก่อนเดินออกจากร้านไป เป็นไปได้ว่าอาจวางแผนการสังหารไว้แล้ว
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ยิ่งยศสั่งการให้เร่งคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญนี้ ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่า นายถงหยวน ฟู่ ออกจากที่หอพักเพียงลำพัง เมื่อ 07.50 น. ของวันที่ 26 เมษายน และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต่อรถทัวร์มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ จึงได้ประสาน พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 ขึ้นบัญชีเฝ้าดูทุกด่านตรวจคนเข้าเมือง
กระทั่งเวลาประมาณ 13.45 น. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจพบนายถงหยวน ฟู่ เข้ามาตรวจหนังสือเดินทางผ่านช่องทางอัตโนมัติ พร้อมแสดงบัตรโดยสารสายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ จะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปลายทางนครคุนหมิง ประเทศจีน
แต่ระบบไม่อนุญาตให้ผ่าน ประกอบกับที่ใบหน้ามีบาดแผลถูกข่วนใหม่ๆ หลายแผล ตำรวจ ตม.จึงเชิญตัวมาที่ช่องตรวจหนังสือเดินทาง
ก่อนพบว่าเป็นบุคคลตามบัญชีเฝ้าดูและเฝ้าระวัง จึงรีบติดต่อ ตร.สภ.เมืองพัทยา มาอายัดตัวไปสอบสวน
พล.ต.ท.ยิ่งยศเปิดเผยหลังคุมตัวนายถงหยวน ฟู่ มาสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยาว่า ตำรวจนำตัวนายถงหยวน ฟู่ ไปที่สำนักงานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี เพื่อตรวจหาเนื้อเยื่อรวมถึงดีเอ็นเอ ใช้ประกอบสำนวนคดี
เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าทำไปเพราะถูกทำร้ายก่อน แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อพยานหลักฐานเนื่องจากในห้องที่เกิดเหตุมีถุงกระสอบ และสายรัดข้อมือสำหรับการพันธนาการจำนวนมาก ส่วนหนึ่งอยู่บนเตียง และข้างร่างของผู้เสียชีวิต
และจากสภาพศพมีการกรีดตั้งแต่อวัยวะเพศไปจนถึงช่องอก ตัดเอาอวัยวะภายในออกมาข้างนอก
ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.(สืบสวน) ร่วมสอบเค้นนายถงหยวน ฟู่ ที่มีสีหน้าเคร่งเครียด และก้มหน้าตลอดเวลา พบว่าตามใบหน้ามีร่องรอย เป็นแผลเป็นเกือบทั้งหน้า ลักษณะเป็นรอยเล็บข่วน
เมื่อจำนนต่อหลักฐาน ฆาตกรเหี้ยมก็เปิดปากสารภาพผ่านล่ามว่า เมื่อช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ ไปเจอผู้ตายที่ย่านชายหาดพัทยาใต้ และมีการแลกรายชื่อติดต่อกันในแอพพลิเคชั่น “วีแชท” โดยยืนยันว่า ไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นสาวประเภทสอง และคิดว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ
จนกระทั่งเวลาประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ผู้ตายก็ติดต่อเข้ามาหา ก่อนจะนัดเจอกันที่ห้องเช่าของตนเอง
พอมาถึงตนเองกับผู้ตายมีการตกลงราคาขอร่วมหลับนอนกันที่ 8,000 บาท
