ดร.ศุภชัย เตือนคลังระวังอย่ากู้เกินเพดานหนี้ แนะเจรจาภาษีทรัมป์ผ่าน WTO
ดร.ศุภชัย เตือนคลังระวังเพดานหนี้ ต้องรักษา “Fiscal Space" เพราะอีกไม่นานต้องใช้งบรับมือผลกระทบสงครามการค้า แนะเจรจาภาษีทรัมป์ผ่าน WTO ชี้ควรลงทุน Health Complex ตอบโจทย์เศรษฐกิจไทยมากกว่า
3 พ.ค. 2568 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการองค์กรการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ปาฐกถาพิเศษ New World Order : รับมือระเบียบโลกใหม่ ในงานครบรอบสถาปนากระทรวงการคลัง 150 ปี MOF Journey 150 ปี เส้นทางการคลังไทย ว่า
โลกในวันนี้มีความวุ่นวาย เป็นโลกของความไม่แน่นอน หรือที่เรียกว่า edge of uncertainty ซึ่งการจะอยู่ในโลกที่ไม่แน่นนอนนี้ได้ คือไม่ต้องกลัวและเข้าใจมันให้ดี ซึ่งระเบียบโลกใหม่เป็นเรื่องของอำนาจซึ่งไม่เคยอยู่นิ่งเฉย เป็นโลกที่เรียกว่าอำนาจมีหลายขั้ว (multipolar world) สมัยก่อนโลกมีขั้วเดียวคือสหรัฐ แต่เดี๋ยวนี้มีสามขั้วคือ จีน สหรัฐ รัสเซีย แต่ขอเติมไปอีกขั้วคือทางใต้ เป็นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ เช่น บราซิล อินเดีย อาเซียน ซึ่งโลกใหม่เป็นโลกหลายขั้ว เป็นโลกแห่งอำนาจที่ต้องมาแบ่งปันซึ่งกันและกัน ไม่ใช่อยู่ที่ใดที่เดียว
“สหรัฐเข้าใจอยู่แล้วว่าดูแลรักษาอำนาจไว้ไม่ได้เป็นที่มาของ Make America Great Again (MAGA) ที่ต้องมีคำว่า Again เพราะสหรัฐค่อยๆถอยไปเรื่อย ๆ ที่เห็นชัดเจนว่าสหรัฐฯถอยไปคือมีประเทศจีนขึ้นมาเรื่อยๆ หลังจีนเข้าองค์การการค้าโลกในปี 2001 สัดส่วนการค้าที่สหรัฐฯเคยมีกับโลก 17 -18% ลดลงเหลือไม่ถึง 8% น้อยมากแต่จีนที่เคยมีสัดส่วน 4-6% ก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนมากกว่า 15% และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก อำนาจการค้าสหรัฐมีคู่แข่งและเป็นคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
ดร.ศุภชัย กล่าวอีกว่า สหรัฐมีปัญหามานาน ย้อนในปี 2008 – 2009 สหรัฐเผชิญกับวิกฤติการเงิน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าสหรัฐมีปัญหาในจุดที่ควรแข็งแกร่งคือภาคการเงินของสหรัฐ ต่อมาในปี 2014 รัสเซีย โดยประธานาธิบดีปูตินเข้ายึดไครเมีย แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ ต่อมาปี 2016 จีน นำโดย ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เปิดโครงการเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าจากเอเชียสู่ยุโรป จากอดีตจีนที่ถูกจำกัดให้อยู่ในเอเชีย จีนก็ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ทำให้จีนค้าขายกับทั่วโลกได้อย่างมากมาย
ในปี 2019 - 2022 ทำให้เห็นว่าโลกนี้มีความเสมอภาคมากเพราะประเทศที่ลงทุนด้านสาธารณะสุขมากมายมหาศาลก็ไม่ได้มีการจัดการเรื่องโรคระบาดดีไปกว่าหรืออาจจะแย่กว่าประเทศแบบไทย และในปี 2025 คงเคยได้ยินคำว่า Deepseek แพลตฟอร์มใหม่ของจีนที่ทำให้สามารถค้นหาข้อมูล แต่งเพลง เป็น AI Chatbot อาจจะเคยได้ยิน Chatgpt แต่ Deepseek ลงทุนน้อยแต่เก่งได้เท่า Chatgpt นั่นเป็นการสะท้อนว่าจีนขึ้นมาเทียบรัศมีกับสหรัฐได้
