สามียังไม่มี..แล้วเด็กพวกนี้มาจากไหน
ข้อมูลเบื้องต้น
เรื่องย่อ
วันนึงหลิวอวี้ คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลิวก็ตั้งครรภ์อย่างไร้สาเหตุทั้งทีนางไม่เคยแม้แต่เข้าใกล้เหล่าบุตร บิดาและมารดาของนางสุดแสนจะอับอายจนตั้งขับไล่นางออกจากตระกูล และผู้คนมากมายก็ตราหน้าว่านางเป็นหญิงสำส่อนแห่งเมืองหลวง นางตั้งใช้ชีวิตอยู่อย่างอับอายกับบุตรที่กำลังเกิดมา โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตรที่กำลังจะเกิดมามีความวิเศษขนาดนี้
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวจีนโบราณ แน่นอนว่ามีเกี่ยวกับพวกเรื่องราวแฟนตาซีอย่างระบบเข้ามาเกี่ยวข้อง หวังว่านักอ่านทุกท่านจะชื่นชอบ….
บทที่ 1 ตั้งครรภ์
บทที่ 1
ตั้งครรภ์
ณ อาณาจักรหมิง
ความทรงจำอันเลือนลางประทับภายในก้นบึ้งของจิตใจ ยุคสมัยที่แตกต่างตัวตนอันผิดแปลกที่มาอาศัยอยู่ภายในยุคสมัยแห่งนี้ อาณาจักรที่สงบสุขเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คน
ณ จวนตระกูลหลิว
หลิวอวี้บุตรสาวแห่งตระกูลหลิวอันใหญ่โตภายในเมืองหลวงของอาณาจักรหมิง นั่นคือนามของข้า คนที่ถูกผู้คนขนานนามว่าเป็นสตรีสูงศักดิ์แห่งเมืองหลวง
เมื่อประมาณสามวันก่อนเพิ่งผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาได้ไม่นานอายุลุล่วงเลยสิบแปดมาเรียบร้อยแล้ว ผู้คนมากมายร่วมยินดี ชีวิตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว
ตระกูลหลิวเป็นตระกูลใหญ่โตภายในอาณาจักรแห่งนี้ ต้นตระกูลสืบทอดเชื้อสายขุนนางมาตั้งแต่เมื่อก่อน จนผู้นำตระกูลรุ่นปัจจุบันหลิวหลงผู้เป็นบิดาของหลิวอวี้ก็เป็นขุนนางมีชื่อภายในราชสำนัก
หลิวอวี้เติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นเด็กหญิงที่ฉลาดเฉลียวและมีหน้าต่างงดงาม นางถือได้ว่าเป็นสตรีชั้นสูงภายในเมืองหลวง
เหล่าบุรุษชายของตระกูลใหญ่ๆมากมายล้วนแล้วอยากได้นางไปเป็นคู่ครอง หลิวอวี้ขึ้นชื่อเรื่องความฉลาดเฉลียว
สร้างเป็นสตรีเพียงไม่กี่คนที่เข้ารับการศึกษาภายในสถาบันศึกษาหวังเซียน เป็นสถาบันศึกษาของเหล่าขุนนางภายในเมืองหลวง
วีรกรรมที่โดดเด่นของสตรีวัยเพียงสิบแปด มีผู้คนมากมายต่างพากันชื่นชอบ ย่อมมีผู้คนมากมายที่เกลียดชังนางเช่นเดียวกัน
โดดเด่นกว่าเด็กหญิงในวัยรุ่นเดียวกัน ย่อมเป็นที่อิจฉาริษยาของผู้คนมากมาย แสงแดดส่องผ่านม่านเมฆลงมากระทบใบหน้าอันงดงาม
เหล่าวิหคขับขานบินคล้อยผ่านหน้าต่างที่กำลังเปิดอยู่ คุณหนูหน้าตางดงามสวมใส่ชุดผ้าไหมสีอ่อนนั่งมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง
หลิวอวี้แสดงแววตาที่สงบนิ่ง ‘ นี่ก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว ’
‘ เรื่องราวภายในอดีตที่ผ่านพ้นมา ก็แทบจะลืมเลือนไปแทบหมดแล้ว ในตอนนี้เรามีชีวิตและอาศัยอยู่ภายในอาณาจักรแห่งนี้ ’
‘ ในสถานที่แห่งนี้แต่ต่างจากประเทศจีนที่เราเคยมา ’
‘ ในตอนนี้ข้าคือหลิวอวี้บุตรสาวคนโตของตระกูลหลิว หลังจากที่เริ่มเดินทางมาที่ร่างกายนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน ’
‘ รู้สึกว่าหลิวอวี้ที่เป็นเจ้าของร่างกายนี้จะล้มป่วยและตายไป ดวงวิญญาณของข้าเข้ามาแทนที่ ในตอนแรกรู้สึกตื่นตระหนกตกใจ ’