แต่พอจะขึ้นเตียงผู้ตายกลับไม่ยอมและเกิดขัดขืน จึงขอเงินคืนครึ่งหนึ่ง แต่ผู้ตายไม่ยอม จึงเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง และเกิดการต่อสู้กัน จนเกิดบาดแผลขึ้นตามใบหน้า
แถมยังถูกผู้ตายถีบหน้าหงายตกเตียงจนฟันหน้าหัก พอลุกขึ้นได้ด้วยความโมโห ก็กระโดดขึ้นมาบนเตียง แล้วนั่งคร่อมผู้ตายบีบคอจนแน่นิ่งไป
จากนั้นก็ลากศพเข้าในห้องน้ำ แล้วใช้กรรไกรที่ซื้อมาก่อนหน้านี้เฉือนเต้านมทั้ง 2 ข้างแล้วเอาซิลิโคนออกมาว่าด้านนอกทั้ง 2 ข้าง
จากนั้นก็รู้สึกว่าอยากจะ “เล่น และแกล้งศพ” ประกอบกับดูซีรีส์มาเยอะเลยคิดอยากลองผ่าศพดู จึงใช้กรรไกรกรีดตั้งแต่คอจนมาถึงอวัยวะเพศ แล้วตัดหัวใจออกมาวางไว้ข้างนอก
ส่วนปอดที่หายไป ยืนยันว่าไม่ได้แตะต้อง ซึ่งหลังลงมือเสร็จ ก็ทำการล้างศพ และชำระล้างคราบเลือดทั้งหมด ก่อนจะทิ้งศพไว้ในห้องน้ำ แล้วกลับไปนอนตามปกติ
พอตื่นมาก็รีบจองตั๋วเครื่องบิน นั่งวินรถจักรยานยนต์รับจ้างมานั่งรถบัสโดยสาร เดินทางมาสนามบินสนามสุวรรณภูมิ เพื่อหนีกลับประเทศจีน
พร้อมทั้งอยากขอโทษครอบครัวของผู้ตายในสิ่งที่ทำลงไป อีกทั้งอยู่ที่ประเทศจีนมีอาชีพเป็นช่างเชื่อมเหล็ก มาเที่ยวประเทศไทย 3 ครั้งแล้ว โดยครั้งแรกมาพร้อมกับกรุ๊ปทัวร์ แต่ครั้งที่ 2-3 เดินทางมาเอง เพราะไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัย
ส่วนของที่ซื้อมาก่อนเวลานัดเจอผู้ตายอ้างว่าจะซื้อเพื่อใส่สิ่งของและสัมภาระ เพราะไม่มีกระเป๋าเดินทาง
ส่วนกรรไกรอ้างว่าใช้ไว้ป้องกันตัวเวลาออกไปเที่ยวกลางคืน
ต่อมาวันที่ 28 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายถงหยวน ฟู่ ไปส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์จากญาติของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านที่โกรธแค้น พร้อมทั้งยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีและเป็นคดีสะเทือนขวัญ โดยเจ้าตัวมีสีหน้าเคร่งเครียด และอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่ศพของน้องโน้ต ทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้นำศพส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง โดยตรวจสอบถึงสาเหตุการเสียชีวิตแบบละเอียด พร้อมทั้งเก็บดีเอ็นเอที่ซอกเล็บ เนื่องจากมีการต่อสู้กับผู้ต้องหา รวมถึงอยากทราบว่าแผลที่ผ่าตัดตรงท้องเกิดก่อนการเสียชีวิตหรือหลังเสียชีวิต รวมถึงประเด็นเรื่องปอดหายไป เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่าปอดได้หายไปหรือไม่
คดีนี้ทั้งพยาน หลักฐานยืนยันว่าหนุ่มจีนรายนี้เป็นฆาตกรเหี้ยมไม่ผิดตัวแน่นอน แต่อะไรที่เป็นชนวนในการก่อเหตุสยองในครั้งนี้ จะเป็นเพราะความโมโหตามที่คนร้ายอ้าง หรือเป็นการเตรียมการมาลงมือก่อเหตุกันแน่ ยังเป็นประเด็นให้นักอาชญาวิทยาวิเคราะห์กันต่อไป
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำสารภาพ ‘มังกรทมิฬ’ ฆ่าโหด ‘น้องโน้ต’ สาวสอง แหวกอก-ควักปอด-หัวใจ ตร.พัทยา-ตม.รวบทันควัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com