ส่วนทางด้านเศรษฐกิจการค้า ทรัมป์ทำให้โลกแตกตื่นเรื่องภาษี และเกิดข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องใหม่หรือไม่ แต่จริงๆแล้วกระบวนการ MAGA ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นมานานแล้ว หากย้อนไปในปี 2001 ตั้งแต่ที่จีนเข้าสู่องค์การการค้าโลก (WTO) ในขณะนั้นสหรัฐรู้ว่าต้องเริ่มปิดกั้นจีน จึงเป็นที่มาที่ ประธานาธิบดีโอบามา ออกนโยบาย Trans-Pacific Partnership และพยายามกีดกันจีนไม่ให้เข้าร่วม ต่อมาในยุคประธานาธิบดี ไบเดน ก็ได้ออกกฎหมายลดเงินเฟ้อ ซึ่งแต่แฝงไว้ด้วยการขึ้นภาษีกีดกัดการค้ากับจีน
“นโยบายภาษีที่ทรัมป์ประกาศไม่ได้มาจากทรัมป์หรือทีมทำให้เกิดขึ้นใหม่แต่เป็นวิธีที่แตกต่างไป จากเดิมที่กีดกันก็มาบอกตรงๆว่าจะเก็บภาษี แต่สิ่งที่สหรัฐทำกับข้างนอกจะสะท้อนกลับไปถึงสหรัฐทั้งนั้น เพราะห่วงโซ่การผลิต เชื่อมโยงกับจีนหมด แม้แต่เสื้อหรือหมวกที่ทรัมป์ใส่หาเสียงก็ผลิตในจีน ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่การหาเสียงของทรัมป์ก็ไม่สามารถเลี่ยงจีนได้”
ดร.ศุภชัย กล่าวอีกว่า ภาษีอากรเป็นปัญหาใหญ่ สหรัฐขาดดุลการค้ากับทั่วโลก 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จีนเกินดุลการค้ากับทั่วโลก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นคือเรื่องที่ไม่สมดุลกันเลย สหรัฐขาดดุลมากขนาดนั้น เพราะภายในประเทศมีการอุปโภคสูง หากเทียบกับไทยที่เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกนำเข้า 125% ต่อจีดีพีโดยเฉพาะในภาคการส่งออกมีสัดส่วนต่อจีดีพีสูงถึง 65% ดังนั้นหากส่งออกไม่ดีเศรษฐกิจไทยก็จะไม่ดีไปด้วยและตราบใดที่การค้าของไทยไม่สามารถขยายตัวมากกว่านี้ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยโตกว่านี้ไม่ได้
ทั้งนี้หากจะสรุปปัญหาของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ประการแรกคือการเปลี่ยนแปลงของอำนาจที่ไม่ใช่สหรัฐเหมือนเดิม สองคือระบบเศรษฐกิจโลกมีความไม่สมดุล สามคือเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ การกระทบกระทั่งกันในวันนี้แต่ที่สุดอาจจะกลายเป็นสงครามกันจริงๆ ในไม่กี่ปี่ข้างหน้าจะเกิดสงครามระหว่างประเทศ แต่เป็นสงครามที่จะเกิดขึ้นไม่ได้รบกันใหญ่โต เป็นการรบระหว่างประเทศที่เป็นตัวแทนขั้วอำนาจ
“วิธีเจรจาดีที่สุดสำหรับปัจจุบัน โดยไม่ใช่ต่างคนต่างเจรจา แต่ต้องรวมตัวกันเจรจาที่องค์การการค้าโลก (WTO) และพูดถึงเรื่อง Tariff อย่างเดียว โดย WTO เป็นคนกลางในการเจรจา คล้ายกับอดีตที่ผ่านมาที่เคยทำและการเจรจาได้ผล แต่วิธีที่จะคุยกับสหรัฐต้องคุยกับจีนด้วย ต้องคุยสองข้าง เพราะเราอยู่กลางดาบสองข้าง ซึ่งยากมาก เพราะหากเอียงไปทางไหนอีกข้างจะแทงเรา ซึ่งต้องเร่งคุยกับสหรัฐ และต้องเร่งคุยกับจีน”