‘ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างมันเองก็ค่อยๆเข้าที่เข้าทาง ข้าเริ่มปรับตัวเข้ากับสถานที่แห่งนี้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ’
‘ ถ้าตัวของข้าไม่ใช่หลิวอวี้แล้วคือผู้ใดงั้นรึ? เรื่องนั้นก็ไม่รู้หรอกอาจจะเป็นเพราะว่าอดีตที่ไม่อยากจะจดจำก็ได้ ตัวตนที่มีแต่ความผิดพลาดในอดีต ทำให้แทบจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลาย 10 ปีก่อนก่อนที่จะมาภายในร่างกายนี้ไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ’
หลิวอวี้คุณหนูผู้โดดเด่นภายในเมืองหลวง ความจริงที่ไม่มีใครล่วงรู้ก็คือนางเป็นผู้เกิดใหม่
ดวงวิญญาณของนางที่ตายจากโลกนู้นมาเข้าสู่ภายในร่างกายนี้อย่างไร้เหตุผล นางเก็บความลับนี้เอาไว้ตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน
และก็ใช้ชีวิตในฐานะหลิวอวี้ตั้งแต่ในตอนนั้นมา อาจจะเป็นเพราะว่าในชีวิตก่อนนางผิดพลาดหลายต่อหลายครั้ง
ใช้ชีวิตอย่างล้มเหลวโดยทำให้มันกลายเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยน่าจะจดจำสักเท่าไหร่ นางเลยผนึกความทรงจำหลายอย่างเอาไว้ภายในก้นบึ้งของจิตใจ และใช้ชีวิตโดยมีนามว่าหลิวอวี้จนมาถึงปัจจุบัน
“ คุณหนูเจ้าคะท่านเหม่อมองด้านนอกอย่างนี้อีกแล้ว ” เสี่ยวซินมองคุณหนูของนาง
เสี่ยวซินบ่าวรับใช้ข้างกายของหลิวอวี้ นางเป็นเด็กสาวอายุอ่อนกว่าหลิวอวี้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันจึงสนิทกันเป็นพิเศษ
ยามอยู่กันสองคนหลิวอวี้อนุญาตให้นางทำตัวตามสบายได้ เสี่ยวซินยิ้มแย้มมีบุคลิกร่าเริง
“ เมื่อยามบ่ายมาถึงท่านก็มักจะมานั่งเหม่อมองด้านนอกภายในห้องของท่านอยู่เรื่อยๆ ”
“ มีอันใดหรือไม่เจ้าคะ… ”
หลิวอวี้หันมอง “ ไม่มีอันใดหรอก…ว่าแต่วันนี้ภายในจวนเป็นอย่างไรบ้าง ”
“ ก็เหมือนเช่นทุกวันเจ้าค่ะ ”
“ คุณหนูสาม คุณหนูสี่ทะเลาะกัน คุณหนูรองเองก็สงบนิ่ง ”
“ ภายในจวนวุ่นวายเป็นเรื่องปกติ ว่าแต่คุณหนูใหญ่ช่วงนี้ท่านไม่สบายหรือไม่เจ้าคะ ” เสี่ยวซินทักจากพิกล
“ หมายความว่าอย่างไร? ” หลิวอวี้แววตาฉงน
“ ก็ใบหน้าของท่านในช่วงนี้ดูซีดเซียวเป็นพิเศษ ”
“ ดูเหมือนว่าท่านจะพักผ่อนน้อย ให้ข้าเรียกท่านหมอมาตรวจท่านดูดีหรือไม่เจ้าคะ ”
“ ไม่เป็นอันใดหรอก… คงจะพักผ่อนน้อยอย่างที่เจ้านั้นกล่าว ” หลิวอวี้ยิ้มแย้ม
หลิวอวี้เป็นที่รักใคร่ของเหล่าบ่าวไพร่ภายในจวน เพราะนางมีนิสัยดีแถมเข้ากับคุณได้มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ริษยาในหมู่พี่น้อง
หลิวหลงบิดาของหลิวอวี้มีบุตรอยู่หลายคน มีภรรยาอยู่ 3 คนเพราะแบบนั้นนางจึงมีพี่น้องมากเป็นพิเศษ
ในหมู่ของบุตรสาวนางถือได้ว่าเป็นบุตรสาวคนโต และนางก็ฉลาดเฉลียวมีความสามารถมากกว่าคนอื่นจึงทำให้ผู้เป็นบิดารักใคร่และเอ็นดู
กลายเป็นว่าเหล่าน้องสาวของนางอิจฉาริษยาหลิวอวี้ หลิวอวี้เคยพบเจอสถานการณ์กลั่นแกล้งมาหลายครั้งแต่นางก็เอาตัวรอดมาได้
หลิวอวี้คิดว่าการใช้ชีวิตอยู่เช่นนี้มันอาจจะดีกว่าก็ได้ ใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบสงบไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายในชีวิต
ในขณะที่นั่งเหม่อมองท้องนภาด้านนอกอยู่นั้น เสียงบางอย่างดังขึ้นภายในหู
ตึ้ง!!!
[ เริ่มทำการเพาะครรภ์ ]
ภาพมันเลือนลางแว๊บนึงปรากฏแล่นขึ้นมาภายในหัว หลิวอวี้แสดงใบหน้าประหลาดใจ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ก่อนที่ในเสี้ยววินาทีต่อมานางจะส่ายหัวไปมา “ สงสัยข้าจะพักผ่อนน้อยไปจริงๆ ”
“ ถึงขนาดเห็นภาพเลือนลางเช่นนี้… ”
…
ผ่านมาประมาณสองวัน
ในยามกลางดึกด้านนอกนั้นเต็มไปด้วยความมืดมิด ภายในจวนของขุนนางหลิวบรรยากาศที่เย็นเฉียบปกคลุมทั่วทั้งห้องของหลิวอวี้
หลิวอวี้หลับไหลอยู่บนเตียงนอนเหน็ดเหนื่อยเริ่มปรากฏออกมาบนใบหน้าของนาง หลิวอวี้สะดุ้งตื่นกลางดึกนางลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง
“ !!! ”
“ ทำไมรู้สึกแบบนี้ รู้สึกจุกหน้าอกเหมือนกับจะมีบางอย่างออกมา ”
“ และภายในหัวหมุนเวียนไปมาเหมือนกับมีทะเลสาบที่เกรี้ยวกราด ” หลิวอวี้ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้
นางไม่รู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ ความรู้สึกที่ร้อนราวกับทะเลเพลิงด้านในอก “ อะไรกันทำไม… ”
“ ทำไมถึงเป็นแบบนี้รู้สึกเจ็บท้อง ”
ตึ้ง!!!
เสียงแปลกประหลาดนั่นอีกแล้ว มันดังขึ้นมาพร้อมกับภาพเลือนลางที่ปรากฏขึ้นภายในหัว
[ ท่านทำการเพาะครรภ์สำเร็จ ]
[ บุตรของท่านจะคลอดออกมาในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ]
“ อันใดน่ะ…เกิดอันใดขึ้น ”
จบบท
บทที่ 2 กลายเป็นหญิงสำส่อน
บทที่ 2
กลายเป็นหญิงสำส่อน
หลังจากเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นในราตรีนั้น หลิวอวี้สลบไสลไปในที่สุด ตื่นมารู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว
นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงไม่กล้ากล่าวอันใดออกไปอย่างซี้ซั้ว ได้แต่เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ
แต่ผู้ใดจะคาดคิดหลังจากนั้นผ่านไปเพียงแค่ประมาณสามวันเท่านั้น ปฏิกิริยาบางอย่างเริ่มเกิดกับร่างกายของหลิวอวี้
ร่างกายของนางเริ่มดูมีน้ำมีนวลขึ้น แถมบริเวณหน้าท้องก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าประหลาด
การที่คุณหนูใหญ่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนไป ผู้คนภายในจวนเริ่มสังเกตเห็น หลังจากนั้นก็มีข่าวลือภายในจวนมากมายว่านางตั้งท้อง
เรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงภายในหมู่ของบ่าวไพร่ ในช่วงแรกๆผู้คนมากมายก็พากันปล่อยผ่าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปคำเล่าหรือเหล่านี้ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
หลิวอวี้ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเอง ในตอนนี้ท้องของนางเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แถมนางยังมีความรู้สึกอ่อนเพลียและคลื่นไส้อาเจียนเป็นระยะ
หลิวอวี้รู้ว่านี่มันเหมือนอาการของคนตั้งท้อง แต่ว่านางแม้แต่เข้าใกล้บุรุษยังไม่เคยเลยแม้แต่นิดเดียว
จะตั้งครรภ์ได้อย่างไรกันยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งแปลกประหลาด หลิวอวี้สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเวลาผ่านไปเจ็ดวัน
ผู้ใดจะคิดท้องของนางเริ่มใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นคนท้องประหนึ่งคนตั้งครรภ์ประมาณห้าเดือน สิ่งที่เกิดขึ้นกับนางในตอนนี้ผู้คนภายในจวนไม่สามารถปล่อยผ่าน
บิดาของหลิวอวี้ถึงกับเรียกหมอที่มีชื่อที่สุดภายในเมืองหลวงมาตรวจนานเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แน่ชัด
ถ้าเกิดว่านางเป็นโรคร้ายก็จะได้รีบรักษา และจะได้พ้นข้อกล่าวหาจากพวกคนภายในจวนแห่งนี้ด้วย
ณ ห้องโถงใหญ่ใจกลางจวน
ผู้คนมากมายมารวมตัวภายในสถานที่แห่งนี้ ภรรยารองของหลิวหลงรับหน้าที่ในการเรียกหมอมาตรวจหลิวอวี้
มีผู้คนมากมายพากันมาดู เพื่อให้แน่ชัดว่าคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลิวเป็นอะไรกันแน่
หมอชราเริ่มจับชีพจรของหลิวอวี้ หลิวอวี้ยินยอมให้ตรวจโดยที่ไม่ขัดอันใด นางก็อยากรู้เหมือนกันว่าร่างกายของนางเป็นอะไรกันแน่
ถ้าจะกล่าวว่าตั้งท้องก็คงจะเป็นไปไม่ได้ นางไม่เคยเข้าใกล้บุรุษแล้วจะตั้งครรภ์ได้อย่างไรกัน
หมอชราตรวจพลางแสดงใบหน้าวิตก ในขณะที่ผู้คนกำลังจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ ลุ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หลิวอวี้ไม่ได้แสดงความกังวลเพราะนางว่านางไม่น่าจะตั้งครรภ์ได้ เรื่องนี้นางเป็นคนที่รู้ดีที่สุด
แม้ว่าผู้คนมากมายจะกังวลว่านางอาจจะตั้งครรภ์ แต่นางไม่ได้คิดแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่ท่านหมอชราตรวจคำชีพจรอยู่สักพัก หมอชราเงยหน้าขึ้นมาพลางกล่าวขึ้น “ ยินดีด้วยคุณหนูใหญ่ท่านตั้งครรภ์… ”
ถ้อยคำที่ปล่อยออกมา ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆพากันตื่นตระหนกตกใจ แต่ผู้ที่น่าจะตระหนกตกใจมากที่สุดก็คงจะเป็นหลิวอวี้
ใบหน้าของนางในยามนี้ราวกับวิญญาณหลุดออกไปจากร่าง ทั้งความสับสนและความสงสัยปะทุอยู่ภายในหัวของนางไม่หยุด
ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันคืออะไร นางเต็มไปด้วยความสับสน ท่านหมอผู้นี้กล่าวผิดหรือไม่
หรือว่ามันต้องมีบางอย่างที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน นางไม่น่าจะตั้งครรภ์ได้ แม้แต่เข้าใกล้บุรุษเพียงแค่นิดเดียวก็ยังไม่มี
จะกล่าวว่านางตั้งครรภ์ได้อย่างไรกัน คนผู้นี้ต้องเลอะเทอะไปแล้วอย่างแน่นอน คำพูดพวกนั้นปรากฏขึ้นมาภายในหัวของหลิวอวี้ไม่หยุด
ในขณะเดียวกันผู้คนที่อยู่รอบๆก็เริ่มประเคนคำถามมากมายออกมา “ ว่าอย่างไรนะคุณหนูใหญ่ตั้งครรภ์อย่างนั้นรึ… ”
“ เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร ”
“ นั่นสิท่านพี่ตั้งครรภ์ได้อย่างไรกัน ” คุณหนูรองแสดงใบหน้าสงสัย
“ พี่ลองไม่เห็นต้องสงสัยเช่นนั้นเลย ท่านพี่คงจะไปพลอดรักกับบุรุษใดสักคนมา จึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นน่าอับอายยิ่งนัก ” คุณหนูสามที่รอทับถมกล่าวขึ้นด้วยถ้อยคำเหยียดหยาม
ในยุคสมัยนี้แน่นอนว่าการตั้งครรภ์ในรูปแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอาย โดยเฉพาะคนที่มีฐานะสูงส่งอย่างหลิวอวี้
“ จริงด้วยเรื่องนี้ท่านพ่อต้องไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน ” คุณหนูสี่กล่าวส่งเสริม
คุณหนูสามแล้วคุณหนูสี่รอเหยียดหยามหลิวอวี้อยู่แล้ว แม้ว่าพวกนางจะมีสายเลือดเดียวกันแต่ก็มีเพียงแค่สายเลือดข้างพ่อที่เหมือนกันเท่านั้น
หลิวอวี้มารดาของนางจากไปตั้งนานแล้ว ส่วนคุณหนูสามและสี่ก็มีมารดาคนละคนหลิวอวี้
ผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ หลังจากรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก็พากันพูดปากต่อปากออกไปอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามข่าวนี้กระจายไปทั่วทั้งจวน ขุนนางหลิวที่รู้ข่าวก็รีบวิ่งกลับมาที่จวนอย่างรวดเร็ว
แน่นอนหลิวอวี้ตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่ได้แต่งเข้าจวนใด ย่อมเป็นเรื่องที่อับอายขุนนางหลิวโกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟ
หลังจากนั้นผู้ใดจะคาดคิดชีวิตที่รันทดของคุณหนูตระกูลหลิวผู้นี้ก็เริ่มขึ้น
…
หลังจากที่ผู้คนรู้ว่าหลิวอวี้ตั้งครรภ์ นางโดนขับไล่ไปอยู่ที่จวนหลังไม่ได้อยู่ห้องที่ใหญ่โตเหมือนเดิม
ข่าวนี้เริ่มแพร่สะพัดออกไปเรื่อยๆไม่ได้เพียงแค่ภายในจวนเท่านั้น มันเริ่มกระจายออกไปด้านนอก ผู้คนมากมายย่อมให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
คุณหนูตระกูลใหญ่ตั้งครรภ์กับบุรุษที่ใดก็ไม่รู้ หลิวอวี้ก่อนหน้านี้นางเองก็เป็นที่รู้จักภายในเมืองอยู่แล้ว
เมื่อมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจึงกลายเป็นว่าผู้คนนั้นพากันพูดปากต่อ นินทากันจนสนุกปากโดยที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง
สร้างความอับอายให้กับขุนนางหลิวยิ่งนัก หลังจากนั้นผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่วันขุนนางหลิวอับอายจนทนไม่ได้
ตัดสินใจขับไล่หลิวอวี้ออกไปที่กระท่อมที่อยู่ห่างออกไปทางชานเมือง หลิวหลงบิดาของหลิวอวี้แม้ว่าเขาจะโกรธขนาดไหน
แต่ก็ไม่ใช่พ่อที่แย่ขนาดที่จะขับไล่ให้นางไปนอนข้างถนนในขณะที่นางกำลังตั้งครรภ์อยู่ จึงได้แต่เนรเทศบุตรสาวผู้น่าอายผู้นี้ให้ไปอยู่ที่กระท่อมชานเมืองหลวง
นี่ผ่านมาประมาณสิบห้าวันแล้วหลังจากที่หลิวอวี้พบเหตุการณ์แปลกประหลาดในคืนนั้น
เหตุการณ์แปลกประหลาดในคืนนั้นมันทำให้ชีวิตของนางเปลี่ยนไปจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือ
หลิวอวี้โดนขับไล่ออกมาที่ชานเมือง ใช้ชีวิตอยู่ภายในกระท่อมเล็กๆและเก่าๆโดยที่มีบ่าวรับใช้เพียงคนเดียวก็คือเสี่ยวซิน
ท้องของนางเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตอนนี้การขยับร่างกายมันก็ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนก่อนหน้านี้
หลิวอวี้มีร่างกายที่อ่อนล้าลงมาก ในแต่ละวันนางสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ไม่มากนัก
ภายในกระท่อมไม้หลังเก่าๆที่ตั้งอยู่ชานเมือง มันมีสภาพที่ทรุดโทรมแถมยังมีขนาดที่เล็กเป็นอย่างมาก
หลิวอวี้อาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ มันทั้งอับและชื้นแถมยังไม่ได้สะดวกสบายเหมือนภายในจวนขุนนางที่นางเคยอยู่
เพียงแค่ไม่กี่วันที่ผ่านมาผู้ใดจะคาดคิดชีวิตของหลิวอวี้ พลิกจากหน้ามือกลายเป็นหลังมืออย่างที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้มาก่อน
แววตาของนางในยามนี้เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทั้งสภาพจิตใจเองก็ยับเยินจากการโดนถูกและโดนประนามก่อนหน้านี้
นางถูกผู้คนประนามว่าเป็นหญิงสำส่อนแห่งเมืองหลวงไปแล้ว ซูฉีนั่งนิ่งอยู่บนเตียงภายในกระท่อมแห่งนี้
“ ต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในวันนั้นอย่างแน่นอน มันเกิดอะไรขึ้นในราตรีนั้นทำไมข้าถึง… ”
ในขณะที่หลิวอวี้กำลังทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนอยู่
ตึ้ง!!!
เสียงบางอย่างดังขึ้นภายในหูเหมือนในราตรีนั้นที่เกิดขึ้นกับนาง หลิวอวี้รู้ได้ในทันทีว่ามันมาอีกแล้ว
[ เหลืออีกเพียง 15 วันที่การเพาะครรภ์จะสำเร็จ ]
จบบท
บทที่ 3 ลูกของข้า
บทที่ 3
ลูกของข้า
[ เหลืออีกเพียง 15 วันที่การเพาะครรภ์จะสำเร็จ ]
ภาพนั้นปรากฏขึ้นมาภายในหัวของนางอีกแล้ว หลิวอวี้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่
แต่ว่าในตอนนี้นางมั่นใจได้แล้วว่ามันไม่ใช่ความฝัน ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางเป็นเพียงแค่นางนั้นพักผ่อนน้อย
แต่หลังจากปรากฏขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้น หลิวอวี้มั่นใจว่ามันจะต้องเป็นเพราะเจ้าสิ่งนี้อย่างแน่นอน
“ อะไรกัน…เหตุใดจึงเป็นแบบนี้ ”
“ มันคืออะไรกันแน่ทำไมมันถึงเกิดขึ้นกับข้า ” ความทรงจำของนางยิ่งกระจัดกระจาย
หลิวอวี้ไม่รู้แล้วว่าตนเองควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นางโดนผู้คนมากมายประณามว่าตนเองนั้นเป็นหญิงสำส่อน โดนขับไล่ออกจากตระกูล
แถมยังต้องมาอาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ชีวิตในตอนนี้มีแต่ปัญหามากมายที่ซัดเข้ามาประหนึ่งคลื่นลูกใหญ่
“ คุณหนูเจ้าคะเป็นอันใดอีกแล้วเจ้าคะ ”
“ หรือว่าท่านไม่สบายอีกแล้ว ” เสี่ยวซินรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ
“ ไม่มีอันใด…”
“ ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงยังอยู่กับข้าล่ะ ”
“ สถานที่แห่งนี้ไม่มีอะไรเลยไม่ใช่หรือ ท่านพ่อขับไล่ฆ่าไม่อยู่ที่กระท่อมแห่งนี้ตัวคนเดียว ”
“ ทำไมเจ้าถึงยังติดตามข้ามาที่กระท่อมแห่งนี้ล่ะ ” หลิวอวี้ถามเสี่ยวซินที่เข้ามาดูอาการ
ในตอนที่นางโดนขับไล่ออกมา ผู้คนมากมายไม่เหลียวแลนางเลยแม้แต่นิดเดียว บิดาของนางขับไล่ไม่อยู่ที่กระท่อมแห่งนี้ด้วยตัวคนเดียว
แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดที่เหลียวมองคุณหนูใหญ่อย่างนางสักนิด แม้แต่บ่าวไพร่หลายคนที่นางเคยยื่นมือช่วยในอดี
ในยามที่นางตกต่ำพวกมันเองก็ไม่มองเลยแม้แต่น้อย แม้แต่เหล่าพี่น้อง ที่นางเคยช่วยเหลือเอาไว้พวกเขาเองก็พากันทับถม
เรื่องนี้มันกลายเป็นความแค้นที่บังเกิดขึ้นภายในใจของหลิวอวี้ แต่กระนั้นท่ามกลางความสิ้นหวังเสี่ยวซิน
บ่าวรับใช้คนสนิทของนางเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเด็ก กลับออกหน้าแล้วก็ติดตามนางมาที่สถานที่แห่งนี้
เสี่ยวซินแสดงรอยยิ้ม “ ถ้าเกิดว่าท่านมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้คนเดียว”
“ แล้วจะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ คุณหนูในตอนนี้ตั้งครรภ์อยู่ ร่างกายของท่านอ่อนแอ ท่านคงจะไม่สามารถดูแลตนเองได้ ”
“ แล้วอีกอย่างนะเจ้าคะเรื่องที่ผู้คนมากมายว่าร้ายคุณหนู ”
“ ข้าเองก็ไม่เชื่อแม้แต่น้อย ข้าอยู่กับคุณหนูตั้งแต่เช้าจรดเย็นผ่านมานานหลายปีไม่เคยพบเจอเห็นว่าคุณหนูเข้าใกล้บุรุษผู้ใดเลย ”
“ แล้วเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรเล่า ”
“ ถ้ามีความเชื่ออย่างนึงครรภ์ของคุณหนูอย่างไรเสียก็เป็นครรภ์เทพเซียนอย่างแน่นอน ” เสี่ยวซินแสดงรอยยิ้ม ยื่นมือไปลูบหน้าท้องที่ใหญ่นูนขึ้นมาของหลิวอวี้
น้ำเสียงอันอบอุ่นของนางปลอบประโลมจิตใจที่บอบบางของหลิวอวี้ หลิวอวี้ยิ้มได้ในรอบหลายวันที่ผ่านมา
“ หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าครรภ์เทพเซียน…”
เสี่ยวซินกอดอกหน้าเก่าอย่างร่าเริง “ คุณหนูเชื่อข้าเถอะเจ้าค่ะ ”
“ ท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ ”
“ ท่านเพิ่งตั้งครรภ์ได้ไม่เท่าไหร่เหตุใดท้องของท่านจึงใหญ่โตราวกับคนตั้งครรภ์ 8-9 เดือนเช่นนี้ ”
“ แถมยังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆข้าคิดว่าเด็กที่เกิดมาต้องไม่ใช่เด็กธรรมดาอย่างแน่นอน บางทีบุตรของคุณหนูที่เกิดมาจะต้องเป็นเทพเซียนอย่างแน่นอน ”
เสี่ยวซินพูดอย่างให้ความหวัง หลิวอวี้ก็ได้แต่แสดงรอยยิ้มตอบรับไป นางไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของนางคืออะไร
ในตอนนี้ก็เพียงแค่ได้แต่เฝ้ารอเท่านั้น รอวันนั้นมาถึงทุกอย่างเองก็คงจะกระจ่างเอง
…
หลังจากนั้น
ชีวิตของหลิวอวี้ภายในกระท่อมแห่งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นความอดอยากความลำบากในการใช้ชีวิต
ทุกอย่างล้วนแล้วกระเดกะดังเข้ามา ข่าวลือของนางก็ยังคงเป็นที่พูดถึงภายในเมืองหลวงไม่หยุดหย่อน
ยิ่งทำให้ขุนนางหลิวบิดาของนางโกรธนางมากขึ้นไปอีก ยามนี้กล่าวว่าจะตัดพ่อตัดลูกกับนางเสียให้ได้
กลายเป็นว่าหลิวอวี้ทั้งอดอยากทั้งโดนผู้คนประนาม ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานางใช้ชีวิตราวกับว่าตนเองนั้นตายไปเสียยังจะดีกว่า
มีเพียงแค่เสี่ยวซินที่ยังคงให้กำลังใจนางอย่างต่อเนื่อง และก็เป็นเพียงแค่คนเดียวที่ไขว่หาอาหารมาให้กับนาง
เสี่ยวซินบางครั้งถึงกับยอมอดอาหาร แล้วก็นำอาหารพวกนั้นมาให้หลิวอวี้กิน เหตุการณ์อันรันทดที่เกิดขึ้น
มันทำให้หลิวอวี้รู้สึกขอบคุณบ่าวรับใช้คนสนิทผู้นี้ของตนเองจริงๆ นางในตอนนี้กลายเป็นผู้มีพระคุณของหลิวอวี้ไปแล้ว
ถ้อยคำเหยียดหยามมากมายเมื่อมันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆหลิวอวี้ที่ยิ่งโกรธแค้นก็ยิ่งอยากมีชีวิตมากขึ้น
นางสาบานว่าตนเองต้องมีชีวิตต่อไป และนางจะแก้แค้นพวกที่มันประณามนางอยู่ในตอนนี้ให้สาสม นางสาบานกับตนเองภายในใจท่ามกลางความกลั่นกลุ้มที่ปรากฏขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
แม้จะต้องอดอยากอีกกี่มื้อนางเองก็จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อ อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนเสี่ยวซิน และก็แก้แค้นเจ้าพวกคนที่เหยียดหยามนางแบบนี้
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
หลิวอวี้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความอับอายเช่นนั้นอย่างกัดฟัน นางต้องอดอยากแล้วก็ทนต่อความเจ็บปวดในการตั้งครรภ์
ท้องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆยามนี้มันใหญ่จนนางไม่สามารถลุกเดินไปไหนต่อไหนได้ด้วยตนเอง
ในที่สุดวันสุดท้ายของการตั้งครรภ์ก็มาถึง หลิวอวี้นับวันรอในวันนี้ครบ 1 เดือนพอดีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น
กลางดึกในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดเหตุการณ์นั้นกับนาง
หลิวอวี้กำลังหลับใหลอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมา ดวงตาของนางเปิดกว้างขึ้นเสียงภายในหัวเช่นเดิมดังขึ้นประหนึ่งภาพย้อนกลับ
ตึ้ง!!!
[ การเพาะครรภ์สำเร็จ ]
[ เริ่มกระบวนการการเพาะครรภ์ ]
[ การคัดแยกเริ่มขึ้น ครรภ์เริ่มทำการเพาะตัว ]
ในขณะนั้นเองแสงสีขาวปรากฏขึ้นรอบร่างกายของหลิวอวี้ นางส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกที่มันกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในร่างกายของนางนี่มันคืออะไรกัน
ความเจ็บปวดพวกนั้นปรากฏขึ้นแล้วก็หายไป หลิวอวี้ต้องทนต่อความเจ็บปวดพวกนั้นสักพัก ก่อนที่นางจะทนไม่ไหวจนหมดสติลงในที่สุด
….
แสงแดดกระทบใบหน้า หลิวอวี้นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความอ่อนล้า บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเม็ด
ในขณะที่กำลังนอนหลับไหลอยู่นั้นแรงเขย่าร่างกายเริ่มปรากฏ หลิวอวี้ดวงตาเริ่มค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาคู่นั้นของนางกำลังพร่ามัว
ดวงตาที่พร่ามัวค่อยๆเปิดขึ้น เสียงเรียกของเด็กน้อยดังเจ้าเข้ามา“ ท่านแม่เจ้าคะตื่นสิเจ้าคะ ”
“ ท่านแม่ขอรับตื่นได้แล้ว”
“ ใช่แล้วท่านแม่ตื่นได้แล้วขอรับ ” เสียงของเด็กน้อยที่มีโทนคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันสิที่เดียวดังขึ้นหลายเสียง
หลิวอวี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ เสียงเด็กที่ไหน… ”
หลิวอวี้ตัดสินใจลืมตาตื่นขึ้น พบเห็นเด็กหลายคนยืนล้อมรอบตัวของนางอยู่
หลิวอวี้ตกใจจนกระโดดตัวขึ้น “ เฮ้ย!!! นี่มันอะไรกัน พวกเจ้าเป็นใคร ”
หลิวอวี้กวาดสายตามองเด็กชายเด็กหญิงที่มีอายุไล่เลี่ยกันประมาณห้าปี พวกเขายืนอยู่รอบเตียงของนางนัดได้จากสายตามีประมาณ 7 คน
“ พวกข้าคือลูกของท่านแม่!!! ” เหล่าเด็กทั้ง 7 ตอบอย่างประสานเสียง
“ หะ? ” หลิวอวี้เต็มไปด้วยความสับสน
จบบท