อย่างไรก็ดีต้องมีการเจรจาระหว่างอาเซียนด้วยกันเอง เพราะตอนนี้เริ่มเห็นการวิ่งหาตลาดใหม่เอาสินค้าไปดั๊มเทขาย ปัจจุบันยุโรปกำลังมีมาตรการปกป้องตลาดของตัวเอง และอาเซียนก็เริ่มจะดั๊มตลาดเทขายกันเอง ทั้งที่สหรัฐมีสัดส่วนการค้าของโลกเพียง 8% ยังมีส่วนที่เหลืออีก 92% ที่อาเซียนสามารถเพิ่มสัดส่วนการค้าด้วยกันเอง โดย WTO ต้องเป็นตัวกลางในการเจรจาพยายามอย่าให้มีปัญหาต่อเนื่องอย่าให้เกิดการดั๊มตลาดและต้องมีจุดยืนร่วมกัน การค้าขายกับประเทศใหญ่ไม่ได้ดีเสมอไป แต่ที่ดีคือต้องกระจายตลาด การแก้ปัญหาการกีดกันการค้าในประเทศกำลังพัฒนา คือต้องลดการกีดกันกันเอง หันมาค้าขายด้วยกันเอง
ดร.ศุภชัย กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทย สิ่งที่ต้องทำคือการอย่ามองข้ามการแก้ไขปัญหาระยะยาว เพราะเป็นเรื่องที่แก้ไขลำบาก เป็นเรื่องจากปัญหาโครงสร้างที่เก่าแก่ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การศึกษา จึงอยากให้อย่าได้ทิ้งปัญหาระยะยาว ซึ่งไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ต้องทำ หากดูในนั้นจะเห็นว่าต้องทำอะไรที่ทำให้หลุดพ้นจากเศรษฐกิจตกต่ำได้
โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเรื่องหนึ่งคือต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ได้ ต้องรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ได้ หากไทยจะต้องลงทุนควรลงทุนในภาคสังคม สุขอนามัย การศึกษา หากจะมีการสร้างโครงการขนาดใหญ่เป็น Complex ก็อาจจะเป็น Health Complex เพราะเป็นสิ่งที่ไทยต้องการมากเป็นการลงทุนเพื่อรับกับสังคมผู้สูงอายุเป็นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ไทยได้มากโดยไม่ต้องสร้างการลงทุนใหญ่ๆ การลงทุนด้านสุขภาพก็เป็นการรักษาเนื้อรักษาตัวให้คนในประเทศ
“ในช่วงที่โลกคับขันขนาดนี้และจะคับขันอย่างนี้ไปอีก 3 ปีตลอดช่วงเวลาของประธานาธิบดีทรัมป์ เราต้องรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี โดยเฉพาะพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space ) เพราะเป็นเรื่องสำคัญมากหากเราไม่สามารถเก็บเงินไว้ อย่างที่เห็นในช่วงโควิด19 ที่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้เพราะเก็บเอาไว้มากนาน และกู้เงินต่ำกว่าเพดานหนี้ แต่ขณะนี้กำลังเกินเพดานอยู่แล้ว ต้องพยายามรักษาไว้ให้ได้อย่าใช้อะไรที่เกินกว่าเพดาน เพราะอีกไม่นานต้องเข็นออกมาใช้มากๆ แน่นอน ขอฝากกระทรวงการคลังว่าต้องมีภูมิคุ้มกันในเรื่องพื้นที่ทางการคลังให้มาก”
อย่างไรก็ดีอีกเรื่องที่ต้องแก้ไขคือ กฎระเบียบศุลกากร เพราะสหรัฐก็ได้ระบุแล้วว่า ไทยมีกฎระเบียบที่ยุ่งยากมาก หากอยากได้การลงทุนเพิ่ม ไทยต้องแก้โครงสร้างภาษี แก้กฎระเบียบของศุลกากร เพราะกฎระเบียบปัจจุบันกีดกันทำให้ต่างชาติเดือดร้อนค่อนข้างมาก แต่ฝากอีกเรื่องคือ แม้ไทยอยากได้การลงทุนจากต่างชาติแต่การลงทุนต้องไม่ใช่การเข้ามาลงทุนเพื่ออาศัยไทยหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง